กลับหน้าหลักการเมือง
สหรัฐฯ ขึ้นภาษี 12.5% ไทยข้อหาใช้แรงงานบังคับ นายกฯ สั่ง 6 กระทรวงเร่งหามาตรการรับมือ
สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษี 12.5% จากสินค้าไทยข้อหาปัญหาแรงงานบังคับ นายกฯ อนุทินสั่งการ 6 กระทรวงเร่งเตรียมมาตรการรับมือ
สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ประกาศเก็บภาษีเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงกับประเด็นแรงงานบังคับกับคู่ค้า 60 ประเทศ โดยไทยเป็นหนึ่งใน 38 ประเทศที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มอัตราภาษีสูงที่ 12.5% หลังสหรัฐฯ ประเมินว่าการบังคับใช้กฎหมายด้านแรงงานบังคับของไทยยังไม่เพียงพอ โดยมาตรการภาษีดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม
นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล สั่งการให้ 6 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันเตรียมมาตรการรับมือทั้งข้อกล่าวหาแรงงานบังคับและปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน โดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ออกคำสั่งด่วนในเรื่องนี้แล้ว
ตามแผนงาน กระทรวงแรงงานจะเป็นหน่วยงานหลักในการตอบโต้ข้อกล่าวหาแรงงานบังคับ ด้วยการเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายและจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับห่วงโซ่อุปทาน เพื่อพิสูจน์ว่าอุตสาหกรรมไทยไม่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จะระบุอุตสาหกรรมที่เสี่ยงต่อปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินมากที่สุด และปรับทิศทางการสนับสนุนของรัฐจากการอุดหนุนที่เน้นเพิ่มปริมาณผลผลิต ไปสู่มาตรการที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแทน
มาตรการภาษีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของผลการสอบสวนแรงงานบังคับตามมาตรา 301 ที่ครอบคลุม 60 ประเทศทั่วโลก สะท้อนแนวโน้มที่นโยบายการค้าของสหรัฐฯ เชื่อมโยงมาตรฐานแรงงานในห่วงโซ่อุปทานเข้ากับการตัดสินใจด้านภาษีมากขึ้นเรื่อยๆ
เจ้าหน้าที่ไทยยังอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดการยกเว้นภาษีและอัตราภาษีที่ใช้กับสินค้าส่งออกแต่ละประเภท เพื่อให้อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบเห็นภาพต้นทุนที่ชัดเจนขึ้น พร้อมรักษาการสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับผู้ส่งออกรายใหญ่
นักวิเคราะห์มองว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนแรงกดดันด้านการปฏิบัติตามมาตรฐานใหม่ที่อุตสาหกรรมส่งออกของไทยต้องเผชิญ ท่ามกลางมาตรฐานแรงงานในห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศที่เข้มงวดขึ้น โดยมาตรการที่แต่ละกระทรวงจะนำเสนอ รวมถึงโอกาสที่ไทยจะผลักดันการปฏิรูปความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทานจากเหตุการณ์นี้ จะยังเป็นประเด็นที่ตลาดจับตาต่อไป