ข่าวด่วน
ไทยปรับกฎยกเว้นวีซ่าหลายชาติ 15 ก.ย. นี้ ยันสิทธิยกเว้นวีซ่า 30 วันของจีนยังคงเดิม  ◆  ทีเส็บบุกเซินเจิ้น เปิดงาน MEET Thai Plus 2026 หวังดึงเม็ดเงินจีนพันล้านบาท  ◆  ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าไทยร่วงหนัก หลังมาตรการอุดหนุนลดลง กระทบผู้ผลิตจีนในตลาดไทย  ◆  นายกฯ อนุทิน ย้ำไทย-จีน "เหมือนครอบครัวเดียวกัน" พร้อมเร่งขจัดอุปสรรคการลงทุน  ◆  ศิลปินไทยร่วมร้อยชีวิตบินลัดฟ้าสู่ปักกิ่ง ร่วมคอนเสิร์ตนานาชาติที่กำแพงเมืองจีน ฉลอง 51 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน      ไทยปรับกฎยกเว้นวีซ่าหลายชาติ 15 ก.ย. นี้ ยันสิทธิยกเว้นวีซ่า 30 วันของจีนยังคงเดิม  ◆  ทีเส็บบุกเซินเจิ้น เปิดงาน MEET Thai Plus 2026 หวังดึงเม็ดเงินจีนพันล้านบาท  ◆  ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าไทยร่วงหนัก หลังมาตรการอุดหนุนลดลง กระทบผู้ผลิตจีนในตลาดไทย  ◆  นายกฯ อนุทิน ย้ำไทย-จีน "เหมือนครอบครัวเดียวกัน" พร้อมเร่งขจัดอุปสรรคการลงทุน  ◆  ศิลปินไทยร่วมร้อยชีวิตบินลัดฟ้าสู่ปักกิ่ง ร่วมคอนเสิร์ตนานาชาติที่กำแพงเมืองจีน ฉลอง 51 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน      
欧亚时报·泰国站
欧亚时报
泰国站 · EURASIA TIMES
กลับหน้าหลัก
ต่างประเทศ
สี จิ้นผิง ร่วมประชุมสุดยอด SCO ที่บิชเคก เสนอ 4 ข้อผลักดันการพัฒนาองค์การคุณภาพสูง
欧亚时报编辑部·10 วัน· 5 นาที
"Game Developers Conference 2010 - Day 1" by Official GDC is licensed under CC BY 2.0. To view a copy of this license, visit https://creativecommons.org/licenses/by/2.0/.
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมสภาประมุขแห่งรัฐ SCO ครั้งที่ 26 ที่กรุงบิชเคกเมื่อวันที่ 1 กันยายน ขณะผู้นำร่วมลงนามปฏิญญาบิชเคกฉลองครบรอบ 25 ปี และปากีสถานรับตำแหน่งประธานหมุนเวียน
เมื่อวันที่ 1 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เข้าร่วมการประชุมสภาประมุขแห่งรัฐสมาชิกองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ครั้งที่ 26 ณ กรุงบิชเคก เมืองหลวงของคีร์กีซสถาน และได้กล่าวสุนทรพจน์สำคัญในหัวข้อ "ผลักดันองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้สู่การพัฒนาที่มีคุณภาพสูงยิ่งขึ้น" การประชุมครั้งนี้เป็นวาระสำคัญของการเดินทางเยือนต่างประเทศของสี จิ้นผิง ซึ่งดำเนินระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม ถึง 3 กันยายน โดยเขาเดินทางเยือนคีร์กีซสถานและอียิปต์อย่างเป็นทางการ พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมชุดการประชุมสุดยอด ซึ่งทั้งหมดตรงกับวาระครบรอบ 25 ปีของ SCO
ในช่วงเวลาเดียวกับการประชุมสุดยอด สี จิ้นผิง ยังเดินทางเยือนคีร์กีซสถานอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการเยือนครั้งแรกในรอบ 7 ปี ตามคำเชิญของประธานาธิบดีซาดีร์ จาปารอฟ โดยก่อนการเยือน สี จิ้นผิง ได้เผยแพร่บทความลงนามในสื่อหลักของคีร์กีซสถาน ในหัวข้อ "ร่วมมือกันเปิดศักราชใหม่แห่งการพัฒนาคุณภาพสูงของความสัมพันธ์จีน-คีร์กีซสถาน" บทความระบุว่า ตลอด 34 ปีนับตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ความสัมพันธ์จีน-คีร์กีซสถานดำเนินไปอย่างมั่นคงและยกระดับขึ้นเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านแห่งยุคใหม่ โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาความร่วมมือทวิภาคีก้าวเข้าสู่ "ยุคทอง" ทั้งมูลค่าการค้าและการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนต่างทำสถิติสูงสุดใหม่ ระหว่างการเยือน ผู้นำทั้งสองได้หารืออย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการกระชับความไว้วางใจทางการเมือง การขยายความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันในทุกมิติ และการส่งเสริมสัมพันธไมตรีระหว่างประชาชน พร้อมร่วมกันวางแนวทางอนาคตของประชาคมจีน-คีร์กีซสถานที่มีชะตาร่วมกัน
องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้มีรากฐานย้อนไปถึงกลไก "5 ชาติเซี่ยงไฮ้" ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1996 โดยจีน รัสเซีย คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน และทาจิกิสถาน เพื่อแก้ไขปัญหาพรมแดนและสร้างความไว้วางใจทางทหาร ต่อมาในเดือนมิถุนายน 2001 ทั้งห้าประเทศพร้อมด้วยอุซเบกิสถานได้ลงนามในปฏิญญาว่าด้วยการก่อตั้งองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ที่นครเซี่ยงไฮ้ ก่อตั้งองค์การอย่างเป็นทางการ จากนั้นองค์การได้ขยายสมาชิกหลายรอบ โดยอินเดียและปากีสถานเข้าร่วมในปี 2017 อิหร่านเข้าร่วมในปี 2023 และเบลารุสเข้าร่วมในปี 2024 ทำให้จำนวนสมาชิกขยายจาก 6 ประเทศเป็น 10 ประเทศ นอกจากนี้ยังมีประเทศผู้สังเกตการณ์และหุ้นส่วนเจรจา อาทิ มองโกเลีย อัฟกานิสถาน และตุรกี ปัจจุบัน SCO ครอบคลุมประชากรเกือบครึ่งหนึ่งของโลกและประมาณหนึ่งในสี่ของขนาดเศรษฐกิจโลก นับเป็นหนึ่งในองค์การความร่วมมือระดับภูมิภาคแบบครอบคลุมที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยูเรเซีย
ในสุนทรพจน์ สี จิ้นผิง เสนอข้อเสนอ 4 ประการเพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาของ SCO ในอนาคต ประการแรก ยึดการพัฒนาเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ส่งเสริมโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและเป็นประโยชน์ร่วมกัน เสริมสร้างความร่วมมือในด้านดั้งเดิม เช่น การค้า การลงทุน ความเชื่อมโยง พลังงานและทรัพยากร พร้อมขยายความร่วมมือในด้านใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ เศรษฐกิจดิจิทัล อุตสาหกรรมสีเขียว และเหมืองแร่สีเขียว ประการที่สอง จีนพร้อมช่วยผลักดันให้ SCO เป็นเวทีสำคัญในการปฏิบัติตามข้อริเริ่มความมั่นคงโลก ประการที่สาม จีนยินดีร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อปฏิบัติตามข้อริเริ่มอารยธรรมโลก และสนับสนุนให้ SCO เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตามข้อริเริ่มธรรมาภิบาลโลก ประการที่สี่ จีนถือว่า SCO เป็นพื้นที่สำคัญลำดับต้นสำหรับการร่วมสร้างข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road) ที่มีคุณภาพสูง และการปฏิบัติตามข้อริเริ่มการพัฒนาโลก นอกจากนี้ สี จิ้นผิง ยังประกาศว่าจีนจะจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์สำหรับประเทศสมาชิก SCO จัดตั้งศูนย์ความร่วมมือเศรษฐกิจท่าเรือจีน-SCO ที่เมืองเทียนจิน และจะร่วมดำเนินโครงการความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 100 โครงการกับประเทศสมาชิก SCO ในช่วง 3 ปีข้างหน้า
ในวันเดียวกัน สี จิ้นผิง ยังเข้าร่วมการประชุม "SCO Plus" และกล่าวสุนทรพจน์สำคัญในหัวข้อ "ร่วมส่งเสริมพหุขั้วอำนาจของโลกอย่างเสมอภาคและเป็นระเบียบ เพื่อธรรมาภิบาลโลกที่เป็นธรรมและสมเหตุสมผลยิ่งขึ้น" เขาระบุว่า ตลอด 25 ปีของการพัฒนา SCO ประสบความสำเร็จในการสร้างแบบอย่างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมหาอำนาจ ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน และระหว่างประเทศขนาดใหญ่กับขนาดเล็ก ทั้งยังสามารถรวมพลังการพัฒนาของประชากรเกือบครึ่งโลกและเศรษฐกิจหนึ่งในสี่ของโลกเข้าด้วยกัน สี จิ้นผิง เน้นย้ำว่าจีนในฐานะประเทศมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบ จะยังคงส่งเสริมพหุขั้วอำนาจของโลกอย่างเสมอภาคและเป็นระเบียบ และยึดมั่นในพหุภาคีนิยมที่แท้จริงต่อไป
