กลับหน้าหลักวัฒนธรรม
เจ้อเจียงเร่งส่งออก "สามสิ่งใหม่" ด้านวัฒนธรรม โต 60.1% ใน 7 เดือนแรกของปี
ไชนาเดลีรายงานว่า การส่งออก "สามสิ่งใหม่" ด้านวัฒนธรรมของเจ้อเจียง ได้แก่ วรรณกรรมออนไลน์ ละครออนไลน์ และเกมออนไลน์ เติบโตร้อยละ 60.1 ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2026 โดยหางโจวกลายเป็นศูนย์กลางหลักของอุตสาหกรรมนี้
ตามรายงานของเว็บไซต์ไชนาเดลี (China Daily) ฉบับสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 การส่งออกผลิตภัณฑ์ "สามสิ่งใหม่" (新三样) ด้านวัฒนธรรมของมณฑลเจ้อเจียง ในช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2026 เติบโตขึ้นถึงร้อยละ 60.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กลายเป็นจุดเด่นล่าสุดของการพัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรมของมณฑลนี้ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าเจ้อเจียงกำลังเสริมสร้างสถานะการเป็นเครื่องยนต์หลักในการส่งออกผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมดิจิทัลของจีนสู่ตลาดโลก โดย "สามสิ่งใหม่" ในที่นี้ประกอบด้วยวรรณกรรมออนไลน์ ละครออนไลน์ และเกมออนไลน์ ซึ่งกำลังขยายตัวสู่ตลาดต่างประเทศอย่างรวดเร็ว
ควรชี้แจงว่า คำว่า "สามสิ่งใหม่" ที่พบเห็นบ่อยที่สุดในรายงานเศรษฐกิจของจีนมักหมายถึงรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ลิเธียม และแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งเป็นสามหมวดสินค้าส่งออกใหม่ที่ขับเคลื่อนการค้าต่างประเทศของจีน โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ การส่งออก "สามสิ่งใหม่" ในความหมายดั้งเดิมของเจ้อเจียงมีมูลค่าถึง 7.594 แสนล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 51.7 เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วน "สามสิ่งใหม่" ที่กล่าวถึงในรายงานฉบับนี้หมายถึงภาควัฒนธรรมโดยเฉพาะ ได้แก่ วรรณกรรมออนไลน์ ละครออนไลน์ (รวมถึงละครสั้นออนไลน์) และเกมออนไลน์ ซึ่งแตกต่างจากคำอธิบายในสรุปข่าวต้นฉบับที่ระบุว่าเป็น "ละครโทรทัศน์ที่ผสมผสานองค์ประกอบทรัพย์สินทางปัญญาท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ทางวัฒนธรรม และบริการเชิงสร้างสรรค์" ผู้อ่านจึงควรสังเกตความแตกต่างของคำนี้ในบริบทที่ต่างกัน
นครหางโจว เมืองเอกของมณฑลเจ้อเจียง เป็นศูนย์กลางหลักของอุตสาหกรรม "สามสิ่งใหม่" ด้านวัฒนธรรม ข้อมูลระบุว่าในปี 2025 บริษัทขนาดใหญ่ (above-scale) ในภาค "สามสิ่งใหม่" ของหางโจวมีรายได้รวม 2.011 แสนล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.5 เมื่อเทียบกับปีก่อน คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 80 ของทั้งมณฑล ปัจจุบันหางโจวมีบริษัทขนาดใหญ่ในกลุ่มนี้ 343 แห่ง คิดเป็นประมาณสองในสามของทั้งมณฑล และได้ปั้นบริษัทส่งออกวัฒนธรรมสำคัญระดับประเทศแล้ว 85 แห่ง (ครั้ง) พร้อมโครงการสำคัญ 45 โครงการ ซึ่งอยู่ในอันดับต้น ๆ เมื่อเทียบกับเมืองอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันทั่วประเทศ งานเทศกาลการ์ตูนและแอนิเมชันนานาชาติจีน (China International Cartoon and Animation Festival) ที่หางโจวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ก็กลายเป็นหน้าต่างสำคัญในการติดตามความก้าวหน้าของอุตสาหกรรม "สามสิ่งใหม่" ด้านวัฒนธรรม โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่เป็นเวทีจัดแสดงและเจรจาธุรกิจให้บริษัทด้านวรรณกรรมออนไลน์ ละครออนไลน์ และเกมออนไลน์ ได้เชื่อมโยงกับตลาดต่างประเทศ ดึงดูดผู้ซื้อและพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศมาเจรจาลิขสิทธิ์และความร่วมมือด้านการจัดจำหน่าย
