ข่าวด่วน
กิจกรรมสื่อจีนโพ้นทะเล “ตามหาฝันจีน เยือนเหลียวหนิง” ปี 2026 เปิดตัวที่ต้าเหลียน  ◆  นิทรรศการการค้าระหว่างประเทศเจ้อเจียง (ไทย) 2026 เปิดฉากที่กรุงเทพฯ ชูสินค้าสมาร์ทโฮมและวัสดุก่อสร้าง  ◆  สี จิ้นผิง ร่วมประชุมสุดยอดบริกส์ครั้งที่ 18 ที่นิวเดลี เสนอ 5 ข้อริเริ่มความร่วมมือ รวมถึงเขตโอเพนซอร์ส AI  ◆  ไต้ฝุ่น “ซาวเดล” ขึ้นฝั่งจีน 3 ครั้ง ฝูเจี้ยนอพยพเกือบ 6 แสนคน ดินถล่มเจียงซีมีผู้เสียชีวิต-สูญหายหลายราย  ◆  ไทยขาดดุลการค้ากับจีนพุ่งทำสถิติใหม่ ยอด 7 เดือนโตเกือบ 60%      กิจกรรมสื่อจีนโพ้นทะเล “ตามหาฝันจีน เยือนเหลียวหนิง” ปี 2026 เปิดตัวที่ต้าเหลียน  ◆  นิทรรศการการค้าระหว่างประเทศเจ้อเจียง (ไทย) 2026 เปิดฉากที่กรุงเทพฯ ชูสินค้าสมาร์ทโฮมและวัสดุก่อสร้าง  ◆  สี จิ้นผิง ร่วมประชุมสุดยอดบริกส์ครั้งที่ 18 ที่นิวเดลี เสนอ 5 ข้อริเริ่มความร่วมมือ รวมถึงเขตโอเพนซอร์ส AI  ◆  ไต้ฝุ่น “ซาวเดล” ขึ้นฝั่งจีน 3 ครั้ง ฝูเจี้ยนอพยพเกือบ 6 แสนคน ดินถล่มเจียงซีมีผู้เสียชีวิต-สูญหายหลายราย  ◆  ไทยขาดดุลการค้ากับจีนพุ่งทำสถิติใหม่ ยอด 7 เดือนโตเกือบ 60%      
欧亚时报·泰国站
欧亚时报
泰国站 · EURASIA TIMES
กลับหน้าหลัก
การเมือง
สี จิ้นผิง ประกาศจีนจะรับตำแหน่งประธานหมุนเวียนกลุ่มบริกส์ปี 2027 เป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดครั้งที่ 19
รายงานโดย 欧亚时报编辑部
ในการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มบริกส์ครั้งที่ 18 ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนประกาศว่าจีนจะรับตำแหน่งประธานหมุนเวียนกลุ่มบริกส์ในปี 2027 และเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดครั้งที่ 19 ขณะที่นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดียได้ส่งคำอวยพรและเรียกร้องให้กลุ่มบริกส์สร้าง “ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม” เมื่อก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่สาม
เมื่อวันที่ 12-13 กันยายนตามเวลาท้องถิ่น การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มบริกส์ครั้งที่ 18 จัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมภารัต มันดาปัม กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย โดยมีอินเดียเป็นเจ้าภาพในฐานะประธานหมุนเวียนกลุ่มบริกส์ประจำปี 2026 ระหว่างการประชุม ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า จีนจะรับตำแหน่งประธานหมุนเวียนกลุ่มบริกส์ในปี 2027 และจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มบริกส์ครั้งที่ 19 ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศเมืองเจ้าภาพและวันที่จัดการประชุมอย่างเป็นทางการ การประกาศดังกล่าวถือเป็นการส่งต่อไม้ต่อตำแหน่งประธานหมุนเวียนของกลไกความร่วมมือกลุ่มบริกส์กลับมาสู่จีนอีกครั้ง และเป็นการวางทิศทางสำหรับก้าวต่อไปของเวทีความร่วมมือระหว่างตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนานี้
ในโอกาสส่งมอบตำแหน่งประธานหมุนเวียนให้แก่จีน นายกรัฐมนตรีโมดีของอินเดียได้กล่าวอวยพรแก่จีน พร้อมเรียกร้องให้กลุ่มบริกส์สร้าง “ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม” เมื่อก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่สามของความร่วมมือ คำกล่าวของโมดีถูกมองว่าสะท้อนความคาดหวังต่อทิศทางการพัฒนาของกลไกบริกส์ในอนาคต กล่าวคือ หลังจากผ่านช่วงของการขยายสมาชิกและเสริมสร้างอิทธิพลแล้ว ประเทศสมาชิกควรทุ่มเทความพยายามมากขึ้นไปกับความร่วมมือเชิงปฏิบัติและการผลักดันโครงการที่เป็นรูปธรรม มากกว่าการแถลงหลักการเพียงอย่างเดียว ข้อเรียกร้องนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่า เมื่อกลุ่มบริกส์มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การสร้างฉันทามติท่ามกลางผลประโยชน์ที่หลากหลายและการยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ได้กลายเป็นโจทย์สำคัญของกลไกนี้ในระยะต่อไป