ระหว่างการประชุม ผู้นำประเทศสมาชิก SCO ได้ลงนามและประกาศ "ปฏิญญาบิชเคกว่าด้วยการครบรอบ 25 ปีขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้" อนุมัติพิธีสารแก้ไขและเพิ่มเติมกฎบัตร SCO พร้อมทั้งรับรองเอกสารต่างๆ อาทิ ระเบียบว่าด้วยศูนย์รวมรับมือความท้าทายและภัยคุกคามด้านความมั่นคงของ SCO และระเบียบว่าด้วยศูนย์ปราบปรามยาเสพติดของ SCO โดยรวมแล้วประเทศสมาชิกได้ลงนามหรือรับรองเอกสารผลลัพธ์ราว 28 ฉบับ ครอบคลุมความร่วมมือด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน และการพัฒนาองค์การ ที่ประชุมยังมีมติให้ปากีสถานรับตำแหน่งประธานหมุนเวียนของ SCO ตั้งแต่ปีนี้จนถึงปี 2027 ภายใต้หัวข้อ "เปลี่ยนวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติ: ความเชื่อมโยง นวัตกรรม และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน" ขณะที่เมืองละฮอร์ของปากีสถานได้รับการแต่งตั้งให้เป็น "เมืองหลวงแห่งการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของ SCO" ประจำปี 2026-2027
ที่น่าสังเกตคือ แม้การประชุมสุดยอดครั้งนี้จะมีความคืบหน้าด้านการปฏิรูปโครงสร้างองค์การ แต่ข้อเสนอเรื่อง "ธนาคารเพื่อการพัฒนาของ SCO" ที่ได้รับความสนใจอย่างมากยังไม่ได้ข้อสรุปสุดท้าย โดยประเทศสมาชิกยังคงมีความเห็นต่างกันในประเด็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของธนาคาร ซึ่งคีร์กีซสถานเสนอให้ตั้งที่กรุงบิชเคก ขณะที่ประธานาธิบดีคาซิม-โจมาร์ต โตคาเยฟ แห่งคาซัคสถานเสนอให้คาซัคสถานเป็นเจ้าภาพแทน นักวิเคราะห์มองว่าประเด็นที่ยังค้างคานี้จะเป็นภารกิจสำคัญที่ปากีสถานต้องผลักดันในช่วงที่ดำรงตำแหน่งประธานหมุนเวียน นอกจากนี้ นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ยังได้รับเชิญเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการประชุมสุดยอด โดยแสดงความเห็นเกี่ยวกับความมั่นคงโลก การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ และการปฏิรูปองค์การระหว่างประเทศ สะท้อนให้เห็นอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของ SCO ในระบบธรรมาภิบาลโลก
การประชุมสุดยอดครั้งนี้มีประธานาธิบดีซาดีร์ จาปารอฟ แห่งคีร์กีซสถานเป็นเจ้าภาพ โดยมีประมุขแห่งรัฐและหัวหน้ารัฐบาลกว่า 10 ประเทศเข้าร่วม รวมถึงประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน แห่งอิหร่าน และนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน ขณะที่ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน แห่งตุรกี เข้าร่วมในฐานะหุ้นส่วนเจรจา ผู้นำหลายประเทศได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความมั่นคงในภูมิภาค สถานการณ์ในอัฟกานิสถาน และความร่วมมือด้านอาหารและพลังงานระหว่างการประชุม
ในช่วงการประชุมสุดยอด สี จิ้นผิง ได้พบหารือทวิภาคีกับปูติน โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับความสัมพันธ์จีน-รัสเซียและประเด็นระหว่างประเทศและภูมิภาค สี จิ้นผิง กล่าวว่าภายใต้การนำร่วมกันของทั้งสองฝ่าย ความสัมพันธ์จีน-รัสเซียจะ "แข็งแกร่งยิ่งขึ้น มั่นคงยิ่งขึ้น และสดใสยิ่งขึ้น" ขณะที่ปูตินระบุว่ารัสเซียพร้อมผลักดันให้มาตรการยกเว้นวีซ่ากับจีนเป็นการถาวร และยังกล่าวว่าความสัมพันธ์รัสเซีย-อินเดียก็กำลังแน่นแฟ้นขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ ปูตินยังได้พบหารือทวิภาคีกับโมดีแยกต่างหากด้วย
การประชุมสุดยอดที่บิชเคกครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเชิงลึกของภูมิทัศน์ระหว่างประเทศและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้ง SCO นักวิเคราะห์ระบุว่าการประชุมครั้งนี้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงการกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคยูเรเซียเพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลกร่วมกัน และยังตอกย้ำบทบาทของ SCO ในการผลักดันกระบวนการพหุขั้วอำนาจของโลก ตามกำหนดการ หลังจากเข้าร่วมการประชุมสุดยอดและเยือนคีร์กีซสถานอย่างเป็นทางการแล้ว สี จิ้นผิง มีกำหนดเดินทางเยือนอียิปต์อย่างเป็นทางการต่อ โดยการเดินทางทั้งหมดจะสิ้นสุดในวันที่ 3 กันยายน
จดหมายข่าว
รับข่าวเด่นทุกเช้า
สรุปข่าวสำคัญวันละครั้ง ฟรี ไม่มีสแปม
欧亚时报·泰国站
欧亚时报·泰国站
สื่อข่าวหลายภาษาสำหรับผู้อ่านจีน-ไทย เน้นรายงานเชิงลึกและวิเคราะห์สถานการณ์
© 2026 欧亚时报·泰国站 · Eurasia Times Thailand. สงวนลิขสิทธิ์
นโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไข