ข่าวด่วน
ไทยปรับกฎยกเว้นวีซ่าหลายชาติ 15 ก.ย. นี้ ยันสิทธิยกเว้นวีซ่า 30 วันของจีนยังคงเดิม  ◆  ทีเส็บบุกเซินเจิ้น เปิดงาน MEET Thai Plus 2026 หวังดึงเม็ดเงินจีนพันล้านบาท  ◆  ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าไทยร่วงหนัก หลังมาตรการอุดหนุนลดลง กระทบผู้ผลิตจีนในตลาดไทย  ◆  นายกฯ อนุทิน ย้ำไทย-จีน "เหมือนครอบครัวเดียวกัน" พร้อมเร่งขจัดอุปสรรคการลงทุน  ◆  ศิลปินไทยร่วมร้อยชีวิตบินลัดฟ้าสู่ปักกิ่ง ร่วมคอนเสิร์ตนานาชาติที่กำแพงเมืองจีน ฉลอง 51 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน      ไทยปรับกฎยกเว้นวีซ่าหลายชาติ 15 ก.ย. นี้ ยันสิทธิยกเว้นวีซ่า 30 วันของจีนยังคงเดิม  ◆  ทีเส็บบุกเซินเจิ้น เปิดงาน MEET Thai Plus 2026 หวังดึงเม็ดเงินจีนพันล้านบาท  ◆  ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าไทยร่วงหนัก หลังมาตรการอุดหนุนลดลง กระทบผู้ผลิตจีนในตลาดไทย  ◆  นายกฯ อนุทิน ย้ำไทย-จีน "เหมือนครอบครัวเดียวกัน" พร้อมเร่งขจัดอุปสรรคการลงทุน  ◆  ศิลปินไทยร่วมร้อยชีวิตบินลัดฟ้าสู่ปักกิ่ง ร่วมคอนเสิร์ตนานาชาติที่กำแพงเมืองจีน ฉลอง 51 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน      
欧亚时报·泰国站
欧亚时报
泰国站 · EURASIA TIMES
กลับหน้าหลัก
การเมือง
สี จิ้นผิง เยือนคีร์กีซสถาน-อียิปต์ ร่วมประชุมสุดยอด SCO กระชับความร่วมมือเอเชียกลาง-ตะวันออกกลาง
欧亚时报编辑部·6 ชม.· 5 นาที
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เข้าร่วมการประชุมสุดยอด SCO ที่กรุงบิชเคก พร้อมเยือนคีร์กีซสถานและอียิปต์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม-3 กันยายน ลงนามความร่วมมือหลายฉบับ กระชับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับหุ้นส่วนในเอเชียกลางและตะวันออกกลาง
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เดินทางเยือนต่างประเทศเป็นเวลา 5 วัน ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม ถึง 3 กันยายน โดยเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ครั้งที่ 26 พร้อมทั้งเดินทางเยือนคีร์กีซสถานและอียิปต์อย่างเป็นทางการในฐานะรัฐกิจ การเดินทางครั้งนี้ครอบคลุมทั้งภูมิภาคเอเชียกลางและตะวันออกกลาง นับเป็นภารกิจทางการทูตพหุภาคีและทวิภาคีที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของจีนในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ และเกิดขึ้นในวาระครบรอบ 25 ปีการก่อตั้ง SCO การประชุมสุดยอดปีนี้จัดขึ้นโดยมีคีร์กีซสถานเป็นเจ้าภาพ ณ กรุงบิชเคก เมืองหลวง นับเป็นครั้งแรกที่ผู้นำ SCO มารวมตัวกันที่นี่ นับตั้งแต่จีนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดครั้งก่อนที่เมืองเทียนจินเมื่อปี 2025 ทั้งนี้ SCO ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2001 โดยมีสมาชิกผู้ก่อตั้งประกอบด้วยจีน รัสเซีย คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน และอุซเบกิสถาน ต่อมาอินเดียและปากีสถานเข้าร่วมในปี 2017 อิหร่านในปี 2023 และเบลารุสในปี 2024 ปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในองค์การระหว่างประเทศระดับภูมิภาคที่มีประชากรครอบคลุมมากที่สุดและมีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลก
สี จิ้นผิง และภริยา เผิง ลี่หยวน เดินทางถึงกรุงบิชเคกในช่วงบ่ายวันที่ 30 สิงหาคม และได้หารือกับประธานาธิบดีซาดีร์ จาปารอฟ ของคีร์กีซสถาน ที่พระราชวังฮาร์โมนี ในช่วงเช้าวันที่ 31 สิงหาคม ซึ่งตรงกับช่วงเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีเอกราชของคีร์กีซสถานพอดี หลังการหารือ ผู้นำทั้งสองได้ร่วมลงนามในสนธิสัญญาความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีถาวร มิตรภาพ และความร่วมมือระหว่างจีน-คีร์กีซสถาน พร้อมทั้งแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการพัฒนาคุณภาพสูงของหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านจีน-คีร์กีซสถานในยุคใหม่ ทั้งสองฝ่ายยังได้ลงนามในเอกสารความร่วมมืออีกกว่า 20 ฉบับ ครอบคลุมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การศึกษา วัฒนธรรม สื่อมวลชน การลงทุน การขนส่ง ศุลกากร และเมืองพี่เมืองน้อง สี จิ้นผิง กล่าวว่าความสัมพันธ์จีน-คีร์กีซสถานอยู่ใน “ยุคทอง” ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ และหวังที่จะร่วมมือกับจาปารอฟวางแผนงานใหม่ในการสร้างประชาคมจีน-คีร์กีซสถานที่มีอนาคตร่วมกัน ขณะที่จาปารอฟระบุว่าจีนคือ “มิตรที่ใกล้ชิดที่สุดและหุ้นส่วนที่เชื่อถือได้มากที่สุด” ในด้านนโยบายต่างประเทศของคีร์กีซสถาน โดยสนธิสัญญาฉบับนี้จะเป็นรากฐานทางกฎหมายที่สำคัญสำหรับมิตรภาพที่ยั่งยืนและการสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างมั่นคงระหว่างสองประเทศ
จีนและคีร์กีซสถานสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปี 1992 ยกระดับเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในปี 2013 และยกระดับอีกครั้งเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านในปี 2019 การลงนามสนธิสัญญาความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีถาวรในครั้งนี้จึงถือเป็นการยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีให้เป็นระบบสถาบันมากยิ่งขึ้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของคีร์กีซสถานอย่างต่อเนื่อง มูลค่าการค้าทวิภาคีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ครอบคลุมความร่วมมือด้านพลังงาน ทรัพยากรแร่ธาตุ การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การแปรรูปสินค้าเกษตร และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน ระหว่างการหารือ ผู้นำทั้งสองยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าล่าสุดของโครงการเชื่อมโยงภูมิภาค อาทิ เส้นทางรถไฟจีน-คีร์กีซสถาน-อุซเบกิสถาน โดยสี จิ้นผิง ระบุว่าการก่อสร้างกำลังเร่งดำเนินการ และจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าทั่วภูมิภาคเอเชียกลาง พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องการกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสะอาด และการท่องเที่ยว นักวิเคราะห์ชี้ว่าจีนได้กระชับความสัมพันธ์กับ 5 ประเทศเอเชียกลางอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และการเยือนครั้งนี้ นอกเหนือจากการประชุมสุดยอด SCO เอง ยังถือเป็นอีกก้าวที่เป็นรูปธรรมในการตอกย้ำบทบาทของจีนในฐานะศูนย์กลางของโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางในภูมิภาคนี้ ทั้งนี้ จีนและ 5 ประเทศเอเชียกลางได้จัดการประชุมสุดยอด “จีน-เอเชียกลาง” ครั้งแรกที่เมืองซีอานเมื่อปี 2023 ซึ่งถือเป็นการวางกลไกการประชุมระดับผู้นำประเทศรูปแบบใหม่ และการเยือนคีร์กีซสถานครั้งนี้ก็ถูกมองว่าเป็นรูปธรรมของการเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีภายใต้กลไกดังกล่าวให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ในช่วงเย็นวันที่ 1 กันยายน สี จิ้นผิง เดินทางถึงกรุงไคโร เพื่อเริ่มต้นการเยือนอียิปต์อย่างเป็นทางการเป็นเวลา 3 วัน ซึ่งเป็นการเยือนอียิปต์ครั้งแรกในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2016 ประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัลซีซี ของอียิปต์ ให้การต้อนรับสี จิ้นผิง ด้วยการยิงสลุต 21 นัด ณ พระราชวังอิตติฮาดิยา โดยเผิง ลี่หยวน และภริยาของอัลซีซี นางเอนติซาร์ อาเมร์ ก็เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องด้วย การเยือนครั้งนี้ตรงกับวาระครบรอบ 70 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-อียิปต์ โดยอียิปต์เป็นประเทศอาหรับและแอฟริกาประเทศแรกที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปี 1956 ทั้งสองฝ่ายต่างระบุว่าการเยือนครั้งนี้เป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงความร่วมมือในอดีตและอนาคตของทั้งสองประเทศ จีนและอียิปต์ต่างเป็นประเทศอารยธรรมโบราณ ตลอด 70 ปีนับตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ความสัมพันธ์ได้พัฒนาก้าวกระโดดจากมิตรภาพดั้งเดิมสู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน โดยอียิปต์ยังเป็นหนึ่งในประเทศตะวันออกกลางกลุ่มแรกที่ตอบรับเข้าร่วมโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง และเป็นหุ้นส่วนสำคัญของจีนทั้งในโลกอาหรับและทวีปแอฟริกา