ในถ้อยแถลง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้บรรยายถึงช่วงเวลาที่จีนเข้ารับตำแหน่งประธานหมุนเวียนว่าเป็นการร่วมกันเปิด “ทศวรรษทองที่สาม” ของความร่วมมือกลุ่มบริกส์ คำกล่าวนี้สอดคล้องกับพัฒนาการของกลุ่มบริกส์นับตั้งแต่การประชุมสุดยอดผู้นำครั้งแรกในปี 2009 จากแนวคิด “บริก” (BRIC) ในช่วงแรกเริ่ม สู่กลไกความร่วมมือพหุภาคีที่ครอบคลุมประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่หลายประเทศในปัจจุบัน กลุ่มบริกส์ได้เดินทางมาเกือบสองทศวรรษแล้ว สัญญาณที่ถ้อยแถลงของสี จิ้นผิงสื่อออกมาคือ จีนต้องการใช้ช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งประธานหมุนเวียนเพื่อเสริมสร้างและยกระดับบทบาทและอิทธิพลของกลุ่มบริกส์ในระบบธรรมาภิบาลโลกให้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งผลักดันให้กลไกนี้ก้าวจากช่วงขยายขนาดไปสู่ช่วงยกระดับคุณภาพ
ตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมาของกลุ่มบริกส์ ประเทศที่ดำรงตำแหน่งประธานหมุนเวียนจะต้องรับผิดชอบภารกิจหลายด้าน ได้แก่ การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำประจำปี การประสานงานการประชุมระดับรัฐมนตรีหลายสิบครั้งตลอดทั้งปี รวมถึงการหารือระดับผู้ประสานงานและคณะทำงานเฉพาะด้านกว่าร้อยครั้ง การกำหนดวาระความร่วมมือและประเด็นสำคัญของปีนั้น ๆ ตลอดจนรับผิดชอบการยกร่างแถลงการณ์ร่วมของการประชุมสุดยอดเพื่อรวบรวมจุดยืนของประเทศสมาชิก ประเทศที่ดำรงตำแหน่งประธานมักใช้โอกาสนี้ผลักดันประเด็นที่ตนให้ความสำคัญเข้าสู่กรอบความร่วมมือบริกส์ เช่น การส่งเสริมการชำระเงินการค้าด้วยสกุลเงินท้องถิ่น การขยายบทบาทของธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ (New Development Bank) และการกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและการพัฒนาสีเขียว ซึ่งหมายความว่าในระหว่างที่จีนดำรงตำแหน่งประธานหมุนเวียนในปี 2027 จีนจะมีพื้นที่ค่อนข้างมากในการกำหนดทิศทางสำคัญของความร่วมมือกลุ่มบริกส์ในปีนั้น
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จีนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มบริกส์ ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 3-5 กันยายน 2017 จีนเคยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มบริกส์ครั้งที่ 9 ที่เมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน โดยมีสี จิ้นผิงเป็นประธาน ภายใต้หัวข้อ “กระชับความเป็นหุ้นส่วนบริกส์ เปิดอนาคตที่สดใสยิ่งขึ้น” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “การประชุมเซี่ยเหมิน” ในเวลานั้นกลุ่มบริกส์ยังคงมีเพียง 5 ประเทศสมาชิกดั้งเดิม ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ การประชุมครั้งนั้นเน้นการกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้า การเงิน และวัฒนธรรม พร้อมทั้งริเริ่มรูปแบบความร่วมมือ “บริกส์พลัส” (BRICS Plus) เป็นครั้งแรก โดยเชิญผู้นำจากตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศเข้าร่วมหารือ ผ่านมาหนึ่งทศวรรษ เมื่อจีนกลับมารับตำแหน่งประธานหมุนเวียนอีกครั้ง โครงสร้างสมาชิก ขอบเขตประเด็น และอิทธิพลระดับโลกของกลุ่มบริกส์ล้วนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2017 ซึ่งเป็นปัจจัยความเป็นจริงใหม่ที่จีนต้องพิจารณาในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดปี 2027
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กลุ่มบริกส์ได้ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ นอกเหนือจาก 5 ประเทศผู้ก่อตั้งเดิม ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้แล้ว อียิปต์ เอธิโอเปีย อิหร่าน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เข้าเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมกราคม 2024 ตามด้วยอินโดนีเซียที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2025 ทำให้กลุ่มบริกส์มีสมาชิกเต็มรูปแบบรวม 10 ประเทศ ส่วนซาอุดีอาระเบียนั้นได้รับเชิญให้เข้าร่วมเช่นกัน แต่กระบวนการเข้าเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการยังไม่แล้วเสร็จ ขณะเดียวกัน มีอีก 10 ประเทศที่เข้าร่วมกลไกความร่วมมือบริกส์ในฐานะ “ประเทศหุ้นส่วน” ได้แก่ เบลารุส โบลิเวีย คิวบา คาซัคสถาน มาเลเซีย ไนจีเรีย ไทย ยูกันดา อุซเบกิสถาน และเวียดนาม หลังจากการขยายสมาชิกอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันกลุ่มบริกส์ครอบคลุมประชากรราวครึ่งหนึ่งของโลกและมีขนาดเศรษฐกิจรวมกันราวร้อยละ 40 ของเศรษฐกิจโลก กลายเป็นเวทีสำคัญสำหรับความร่วมมือพหุภาคีของตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา การที่จีนเข้ารับตำแหน่งประธานหมุนเวียนในบริบทที่สมาชิกมีความหลากหลายมากขึ้นและประเด็นครอบคลุมกว้างขึ้นเช่นนี้ ย่อมหมายความว่าความยากในการประสานผลประโยชน์และสร้างฉันทามติร่วมกันจะเพิ่มขึ้นกว่าที่ผ่านมา
