บริษัทสายการบินหยุนหนานเสียงเผิง (Yunnan Xiangpeng Airlines) ของจีน ซึ่งใช้ชื่อทางการค้าว่า Lucky Air ประกาศเปิดเที่ยวบินเช่าเหมาลำเชื่อมระหว่างนครคุนหมิงของจีนกับจังหวัดอุดรธานีทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ตามรายงานของสื่อไทย The Nation ระบุว่าเส้นทางนี้จะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน ไปจนถึงวันที่ 22 ตุลาคม โดยจะบินสัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน คือทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี ใช้เครื่องบินโบอิ้ง 737-800 นับเป็นเส้นทางบินเช่าเหมาลำระหว่างประเทศเส้นทางแรกของท่าอากาศยานอุดรธานีในปีนี้ และถือเป็นก้าวสำคัญของการเชื่อมโยงทางอากาศระหว่างภาคอีสานของไทยกับภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน
จากตารางเวลาบินที่เปิดเผยต่อสาธารณะ เที่ยวบินขาเข้าหมายเลข 8L867 จะออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติฉางสุ่ยคุนหมิงเวลา 16.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น และถึงท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานีเวลา 17.50 น. ส่วนเที่ยวบินขากลับหมายเลข 8L868 จะออกจากอุดรธานีเวลา 18.50 น. และถึงคุนหมิงเวลา 21.50 น. ใช้เวลาบินไปกลับประมาณเที่ยวละ 1 ชั่วโมง ตารางบินที่กระชับเช่นนี้เอื้อให้ผู้เดินทางเพื่อธุรกิจและการท่องเที่ยวสามารถเดินทางไป-กลับภายในวันเดียวหรือพำนักระยะสั้นได้สะดวกขึ้น
สายการบินเสียงเผิง (Xiangpeng Airlines) ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2547 และเริ่มให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ 2549 โดยมีสำนักงานใหญ่และฐานปฏิบัติการหลักอยู่ที่ท่าอากาศยานนานาชาติฉางสุ่ยคุนหมิง นอกจากนี้ยังมีฐานปฏิบัติการที่เฉิงตูเทียนฝู่ ลี่เจียง และเจิ้งโจว บริษัทได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจมาเป็นสายการบินต้นทุนต่ำตั้งแต่ปี 2559 นับเป็นสายการบินต้นทุนต่ำแห่งแรกของมณฑลยูนนาน และปัจจุบันอยู่ภายใต้กลุ่มบริษัทไห่หนานแอร์ไลน์ส (Hainan Airlines Group) จากข้อมูลของอุตสาหกรรมการบิน ปัจจุบันสายการบินนี้มีฝูงบินรวมประมาณ 51 ลำ ทั้งรุ่นแอร์บัส A320, A330 และโบอิ้ง 737 ให้บริการครอบคลุม 61 จุดหมายปลายทางทั้งในและต่างประเทศ ถือเป็นหนึ่งในสายการบินสำคัญที่เชื่อมโยงจีนตะวันตกเฉียงใต้กับหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเปิดเส้นทางคุนหมิง-อุดรธานีครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวล่าสุดของสายการบินในการขยายตลาดในประเทศไทยและเพิ่มความหนาแน่นของโครงข่ายเส้นทางบินระหว่างมณฑลยูนนานกับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
การเปิดเส้นทางบินใหม่นี้เกี่ยวโยงอย่างใกล้ชิดกับการยกระดับมาตรฐานของท่าอากาศยานอุดรธานีเอง โดยเมื่อวันที่ 2 กันยายน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้มอบใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ (Public Aerodrome Operating Certificate) ให้แก่ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานีอย่างเป็นทางการ ยืนยันว่าสนามบินแห่งนี้ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลแล้ว ทำให้อุดรธานีเป็นสนามบินลำดับที่ 6 ในสังกัดกรมท่าอากาศยานที่ได้รับใบรับรองดังกล่าว ต่อจากสนามบินเบตง จังหวัดยะลา, บุรีรัมย์, สุราษฎร์ธานี, พิษณุโลก และกระบี่ การรับรองครั้งนี้ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญที่เปิดทางให้อุดรธานีสามารถรองรับเที่ยวบินเช่าเหมาลำระหว่างประเทศ และอาจนำไปสู่เที่ยวบินประจำระหว่างประเทศในอนาคต
ลลิดา จันทร์วัฒนวงศ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้แถลงข่าวเส้นทางบินนี้เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ระบุว่ารัฐบาลกำลังเดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาสนามบินในภูมิภาคต่างๆ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจระหว่างไทยกับประเทศอื่นๆ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนการเปิดเส้นทางบินใหม่ของสายการบินเสียงเผิง กรมท่าอากาศยานได้ตัดสินใจให้ส่วนลดค่าธรรมเนียมขึ้น-ลงจอดและค่าจอดอากาศยานแก่สายการบินร้อยละ 50 เป็นเวลา 1 ปี เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานในช่วงเริ่มต้น และจูงใจให้สายการบินให้บริการในระยะยาว ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำหรับการเพิ่มเที่ยวบินในอนาคต
จังหวะเวลาของการเปิดเส้นทางบินครั้งนี้ยังมีนัยสำคัญไม่น้อย เนื่องจากจังหวัดอุดรธานีจะเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี (Udon Thani International Horticultural Expo) ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด็ด ภายใต้แนวคิด “ความหลากหลายแห่งชีวิต” (Diversity of Life) โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานรวมประมาณ 3.6 ล้านคน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยราวร้อยละ 70 และนักท่องเที่ยวต่างชาติราวร้อยละ 30 เพื่อรองรับผู้มาเยือนจำนวนมาก จังหวัดอุดรธานีมีโรงแรมกว่า 382 แห่ง รองรับห้องพักได้มากกว่า 11,000 ห้อง และจะจัดจุดรับ-ส่งรถบัสรับส่งฟรีหลายจุดทั่วเมือง ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมองว่า การเปิดเที่ยวบินเช่าเหมาลำคุนหมิง-อุดรธานีในช่วงนี้จะเป็นช่องทางบินตรงที่เอื้อต่อนักท่องเที่ยวและคณะนักธุรกิจจากจีนตลอดช่วงเตรียมงานและช่วงจัดงานจริง
หากมองในบริบทความสัมพันธ์ทวิภาคีที่กว้างขึ้น จีนและไทยได้กระชับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและการบินอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 16-20 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย นำคณะเยือนจีน โดยเดินทางไปเซี่ยงไฮ้ เฉิงตู และปักกิ่งตามลำดับ หนึ่งในประเด็นสำคัญของการเยือนครั้งนี้คือการเสริมสร้างความเชื่อมโยงด้านการบินและตอบสนองความต้องการด้านการท่องเที่ยวระหว่างจีนตะวันตกกับไทย นอกจากนี้ หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของไทยยังตั้งเป้าหมายให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนในปี 2569 ฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ประมาณ 4.72 ล้านคน พร้อมทั้งผลักดันกรอบความร่วมมือ “หุ้นส่วนการท่องเที่ยวไทย-จีน” ระหว่างปี 2569-2573 ซึ่งมุ่งบูรณาการหน่วยงานภาครัฐ องค์กรการท่องเที่ยวท้องถิ่น สายการบิน และผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพื่อสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวทวิภาคีที่มีการประสานงานและยั่งยืนมากขึ้น
อันที่จริง เที่ยวบินเช่าเหมาลำคุนหมิง-อุดรธานีเป็นเพียงหนึ่งในความเคลื่อนไหวด้านการบินหลายด้านที่เกิดขึ้นกับท่าอากาศยานอุดรธานีในช่วงนี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยเวียตเจ็ทเปิดเผยเมื่อไม่นานนี้ว่า บริษัทกำลังเร่งเดินหน้าแผนพัฒนาอุดรธานีให้เป็นศูนย์กลางการบินประจำภูมิภาค โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจะเพิ่มเที่ยวบินภายในประเทศเส้นทางกรุงเทพฯ-อุดรธานี จากวันละ 2 เที่ยวเป็น 4 เที่ยว และอาจเพิ่มเป็น 5 เที่ยวหากความต้องการยังคงแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันบริษัทยังศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดเส้นทางบินตรงอุดรธานี-โฮจิมินห์ซิตี้ของเวียดนาม พร้อมประเมินจุดหมายปลายทางระหว่างประเทศที่มีศักยภาพเพิ่มเติม เช่น ฮานอย ไทเปเถาหยวน กัวลาลัมเปอร์ โตเกียวนาริตะ และโอซาก้าคันไซ สื่อไทยรายงานว่าจำนวนเที่ยวบินที่ท่าอากาศยานอุดรธานีเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 50 ในช่วงที่ผ่านมา การที่หลายสายการบินขยายการลงทุนในช่วงเวลาใกล้เคียงกันสะท้อนว่าอุดรธานีกำลังก้าวขึ้นเป็นสนามบินประตูสู่ภูมิภาคของภาคอีสานอย่างรวดเร็ว และเส้นทางเช่าเหมาลำจีน-ไทยของสายการบินเสียงเผิงในครั้งนี้ก็เป็นแรงขับเคลื่อนใหม่จากฝั่งจีนที่เสริมกระบวนการดังกล่าว
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวและนักธุรกิจชาวจีนที่เดินทางไปภาคอีสานของไทยส่วนใหญ่ต้องต่อเครื่องผ่านกรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ ทำให้ต้นทุนด้านเวลาและระยะทางค่อนข้างสูง และเป็นข้อจำกัดต่อการปลดปล่อยศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและการค้าของพื้นที่ การเปิดเที่ยวบินเช่าเหมาลำคุนหมิง-อุดรธานีจะสร้างการเชื่อมโยงทางอากาศที่ตรงกว่าเดิมระหว่างภาคอีสานกับเมืองประตูสู่จีนตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งไม่เพียงจะช่วยกระตุ้นธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และค้าปลีกที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวในพื้นที่ แต่ยังเปิดช่องทางโลจิสติกส์และการเดินทางใหม่สำหรับการค้าสินค้าเกษตรและความร่วมมือทางเศรษฐกิจชายแดนระหว่างมณฑลยูนนานกับภาคอีสานของไทยด้วย หากการดำเนินงานในช่วงเช่าเหมาลำแรกนี้เป็นไปด้วยดี ตลาดคาดการณ์กันโดยทั่วไปว่าเส้นทางนี้อาจพัฒนาจากเที่ยวบินตามฤดูกาลไปสู่เที่ยวบินประจำในระยะต่อไป