ผู้นำทั้งสองเป็นสักขีพยานในการลงนามเอกสารความร่วมมือ 5 ฉบับ ณ พระราชวังอิตติฮาดิยา ครอบคลุมการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การพัฒนาแห่งชาติ “วิสัยทัศน์ 2030” ของอียิปต์เข้ากับโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีน ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคนิค ความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และความร่วมมือในเขตเศรษฐกิจคลองสุเอซ ทั้งสองฝ่ายยังประกาศเริ่มต้นการก่อสร้างระยะที่ 3 ของเขตความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าจีน-อียิปต์ (เขตเถ่อต๋า) ที่เมืองอิน โซคนา ซึ่งปัจจุบันดึงดูดบริษัทเข้ามาลงทุนแล้วราว 200 แห่ง มูลค่าการลงทุนสะสมประมาณ 3,800-4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะขยายความร่วมมือเพิ่มเติมในด้านยานยนต์ไฟฟ้า การต่อเรือ การผลิตแผงโซลาร์เซลล์และกังหันลม การแยกเกลือออกจากน้ำทะเล เซมิคอนดักเตอร์ ระบบคลาวด์และศูนย์ข้อมูล แร่ธาตุสำคัญ การสำรวจระยะไกล และปัญญาประดิษฐ์
ระหว่างการเยือน สี จิ้นผิง ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเน้นย้ำว่า “กิจการของตะวันออกกลางควรตัดสินใจโดยประชาชนตะวันออกกลางเอง” พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมโลกเคารพอธิปไตยของประเทศในภูมิภาค ร่วมกันสร้างโครงสร้างความมั่นคงใหม่สำหรับตะวันออกกลาง และคัดค้านการแทรกแซงกิจการภูมิภาคจากภายนอก ผู้สังเกตการณ์มองว่าคำกล่าวนี้มีนัยเชื่อมโยงกับผลกระทบต่อเนื่องจากความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านเมื่อเร็ว ๆ นี้ และแรงกดดันจากสหรัฐฯ ต่อไคโรกรณีความสัมพันธ์ทางการเงินระหว่างอียิปต์กับอิหร่าน ระหว่างการเยือนอียิปต์ สี จิ้นผิง และอัลซีซี ยังได้ร่วมกันเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์อียิปต์ใหญ่ (Grand Egyptian Museum) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ระดับโลกที่ใช้เวลาก่อสร้างหลายปีและเก็บรักษาโบราณวัตถุอียิปต์โบราณ รวมถึงสมบัติของฟาโรห์ตุตันคาเมน ถือเป็นฉากสัญลักษณ์แห่งการแลกเปลี่ยนอารยธรรมระหว่างจีนกับอียิปต์
ผู้สังเกตการณ์ด้านการทูตส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า การเดินทางเยือนแบบผสมผสาน “เอเชียกลางบวกตะวันออกกลาง” ในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดแนวทางการทูตของจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่มุ่งกระชับความสัมพันธ์หุ้นส่วนกับประเทศกำลังพัฒนาอย่างลึกซึ้ง การที่จีนสามารถดูแลทั้งเวทีพหุภาคีขององค์การ SCO และความสัมพันธ์ทวิภาคีสำคัญสองชุดในการเดินทางครั้งเดียว สะท้อนให้เห็นทั้งอิทธิพลดั้งเดิมของจีนในภูมิภาคเอเชียกลาง และการขยายยุทธศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง-แอฟริกาเหนือ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่เพิ่มเข้ามาในวาทกรรมการทูต “ซีกโลกใต้” ของจีน ด้านเศรษฐกิจ สื่อต่างประเทศรายงานว่าจีนมีดุลการค้าเกินดุลกับอียิปต์ราว 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2026 โดยสรุปแล้ว การเดินทางเยือนครั้งนี้ของสี จิ้นผิง ทั้งช่วยตอกย้ำกรอบความร่วมมือพหุภาคีของจีนกับประเทศสมาชิก SCO และยังกระชับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ผ่านช่องทางทวิภาคีกับสองประเทศหุ้นส่วนสำคัญในภูมิภาค นับเป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์การทูตของจีนในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ สื่อต่างประเทศหลายสำนักยังตั้งข้อสังเกตว่า การจัดตารางการเยือนที่แน่นและครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางในครั้งนี้ ตั้งแต่การประชุมสุดยอดพหุภาคีไปจนถึงการเยือนทวิภาคีระดับสูงสองครั้งติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นความเชี่ยวชาญของทีมการทูตจีนในการจัดวางวาระและทรัพยากร อีกทั้งยังเป็นหน้าต่างสำคัญสำหรับการติดตามทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับภูมิภาคดังกล่าวในอนาคต
จดหมายข่าว
รับข่าวเด่นทุกเช้า
สรุปข่าวสำคัญวันละครั้ง ฟรี ไม่มีสแปม
欧亚时报·泰国站
欧亚时报·泰国站
สื่อข่าวหลายภาษาสำหรับผู้อ่านจีน-ไทย เน้นรายงานเชิงลึกและวิเคราะห์สถานการณ์
© 2026 欧亚时报·泰国站 · Eurasia Times Thailand. สงวนลิขสิทธิ์
นโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไข