ข่าวด่วน
ไทยปรับกฎยกเว้นวีซ่าหลายชาติ 15 ก.ย. นี้ ยันสิทธิยกเว้นวีซ่า 30 วันของจีนยังคงเดิม  ◆  ทีเส็บบุกเซินเจิ้น เปิดงาน MEET Thai Plus 2026 หวังดึงเม็ดเงินจีนพันล้านบาท  ◆  ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าไทยร่วงหนัก หลังมาตรการอุดหนุนลดลง กระทบผู้ผลิตจีนในตลาดไทย  ◆  นายกฯ อนุทิน ย้ำไทย-จีน "เหมือนครอบครัวเดียวกัน" พร้อมเร่งขจัดอุปสรรคการลงทุน  ◆  ศิลปินไทยร่วมร้อยชีวิตบินลัดฟ้าสู่ปักกิ่ง ร่วมคอนเสิร์ตนานาชาติที่กำแพงเมืองจีน ฉลอง 51 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน      ไทยปรับกฎยกเว้นวีซ่าหลายชาติ 15 ก.ย. นี้ ยันสิทธิยกเว้นวีซ่า 30 วันของจีนยังคงเดิม  ◆  ทีเส็บบุกเซินเจิ้น เปิดงาน MEET Thai Plus 2026 หวังดึงเม็ดเงินจีนพันล้านบาท  ◆  ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าไทยร่วงหนัก หลังมาตรการอุดหนุนลดลง กระทบผู้ผลิตจีนในตลาดไทย  ◆  นายกฯ อนุทิน ย้ำไทย-จีน "เหมือนครอบครัวเดียวกัน" พร้อมเร่งขจัดอุปสรรคการลงทุน  ◆  ศิลปินไทยร่วมร้อยชีวิตบินลัดฟ้าสู่ปักกิ่ง ร่วมคอนเสิร์ตนานาชาติที่กำแพงเมืองจีน ฉลอง 51 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน      
欧亚时报·泰国站
欧亚时报
泰国站 · EURASIA TIMES
กลับหน้าหลัก
เศรษฐกิจ
เปิดเส้นทางบินใหม่ L770 ไทย-จีน-ลาวร่วมพัฒนา หนุนระเบียงการบินคล่องตัวขึ้น
欧亚时报编辑部·10 วัน· 5 นาที
"Ssr coelpin" by c.w. is licensed under CC BY-SA 3.0. To view a copy of this license, visit https://creativecommons.org/licenses/by-sa/3.0/.
เส้นทางบินตรงสายใหม่ L770 ที่ไทย จีน และลาวร่วมพัฒนา เริ่มเปิดให้บริการวันที่ 3 กันยายน ช่วยลดระยะทางบินและเสริมความแข็งแกร่งให้ระเบียงการบินไทย-จีน
ระบบการบินพลเรือนของไทยได้รับการยกระดับครั้งสำคัญ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท. หรือ AEROTHAI) เพิ่งประกาศว่า เส้นทางบินตรงสายใหม่ L770 (จุดรายงาน NAN-SAGAG) ซึ่งพัฒนาร่วมกันโดยไทย จีน และลาว ได้เริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2569 เพื่อให้อากาศยานที่บินระหว่างสองประเทศมีเส้นทางที่คล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตามรายงานก่อนหน้านี้ของเนชั่นไทยแลนด์ (Nation Thailand) เส้นทางนี้เป็นผลสำเร็จล่าสุดจากการหารือเรื่อง "เส้นทางบินคู่ขนาน" ระหว่างจีนและไทยที่ดำเนินมาหลายปี และถือเป็นอีกก้าวสำคัญของไทยในการปรับปรุงน่านฟ้าสู่ยุคดิจิทัล พร้อมผลักดันเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก การเปิดเส้นทางใหม่นี้เกิดขึ้นในช่วงที่การเดินทางระหว่างประชาชนจีน-ไทยฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และความต้องการด้านการขนส่งทางอากาศเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง จึงได้รับความสนใจอย่างใกล้ชิดจากทั้งภาคการบินและภาคการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ
ตามข้อมูลของบวท. เส้นทางบิน L770 ที่เปิดใช้ใหม่นี้ช่วยลดระยะทางการบินได้ 27.5 ถึง 35.2 ไมล์ทะเล เมื่อเทียบกับเส้นทางเดิม แม้ระยะทางที่ลดลงต่อเที่ยวบินอาจดูไม่มากนัก แต่เนื่องจากเส้นทางไทย-จีนมีความหนาแน่นของเที่ยวบินสูงและมีความถี่มาก การประหยัดเชื้อเพลิงและเวลาที่สะสมในระยะยาวจึงคาดว่าจะมีนัยสำคัญ ก่อนหน้านี้ เที่ยวบินระหว่างจีนและไทยต้องพึ่งพาเส้นทางเดียวที่กำหนดโดยองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ผ่านจุดรายงานที่ชื่อว่า SAGAG ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของน่านฟ้าลาว บริเวณรอยต่อเขตข้อมูลการบิน (FIR) ระหว่างจีนและลาว และเชื่อมโยงกับเส้นทางบิน A581 และ B218 ที่มีอยู่เดิม ซึ่งประสบปัญหาปริมาณการจราจรใกล้เต็มความจุ บางช่วงเวลาเที่ยวบินต้องต่อคิว บินอ้อม หรือล่าช้า การเปิดเส้นทางใหม่นี้จึงเปรียบเสมือนการเพิ่มเส้นทางคู่ขนานให้กับเส้นทางเดิม ทำให้หน่วยงานควบคุมจราจรทางอากาศและสายการบินมีทางเลือกในการจัดสรรเที่ยวบินมากขึ้น ช่วยกระจายความหนาแน่นของการจราจร ลดความเสี่ยงของความแออัดในน่านฟ้า และเพิ่มระดับความปลอดภัยโดยรวมของการปฏิบัติการในน่านฟ้าดังกล่าว
อันที่จริง ไทย จีน และลาว เริ่มหารือเรื่องการเปิดเส้นทางบินใหม่ตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งขณะนั้นทั้งสามฝ่ายเล็งเห็นแล้วว่า เมื่อตลาดการบินไทย-จีนขยายตัวต่อเนื่อง ปริมาณเที่ยวบินต่อปีในน่านฟ้าดังกล่าวอาจเพิ่มขึ้นจากราว 100,000 เที่ยวบินในขณะนั้น เป็นประมาณ 200,000 เที่ยวบิน ซึ่งเส้นทางเดียวที่มีอยู่เดิมอาจไม่เพียงพอต่อการรองรับ ด้วยเหตุนี้ หน่วยงานการบินพลเรือนของทั้งสามประเทศจึงประสานงานกันหลายรอบในประเด็นด้านเทคนิค การจัดสรรน่านฟ้า และมาตรฐานความปลอดภัย ก่อนร่วมกันยื่นข้อเสนอเส้นทางบินใหม่ต่อ ICAO โดยเดิมมีแผนเปิดใช้เส้นทางในช่วงต้นปี 2569 แต่ต้องเลื่อนออกไปเพื่อให้มีเวลาเพียงพอสำหรับการตรวจสอบด้านเทคนิค การออกแบบวิธีปฏิบัติการบิน และการประสานงานระหว่างสามประเทศ ก่อนจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 กันยายน ซึ่งรวมกระบวนการเตรียมการทั้งหมดใช้เวลากว่าสองปี
ในเชิงอุตสาหกรรม ประโยชน์โดยตรงจากการปรับเส้นทางบินครั้งนี้ ได้แก่ การลดระยะเวลาบิน ลดการใช้เชื้อเพลิง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และลดต้นทุนการดำเนินงานโดยรวมของสายการบิน ซึ่งการเพิ่มประสิทธิภาพเหล่านี้มีความหมายในทางปฏิบัติอย่างมากสำหรับสายการบินที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่สูงและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมระบุว่า มาตรการนี้ยังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในมาตรการรองรับสำคัญของไทยต่อความต้องการเที่ยวบินจากตลาดจีนที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลฝั่งไทยระบุว่า ปัจจุบันจีนเป็นประเทศที่มีจำนวนเที่ยวบินเชื่อมโยงกับไทยมากที่สุด โดยมียอดสะสมรวมประมาณ 777,000 เที่ยวบิน สูงสุดในบรรดาประเทศและภูมิภาคทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าตลาดการบินไทย-จีนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาพรวมการบินพลเรือนของไทย
ที่น่าสังเกตคือ การเปิดใช้เส้นทาง L770 ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยลำพัง แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนยกระดับน่านฟ้าไทยสู่ยุคดิจิทัลในภาพรวมของบวท. โดยหน่วยงานดังกล่าวเพิ่งเปิดเผยโครงการสำคัญ 6 โครงการ ครอบคลุมการบูรณาการระบบเรดาร์ตรวจอากาศ การก่อสร้างหอควบคุมการบินดิจิทัลและระบบควบคุมระยะไกล การนำระบบสารสนเทศการบินยุคใหม่มาใช้ ตลอดจนโครงการด้านความยั่งยืนหลายโครงการ โดยมีเป้าหมายยกระดับทั้งโครงสร้างพื้นฐานและขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของการปฏิบัติการในน่านฟ้าไทยไปพร้อมกัน ตามแผนดังกล่าว การยกระดับเหล่านี้จะช่วยรองรับปริมาณเที่ยวบินในน่านฟ้าไทยที่คาดว่าจะสูงถึงประมาณ 919,600 เที่ยวบินในปีงบประมาณ 2569 และตั้งเป้าหมายระยะกลางเพิ่มเติมในการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินต่อปีให้แตะ 1 ล้านเที่ยวบินภายในปี 2570 (พ.ศ. 2570) เพื่อวางรากฐานด้านโครงสร้างพื้นฐานรองรับเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาคและระดับโลกของไทย
ในด้านการท่องเที่ยว การเปิดเส้นทางบินใหม่นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ไทยเร่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนอย่างเต็มที่ หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของไทยคาดการณ์ว่าตลอดปี 2569 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยราว 5.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ข้อมูล ณ วันที่ 5 สิงหาคม พบว่ามีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยแล้วกว่า 3.14 ล้านคนนับตั้งแต่ต้นปี สะท้อนถึงแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดีและความคืบหน้าที่มั่นคงต่อเป้าหมายรายปี ในขณะเดียวกัน จำนวนที่นั่งบนเครือข่ายเส้นทางบินระหว่างจีนกับไทยในปีนี้ก็เพิ่มขึ้น 8.7% เช่นกัน เป็นประมาณ 8.47 ล้านที่นั่ง สอดรับกับความต้องการเดินทางระหว่างสองประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง นักวิเคราะห์มองว่า การเพิ่มประสิทธิภาพของเส้นทางบินและการขยายขีดความสามารถด้านที่นั่งเสริมกันและกัน ร่วมกันสร้างรากฐานด้านการขนส่งทางอากาศที่มั่นคงยิ่งขึ้นสำหรับการท่องเที่ยวและการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจระหว่างจีนและไทย
ฝ่ายไทยยังเปิดเผยด้วยว่า มีแผนพัฒนาเส้นทางบินคู่ขนานเพิ่มเติม เพื่อเชื่อมโยงเมืองทางภาคเหนือของไทย เช่น เชียงใหม่และเชียงราย เข้ากับเมืองสำคัญของจีน อาทิ คุนหมิง กุ้ยหยาง เฉิงตู (เทียนฝู่) ฉงชิ่ง และซีอาน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเครือข่ายเส้นทางบินไทย-จีนที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น นอกเหนือไปจากเส้นทางเดียวที่มีอยู่เดิม นอกจากนี้ เมื่อเส้นทางคมนาคมทางบก เช่น ทางรถไฟจีน-ลาว และทางหลวงคุนหมิง-กรุงเทพฯ ยังคงพัฒนาต่อเนื่อง ความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงคมนาคมระหว่างจีน ไทย และลาว จึงไม่จำกัดอยู่เพียงรูปแบบการขนส่งใดรูปแบบหนึ่งอีกต่อไป แต่กำลังก้าวหน้าไปพร้อมกันทั้งทางราง ทางถนน และทางอากาศ
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า เมื่อความร่วมมือด้านการบริหารจัดการน่านฟ้าระหว่างจีน ลาว และไทยลึกซึ้งยิ่งขึ้น การเชื่อมโยงด้านการบินในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงก็มีแนวโน้มพัฒนาต่อเนื่อง สำหรับไทย การเปิดใช้เส้นทาง L770 ไม่เพียงช่วยบรรเทาความแออัดของน่านฟ้าที่มีอยู่และเพิ่มความตรงต่อเวลาของเที่ยวบิน แต่ยังถือเป็นก้าวสำคัญของยุทธศาสตร์ "ศูนย์กลางการบินระดับโลก" และความพยายามดึงดูดนักท่องเที่ยวจากจีนและภูมิภาคให้มากขึ้น สำหรับจีน เส้นทางบินไทย-จีนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นก็เป็นประโยชน์ต่อการค้า การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนของมณฑลทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนกับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่คาดว่า เมื่อเส้นทางคู่ขนานเพิ่มเติมทยอยเปิดใช้งาน เครือข่ายการขนส่งทางอากาศระหว่างจีนและไทยจะขยายตัวทั้งด้านขนาดและคุณภาพต่อไป เป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ให้กับการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาค พร้อมทั้งสั่งสมประสบการณ์ความร่วมมือระยะยาวระหว่างไทยและจีนในด้านความปลอดภัยการบินและมาตรฐานเทคโนโลยีการควบคุมจราจรทางอากาศ
จดหมายข่าว
รับข่าวเด่นทุกเช้า
สรุปข่าวสำคัญวันละครั้ง ฟรี ไม่มีสแปม
欧亚时报·泰国站
欧亚时报·泰国站
สื่อข่าวหลายภาษาสำหรับผู้อ่านจีน-ไทย เน้นรายงานเชิงลึกและวิเคราะห์สถานการณ์
© 2026 欧亚时报·泰国站 · Eurasia Times Thailand. สงวนลิขสิทธิ์
นโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไข