บริษัทพลังงานแสงอาทิตย์ยักษ์ใหญ่ของจีน LONGi Green Energy Technology (LONGi) และผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า NIO ได้ร่วมกันสร้างและเปิดใช้งานสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานแบบออฟกริด (ไม่เชื่อมต่อกับสายส่งไฟฟ้า) ที่จุดพักรถสิงซิงเสีย (Xingxingxia) เมืองฮามี เขตปกครองตนเองซินเจียง เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 ทั้งสองบริษัทระบุว่านี่คือ “สถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์และกักเก็บพลังงานแบบออฟกริดปลอดคาร์บอนแห่งแรกของโลก” ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างของบริษัทเองที่ยังไม่มีหน่วยงานอิสระภายนอกยืนยัน สถานีนี้เป็นจุดสับเปลี่ยนแบตเตอรี่แห่งแรกบนทางหลวงพิเศษ G30 เหลียนอวิ๋น-ฮั่วเอ่อร์กัวซือ (Lianyungang-Horgos) ซึ่งเป็นทางหลวงที่ยาวที่สุดของจีน นับจากจุดที่เข้าสู่เขตซินเจียง สถานีนี้ทำงานด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพียงอย่างเดียวโดยไม่เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า ให้บริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่แก่ผู้ขับขี่ของ NIO ตลอด 24 ชั่วโมง
อุปกรณ์หลักของสถานีนี้จัดหาโดย LONGi ประกอบด้วยสถานีพลังงานเคลื่อนที่ LONGi BLOCK และระบบกักเก็บพลังงาน LONGi H2D ระบบนี้สามารถสลับโหมดการทำงานได้โดยอัตโนมัติ 3 โหมด ได้แก่ ในเวลากลางวัน แผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าทั้งเพื่อใช้งานสถานีโดยตรงและเพื่อชาร์จเก็บไว้ในระบบกักเก็บพลังงาน ในเวลากลางคืน ระบบกักเก็บพลังงานจะปล่อยไฟฟ้าออกมาเพื่อให้สถานีทำงานต่อเนื่อง และหากมีแสงแดดไม่พอเป็นเวลานาน เช่น ฟ้าครึ้มต่อเนื่องหรือมีพายุทราย ระบบจะสลับไปยังโหมดฉุกเฉินซึ่งจัดสรรไฟฟ้าให้กับฟังก์ชันสำคัญ เช่น การสับเปลี่ยนแบตเตอรี่และระบบไฟส่องสว่างเป็นลำดับแรก เพื่อไม่ให้การให้บริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่แก่ผู้ขับขี่หยุดชะงัก แนวทางเทคนิคแบบ “ผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ควบคุมด้วยระบบกักเก็บพลังงาน และสลับโหมดอย่างชาญฉลาด” นี้ทำให้สถานีไม่ต้องพึ่งพาโครงข่ายไฟฟ้าภายนอก และสามารถทำงานได้อย่างมั่นคงแม้ในพื้นที่ทะเลทรายที่ไม่มีโครงข่ายไฟฟ้าเข้าถึง
สิงซิงเสียตั้งอยู่ลึกเข้าไปในทะเลทรายโกบี บริเวณชายแดนระหว่างซินเจียงกับกานซู่ ซึ่งมีสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงมาก คือมีลมแรงระดับ 8 ขึ้นไปมากกว่า 100 วันต่อปี อุณหภูมิพื้นดินในฤดูร้อนอาจสูงเกิน 70 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดในฤดูหนาวอาจลดลงถึงลบ 30 องศาเซลเซียส ทำให้การสร้างและดูแลโครงข่ายไฟฟ้าในพื้นที่นี้เป็นเรื่องยากมาก หากใช้แนวทางดั้งเดิมในการนำไฟฟ้าจากโครงข่ายหลักมาสู่พื้นที่นี้ จะต้องเดินสายส่งไฟฟ้าข้ามทะเลทรายโกบีเป็นระยะทางหลายสิบกิโลเมตร ซึ่งต้องใช้เวลาก่อสร้างนานและเงินลงทุนสูงมาก LONGi และ NIO ระบุว่า เป็นเพราะพื้นที่นี้มีโครงข่ายไฟฟ้าที่อ่อนแอ และการขยายโครงข่ายไฟฟ้าแบบเดิมต้องใช้เงินลงทุนสูงและใช้เวลานาน ทั้งสองบริษัทจึงเลือกแนวทางเทคนิคแบบออฟกริดที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อจ่ายไฟให้สถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าสาธารณะเลย ซึ่งทั้งสองบริษัทระบุว่าเป็นแนวทางที่สามารถนำไปทำซ้ำในพื้นที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกันได้