วรรณกรรมออนไลน์เป็นจุดเริ่มต้นของห่วงโซ่อุตสาหกรรมนี้ หมู่บ้านนักเขียนออนไลน์แห่งประเทศจีน (China Online Writers' Village) ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบไป๋หม่า ใกล้พื้นที่ชุ่มน้ำซีซีของหางโจว ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2017 ได้ดึงดูดนักเขียนออนไลน์ชื่อดังกว่า 350 คน อาทิ ถังเจียซานเส้า หนานไผ่ซานซู่ และกวนผิงเฉา และได้ผลิตผลงานต้นฉบับยอดนิยมกว่า 300 เรื่อง อาทิ "โจ่วอวี้เหนียน" (Joy of Life) และ "บันทึกโจรปล้นสุสาน" (The Lost Tomb) นวนิยายออนไลน์เหล่านี้ไม่เพียงถูกแปลเป็นหลายภาษาเพื่อจำหน่ายในต่างประเทศ แต่ยังถูกดัดแปลงเป็นรูปแบบต่อยอด เช่น ละครสั้นออนไลน์ ตัวอย่างเช่น นวนิยายออนไลน์เรื่อง "ซ่างหยวนฮวน" ที่ถูกดัดแปลงเป็นละครสั้นในชื่อเดียวกัน มียอดรับชมในต่างประเทศทะลุ 30 ล้านครั้งแล้ว ตามรายงานที่สถาบันสังคมศาสตร์แห่งประเทศจีน (Chinese Academy of Social Sciences) เคยเผยแพร่ ณ สิ้นปี 2024 ตลาดทรัพย์สินทางปัญญา (IP) จากวรรณกรรมออนไลน์ของจีนมีมูลค่าพุ่งขึ้นถึง 2.9856 แสนล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.6 เมื่อเทียบกับปีก่อน ฐานผู้ใช้งานในต่างประเทศยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นปี 2025 มีผู้ใช้ลงทะเบียนในต่างประเทศราว 250 ล้านคน และในปี 2025 ปีเดียวมีผู้ลงทะเบียนใหม่จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 40 ล้านคน ครอบคลุมกว่า 200 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก โดยมีผลงานวรรณกรรมออนไลน์ของจีนที่ถูกส่งออกไปต่างประเทศสะสมแล้วกว่า 130,000 เรื่อง
ละครสั้นออนไลน์เป็นกลุ่มย่อยที่เติบโตเร็วที่สุดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัท "หรงเลี่ยงต่วนจฺวี้" (容量短剧) ของหางโจวเป็นผู้บุกเบิกรูปแบบธุรกิจละครสั้นแบบเสียเงิน โดยฐานถ่ายทำเฉพาะทางของบริษัทที่ชื่อ "หลินอิ่งฉ่าง" สามารถรองรับกองถ่ายได้มากกว่า 400 กองต่อปี ขณะที่แพลตฟอร์มละครสั้นในต่างประเทศชื่อ Short Max ซึ่งพัฒนาโดยทีมงานจากหางโจว มีผู้ใช้งานทะลุ 50 ล้านคนแล้ว และติดอันดับ 3 อันดับแรกของแอปพลิเคชันประเภทเดียวกันที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หน่วยงานในอุตสาหกรรมคาดการณ์ว่าภายในปี 2027 ตลาดละครสั้นออนไลน์ต่างประเทศของจีนจะมีขนาดใหญ่กว่าตลาดในประเทศ และจะกลายเป็นขั้วการเติบโตหลักของอุตสาหกรรมละครสั้นทั่วโลก
ในด้านเกมออนไลน์ บริษัทของเจ้อเจียงก็มีบทบาทโดดเด่นเช่นกัน เกม "หนี่สุ่ยหาน" (逆水寒) ของเน็ตอีส (NetEase) หลังจากเปิดตัวเวอร์ชันนานาชาติในเดือนพฤศจิกายน 2025 ก็ขึ้นสู่อันดับ 1 ของแอปเกมฟรียอดนิยมบน App Store ในประเทศไทย เวียดนาม และมาเลเซียอย่างรวดเร็ว หากมองในภาพรวมทั้งประเทศ ในปี 2024 รายได้จากการขายเกมที่จีนพัฒนาเองในตลาดต่างประเทศมีมูลค่าถึง 1.8557 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 33.62 ของรายได้รวมของบริษัทเกมจีนทั้งหมด ทำให้เกมออนไลน์กลายเป็นหนึ่งในหมวดหมู่การส่งออกวัฒนธรรมของจีนที่มีความเป็นผู้ใหญ่และมีขนาดใหญ่ที่สุด และเป็นแรงหนุนสำคัญให้กับอุตสาหกรรม "สามสิ่งใหม่" ของเจ้อเจียง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รายได้จากตลาดต่างประเทศของเกมที่จีนพัฒนาเองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปลายทางการส่งออกได้ขยายจากตลาดใกล้เคียงอย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ไปสู่ยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลางที่กว้างขวางขึ้น ขณะที่ประเภทผลิตภัณฑ์ก็พัฒนาจากเกมแคชชวลขนาดเล็กในยุคแรก ไปสู่เกมเนื้อหาหนักอย่างเกมสวมบทบาทออนไลน์หลายผู้เล่นขนาดใหญ่ (MMORPG) โดยบริษัทของเจ้อเจียงมีบทบาทสำคัญในกระบวนการนี้
ตามข้อมูลที่สำนักงานวัฒนธรรม วิทยุ โทรทัศน์ และการท่องเที่ยวนครหางโจวเคยเปิดเผยไว้ก่อนหน้านี้ มูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมของหางโจวในปี 2024 อยู่ที่ 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเกมออนไลน์และภาพยนตร์/แอนิเมชันเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมวิเคราะห์ว่า วรรณกรรมออนไลน์เป็นแหล่งเนื้อหาต้นทาง ละครสั้นออนไลน์ทำหน้าที่ทดสอบตลาดและตรวจสอบความนิยมของผู้ใช้ ส่วนเกมออนไลน์สร้างรายได้ในเชิงลึกและระยะยาว ทั้งสามส่วนเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ค่อย ๆ ก่อร่างเป็นห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่สมบูรณ์ ตั้งแต่การสร้างสรรค์เนื้อหา การบ่มเพาะทรัพย์สินทางปัญญา ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อยอด ผลักดันสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ของเจ้อเจียงให้ก้าวสู่เวทีโลก
นอกจากหางโจวแล้ว นครหนิงโปก็กำลังเร่งวางรากฐานอุตสาหกรรม "สามสิ่งใหม่" ด้านวัฒนธรรมเช่นกัน โดยในเขตหยินโจวของหนิงโป ทางการได้ใช้อุทยานอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวัฒนธรรมเฉียนหู กับหมู่บ้านนักเขียนออนไลน์หนิงโป (เขตหยินโจว) เป็นสองแกนหลัก เพื่อสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมแบบครบวงจรที่ผสานวรรณกรรมออนไลน์ ละครออนไลน์ และเกมออนไลน์เข้าด้วยกัน ครอบคลุมตั้งแต่การบ่มเพาะทรัพย์สินทางปัญญา การผลิตเนื้อหา ไปจนถึงการจัดจำหน่ายในต่างประเทศ สมาคมนักเขียนออนไลน์แห่งหนิงโปยังจัดสตูดิโอส่วนตัวฟรีแบบ "ไม่มีเงื่อนไข" ให้นักเขียนออนไลน์จากทั่วประเทศเข้าใช้งาน พร้อมเงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อผลักดันให้ผลงานวรรณกรรมออนไลน์คุณภาพสูงถูกแนะนำให้กับสำนักพิมพ์ บริษัทภาพยนตร์-โทรทัศน์ และบริษัทวัฒนธรรมนำไปดัดแปลงต่อยอด จนเกิดเป็นภาพรวมที่ทั้งหางโจวและหนิงโปต่างเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ไปพร้อมกัน
นักวิเคราะห์ชี้ว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของการส่งออก "สามสิ่งใหม่" ด้านวัฒนธรรม สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมจีน จากช่วงแรกที่ "อาศัยเรือผู้อื่นออกทะเล" คือพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างประเทศในการกระจายเนื้อหา ไปสู่การ "ต่อเรือของตนเองออกทะเล" คือการสร้างช่องทางและแบรนด์ของตนเองในต่างประเทศ เมื่อหางโจว หนิงโป และเมืองอื่น ๆ ของเจ้อเจียงยังคงเพิ่มการสนับสนุนเชิงนโยบายและการรวมกลุ่มอุตสาหกรรมให้กับบริษัทวรรณกรรมออนไลน์ ละครออนไลน์ และเกมออนไลน์ อย่างต่อเนื่อง คาดว่าภาค "สามสิ่งใหม่" ด้านวัฒนธรรมของเจ้อเจียงจะยังคงรักษาอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างสูงต่อไป และเป็นหน้าต่างสำคัญในการสังเกตกระบวนการโลกาภิวัตน์ของอุตสาหกรรมเนื้อหาดิจิทัลของจีน