การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวแคมเปญ "Nihao Month 2026" อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นแคมเปญรุ่นที่สามในชุดโครงการ "Amazing Thailand Mid-Autumn" ภายใต้แนวคิด "จีน-ไทยคือครอบครัวเดียวกัน" แคมเปญ Nihao Month รุ่นก่อนหน้าจัดขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน และแคมเปญปีนี้ยังคงสานต่อบรรยากาศมิตรภาพดังกล่าว โดยมีเป้าหมายเพื่ออาศัยช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์และวันหยุดยาว "โกลเด้นวีค" ของวันชาติจีน ดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนให้เดินทางมาไทยมากขึ้น ททท. คาดการณ์ว่าในช่วงโกลเด้นวีค 13 วัน ระหว่างวันที่ 25 กันยายน ถึง 7 ตุลาคม จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยราว 250,000 คน เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน และสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวประมาณ 11,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ตามข้อมูลของ ททท. แคมเปญ "Nihao Month 2026" ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 4 ด้าน ได้แก่ การสร้างยอดขายผ่านช่องทางดิจิทัลร่วมกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและไลฟ์สไตล์ของจีน การมอบสิทธิพิเศษและส่วนลดให้นักท่องเที่ยวจีนขณะอยู่ในไทย การจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และการใช้เหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์หรือ KOL ชาวจีนในการเล่าเรื่องราวจุดหมายปลายทาง แคมเปญนี้ถูกออกแบบให้เป็นการเดินทางแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่ช่วงที่นักท่องเที่ยวยังวางแผนการเดินทางอยู่ในจีน ต่อเนื่องไปจนถึงประสบการณ์จริงระหว่างท่องเที่ยวในไทย และขยายผลต่อผ่านการเล่าเรื่องบนโซเชียลมีเดียหลังนักท่องเที่ยวเดินทางกลับประเทศ เพื่อรักษากระแสและการบอกต่อ
ในด้านการตลาดดิจิทัล ททท. ได้จับมือเป็นพันธมิตรครั้งใหญ่กับ Meituan แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ของจีน โดยความร่วมมือนี้จะมีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน ถึง 31 ตุลาคม Meituan ซึ่งมีผู้ใช้งานที่ใช้งานจริงต่อวันมากกว่า 80 ล้านคน จะใช้ข้อมูลผู้บริโภคและเทคโนโลยีระบุตำแหน่ง (LBS) เพื่อนำเสนอข้อเสนอเฉพาะบุคคลเกี่ยวกับโรงแรม ร้านอาหาร เที่ยวบิน และกิจกรรมท่องเที่ยวในไทยแก่ผู้ใช้ชาวจีน เพื่อเปลี่ยนทราฟฟิกออนไลน์ให้กลายเป็นการจองจริง ถือเป็นหนึ่งในความร่วมมือเชิงพาณิชย์ที่สำคัญที่สุดของแคมเปญปีนี้ นอกจากนี้ แพลตฟอร์มการชำระเงินผ่านมือถือที่นักท่องเที่ยวจีนนิยมใช้ อย่าง Alipay และ WeChat Pay ก็จะร่วมมอบส่วนลดพิเศษกับร้านค้าที่เข้าร่วมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย
ไฮไลต์ของกิจกรรมด้านวัฒนธรรมคืองาน "Amazing Thailand Mid-Autumn Celebration 2026" ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ One Bangkok โดยงานนี้รวบรวมเหล่า KOL และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้านการท่องเที่ยวและอาหารชื่อดังของจีน มาร่วมนำเสนอวัฒนธรรมและอาหารไทยผ่านกิจกรรมธีมไหว้พระจันทร์ พร้อมทั้งเชิญศิลปินไทยชื่อดังอย่างบิลคิน พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล (Billkin) และปอง ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ (Pong) มาร่วมงาน เพื่อขยายการรับรู้และกระแสในโซเชียลมีเดียของจีน
ทัศนีย์ เกียรติไพบูลย์ (Thapanee Kiatphaibool) ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า "Nihao Month 2026" ทำให้กลยุทธ์ด้านตลาดจีนของ ททท. ก้าวเข้าสู่ระยะที่บูรณาการมากยิ่งขึ้น เธอกล่าวว่าแคมเปญ Nihao Month "สะท้อนถึงมิตรภาพและความอบอุ่นระหว่างไทยกับจีน" ผ่านการผสมผสานงานเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรมเข้ากับแรงบันดาลใจด้านการท่องเที่ยวที่ตรงกับความสนใจของนักท่องเที่ยวจีนยุคปัจจุบัน ททท. ยังระบุว่าหวังให้กระแสความสนใจจากแคมเปญนี้ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงโลว์ซีซัน และสร้างแรงส่งไปจนถึงเทศกาลตรุษจีนในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2570 โดยคาดว่าแคมเปญโดยรวมจะเข้าถึงผู้คนมากกว่า 500 ล้านคน
เหตุผลที่หน่วยงานท่องเที่ยวไทยให้ความสำคัญกับแคมเปญชุด "Nihao" เป็นพิเศษ เกี่ยวโยงกับความผันผวนอย่างหนักที่ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเผชิญมาตลอดกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ในเดือนมกราคม 2568 ข่าวที่นักแสดงชายชาวจีนถูกล่อลวงไปยังพื้นที่ชายแดนไทยแล้วถูกนำตัวข้ามไปยังศูนย์ฉ้อโกงออนไลน์ในฝั่งเมียนมา ได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนโซเชียลมีเดียจีน จนก่อให้เกิดความหวาดกลัวในวงกว้างว่าการเดินทางมาไทยอาจเสี่ยงต่อการถูกลักพาตัวไปบังคับใช้แรงงานในขบวนการฉ้อโกง ผลจากเหตุการณ์นี้ทำให้มีการยกเลิกการจองทริปมาไทยราว 10,000 รายการในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2568 เพียงช่วงเดียว และจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยก็ลดลงต่อเนื่องหลังจากนั้น โดยตลอดปี 2568 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยรวมประมาณ 4.47 ล้านคน ซึ่งหดตัวลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับระดับก่อนโควิดที่เคยสูงกว่า 10 ล้านคน ภาวะดังกล่าวส่งผลให้ ททท. และหน่วยงานในอุตสาหกรรมต้องปรับลดเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวจีนสำหรับปี 2569 ลงหลายครั้งตลอดปีที่ผ่านมา โดยแกว่งตัวอยู่ระหว่างประมาณ 5 ล้านถึง 6.7 ล้านคน
เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาร่วมกับ ททท. ได้เปิดตัวโครงการรับรองมาตรฐาน "Trusted Thailand" เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 โดยมอบตราสัญลักษณ์ด้านความปลอดภัยให้แก่โรงแรม ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และแหล่งท่องเที่ยวที่ผ่านเกณฑ์ ครอบคลุมมาตรการความปลอดภัยพื้นฐาน เช่น กล้องวงจรปิดและความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน การสนับสนุนระบบชำระเงินที่ปลอดภัยและโปร่งใสอย่าง Alipay และ WeChat Pay การสื่อสารหลายภาษาและความสามารถในการรับมือวิกฤต ตลอดจนระบบขนส่งที่เชื่อถือได้ เพื่อส่งสัญญาณที่ชัดเจนต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงนักท่องเที่ยวจีน ว่าการท่องเที่ยวในประเทศไทยมีความปลอดภัย
นับตั้งแต่ต้นปี 2569 ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเริ่มแสดงสัญญาณการฟื้นตัวในระยะแรก จากข้อมูลของ ททท. พบว่าระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 22 กุมภาพันธ์ 2569 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมเกือบ 6 ล้านคน ขณะที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนก็เริ่มแสดงแนวโน้มฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดเช่นกัน โดยในเดือนมกราคมมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยกว่า 400,000 คน เพิ่มขึ้น 7.5% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่ยังคงลดลงราว 39.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ก่อนที่ตัวเลขจะปรับตัวสูงขึ้นอีกในเดือนกุมภาพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมองว่า ท่ามกลางบรรยากาศการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นที่ยังเปราะบางเช่นนี้ แคมเปญ "Nihao Month 2026" มีบทบาทสำคัญในการแปลงสัญญาณการฟื้นตัวดังกล่าวให้กลายเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวและการใช้จ่ายจริงในช่วงโกลเด้นวีค
จีนถือเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้าที่สำคัญที่สุดของไทยมาอย่างยาวนาน กำลังซื้อและปริมาณนักท่องเที่ยวจีนจึงมีน้ำหนักอย่างมากต่อรายได้รวมของภาคการท่องเที่ยวไทย ท่ามกลางเงินบาทที่แข็งค่าซึ่งกดดันความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของไทย และการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากจุดหมายปลายทางอื่น เช่น เวียดนาม ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน คำถามที่ว่าแคมเปญ "Nihao Month 2026" จะสามารถบรรลุเป้าหมายโกลเด้นวีคที่ 250,000 คน และรายได้ 11,500 ล้านบาทได้หรือไม่ จึงไม่ได้มีความสำคัญเพียงต่อผลลัพธ์ของช่วงเทศกาลนี้เท่านั้น แต่ยังเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีนที่มีต่อประเทศไทยฟื้นตัวไปมากน้อยเพียงใด และภาคการท่องเที่ยวไทยจะสามารถรักษาแรงส่งของการฟื้นตัวไว้ได้หรือไม่