สถานีสิงซิงเสียไม่ใช่โครงการเดี่ยว แต่เป็นจุดหนึ่งบน “เส้นทางสับเปลี่ยนแบตเตอรี่สายไหม” ของ NIO ซึ่งเป็นเส้นทางที่ยาว 3,605 กิโลเมตร เริ่มจากเมืองซีอาน มณฑลส่านซี ทางตะวันออก ไปจนถึงฮั่วเอ่อร์กัวซือ (Horgos) ในซินเจียงทางตะวันตก โดยมีสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ตลอดเส้นทางรวม 33 สถานี เส้นทางนี้เชื่อมต่อกันโดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 เมื่อสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่แห่งที่ 4,125 ของ NIO ที่ทะเลสาบไซรัม (Sayram Lake) ในซินเจียง เริ่มเปิดให้บริการ การเชื่อมต่อเส้นทางนี้ให้สมบูรณ์ยังหมายความว่าทางหลวงพิเศษ G30 เหลียนอวิ๋น-ฮั่วเอ่อร์กัวซือ ซึ่งมีความยาว 4,395 กิโลเมตรและเป็นทางหลวงที่ยาวที่สุดของจีน มีสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ครอบคลุมตลอดเส้นทางรวม 43 สถานีแล้ว ผู้ขับขี่ของ NIO จึงสามารถสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ต่อเนื่องตั้งแต่ชายฝั่งทะเลทางตะวันออกของจีน ผ่านช่องแคบเหอซี เข้าสู่ซินเจียง ไปจนถึงจุดผ่านแดนฮั่วเอ่อร์กัวซือที่เชื่อมกับเอเชียกลาง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องระยะทางวิ่งของรถยนต์ไฟฟ้าอีกต่อไป
ในช่วงเวลาที่สถานีสิงซิงเสียเปิดให้บริการ โครงข่ายการชาร์จและสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ของ NIO ในภาพรวมก็กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วเช่นกัน จากรายงานที่เผยแพร่สู่สาธารณะ ณ กลางเดือนกันยายน 2026 NIO มีสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่มากกว่า 4,000 สถานี สถานีชาร์จไฟมากกว่า 5,000 สถานี และหัวจ่ายไฟมากกว่า 30,000 หัวทั่วประเทศจีน และบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่รวมให้มากกว่า 4,600 สถานีภายในสิ้นปี 2026 NIO ระบุว่าสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่แต่ละแห่งมีแบตเตอรี่สำรองอยู่ประมาณ 2,000 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งเมื่อรวมสถานีนับพันแห่งเข้าด้วยกันแล้ว จะเกิดเป็นความสามารถในการกักเก็บพลังงานรวมในระดับหลายกิกะวัตต์ชั่วโมง ซึ่งบริษัทเรียกว่าเป็น “โรงไฟฟ้ากักเก็บพลังงานที่มองไม่เห็น” กระจายอยู่ทั่วโครงข่ายทางหลวงของประเทศ จนถึงปลายเดือนกันยายน โครงข่ายของ NIO ได้ให้บริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่แก่ผู้ขับขี่ไปแล้วมากกว่า 120 ล้านครั้ง
นี่ไม่ใช่ความร่วมมือครั้งแรกระหว่าง LONGi และ NIO ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะระบุว่า ทั้งสองบริษัทได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์มาตั้งแต่เดือนมกราคม 2024 โดยมุ่งเน้นการผสานพลังงานแสงอาทิตย์เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อผลักดันความเป็นกลางทางคาร์บอนในภาคการขนส่ง LONGi อธิบายว่าโครงการสิงซิงเสียเป็นอีกหนึ่งการนำธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานของบริษัทไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์การเติมพลังงานสำหรับการขนส่ง ซึ่งสะท้อนแนวโน้มที่ผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์กำลังเปลี่ยนบทบาทจากผู้ผลิตอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการระบบพลังงานแบบครบวงจร สำหรับ NIO โครงการนี้ถือเป็นการทดลองใช้งานจริงครั้งแรกของสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่แบบออฟกริดเต็มรูปแบบ บริษัทระบุว่าประสบการณ์ที่ได้จากโครงการนี้จะสนับสนุนการขยายโครงข่ายสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ไปยังพื้นที่อื่นที่มีโครงข่ายไฟฟ้าอ่อนแอในอนาคต
โครงการนี้ยังถูกมองว่าเป็นภาพสะท้อนของความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานของจีนที่ต่อเนื่องมา ในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ชั้นนำของโลก LONGi ได้สร้างสถิติโลกด้านประสิทธิภาพของเซลล์และแผงโซลาร์เซลล์หลายครั้งในปี 2026 ได้แก่ ในเดือนมกราคม เซลล์ซิลิคอนแบบ HIBC (hybrid interdigitated back-contact) ของบริษัทมีประสิทธิภาพถึง 28.04% ต่อมาในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นเป็น 28.13% พร้อมกับประสิทธิภาพของแผงโซลาร์เซลล์แบบ HIBC ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานทดสอบพลังงานหมุนเวียนแห่งชาติของสหรัฐฯ อยู่ที่ 26.4% จากนั้นในเดือนกันยายน LONGi ได้ทำลายสถิติประสิทธิภาพเซลล์ซิลิคอนแบบ HIBC ของตัวเองอีกครั้งเป็น 28.29% โดยได้รับการรับรองจากสถาบันวิจัยพลังงานแสงอาทิตย์ฮาเมลิน (ISFH) ของเยอรมนี ซึ่งเป็นสถิติที่ 3 ของบริษัทในปี 2026 นอกจากนี้ เซลล์แบบทันเดมซิลิคอนผสมเพรอฟสไกต์ (crystalline-silicon/perovskite tandem) ของ LONGi ยังมีประสิทธิภาพถึง 35.5% ซึ่งได้รับการรับรองจากหน่วยงานทดสอบพลังงานแสงอาทิตย์แห่งยุโรป (ESTI) ในเดือนกรกฎาคม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหล่านี้ถูกมองอย่างกว้างขวางว่าเป็นการตอกย้ำสถานะผู้นำของจีนในซัพพลายเชนพลังงานสีเขียวระดับโลก
นักวิเคราะห์ระบุว่า ความสำคัญของสถานีสิงซิงเสียไม่ได้อยู่ที่โครงการโครงสร้างพื้นฐานเพียงแห่งเดียวเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความร่วมมือในสายอุตสาหกรรมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นระหว่างผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์และผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของจีน โดยบริษัทพลังงานแสงอาทิตย์จัดหาอุปกรณ์ด้านการผลิตไฟฟ้าและกักเก็บพลังงาน ขณะที่บริษัทรถยนต์จัดหาสถานการณ์การใช้งานและโครงข่ายปฏิบัติการ ร่วมกันสำรวจแนวทางสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในพื้นที่ที่มีโครงข่ายไฟฟ้าอ่อนแอ อย่างไรก็ตาม ควรระบุไว้ว่าคำกล่าวอ้างเรื่อง “สถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์และกักเก็บพลังงานแบบออฟกริดปลอดคาร์บอนแห่งแรกของโลก” ในขณะนี้มาจากการประกาศอย่างเป็นทางการของ NIO และ LONGi เอง รวมถึงรายงานข่าวจากสื่อที่เป็นพันธมิตร โดยยังไม่มีหน่วยงานระดับนานาชาติหรือสถาบันวิชาการที่เป็นอิสระยืนยันสถานะ “แห่งแรกของโลก” นี้ การรายงานข่าวโครงการนี้โดยสื่อทางการของจีน รวมถึง China Daily ก็ยังอ้างอิงเนื้อหาส่วนใหญ่มาจากประกาศของบริษัทเช่นกัน