หากมองในมุมกว้างขึ้น การที่จีนเข้ารับตำแหน่งประธานหมุนเวียนกลุ่มบริกส์ในปี 2027 ยังถูกมองว่าเป็นการยอมรับของประชาคมระหว่างประเทศต่อบทบาทผู้นำของจีนในความร่วมมือของกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ในฐานะสมาชิกที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในกลุ่มบริกส์ จีนได้ผลักดัน “ข้อริเริ่มการพัฒนาระดับโลก” (Global Development Initiative) และ “ข้อริเริ่มความมั่นคงระดับโลก” (Global Security Initiative) รวมถึงกรอบความร่วมมือพหุภาคีอื่น ๆ อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งรักษาความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากในด้านการค้า การลงทุน-การเงิน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน นักวิเคราะห์มองว่า การที่จีนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดปี 2027 จะเป็นโอกาสสำคัญในการกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้จีนมีบทบาทเชิงรุกและพื้นที่แสดงความเห็นมากขึ้นในการหารือเรื่องการปฏิรูประบบธรรมาภิบาลโลก นอกจากนี้ จีนยังเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายสำคัญของธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ (New Development Bank) ของกลุ่มบริกส์ และเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกบริกส์ที่มีขนาดการค้าระหว่างประเทศใหญ่ที่สุดและมีการลงทุนในต่างประเทศที่คึกคักที่สุดมาอย่างต่อเนื่อง ในบริบทนี้ ฝ่ายต่าง ๆ จึงมองว่าการที่จีนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดปี 2027 เป็นหน้าต่างสำคัญในการติดตามว่าจีนจะใช้สถานะประธานหมุนเวียนผลักดันความร่วมมือเชิงปฏิบัติของกลุ่มบริกส์ในด้านการชำระเงินการค้าด้วยสกุลเงินท้องถิ่น การเงินเพื่อการพัฒนา และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีต่อไปอย่างไร
ในขณะนี้ ยังไม่มีการประกาศเมืองเจ้าภาพและกำหนดการอย่างเป็นทางการสำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มบริกส์ครั้งที่ 19 ซึ่งจีนจะเป็นเจ้าภาพ โดยทั่วไปคาดว่ารายละเอียดที่เกี่ยวข้องจะมีความชัดเจนมากขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมา ประเทศเจ้าภาพมักเริ่มวางกลไกการประสานงานตลอดทั้งปีไม่นานหลังจากเข้ารับตำแหน่งประธานหมุนเวียน พร้อมทั้งทยอยจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีหลายครั้ง อาทิ รัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง และรัฐมนตรีต่างประเทศ เพื่อปูทางไปสู่การประชุมสุดยอดผู้นำในช่วงปลายปี เมื่อจีนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในปี 2027 ประเด็นที่ประชาคมระหว่างประเทศจะจับตามองอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ กลุ่มบริกส์จะสามารถรักษาความสามัคคีและผลักดันความร่วมมือเชิงปฏิบัติภายใต้โครงสร้างสมาชิกที่ขยายใหญ่ขึ้นได้อย่างไร และจะสามารถส่งมอบ “ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม” ได้ตามที่นายกรัฐมนตรีโมดีเรียกร้องไว้หรือไม่
ที่น่าสังเกตคือ การส่งมอบตำแหน่งประธานหมุนเวียนกลุ่มบริกส์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสัญญาณของการผ่อนคลายความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอินเดีย ระหว่างการประชุมสุดยอด ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้หารือกับนายกรัฐมนตรีโมดี โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาและเจาะลึกในประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ ระยะยาว และทิศทางความสัมพันธ์ทวิภาคี ฉันทามติสำคัญประการหนึ่งที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุร่วมกันคือ จีนและอินเดียควรเป็น “หุ้นส่วน” ไม่ใช่ “คู่แข่ง” ต่อกัน และทั้งสองประเทศควรกระชับความร่วมมือบนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกันและความไว้เนื้อเชื่อใจ นักวิเคราะห์มองว่าสัญญาณเชิงบวกในความสัมพันธ์จีน-อินเดียนี้ ในทางปฏิบัติได้สร้างสภาพแวดล้อมภายนอกที่เอื้ออำนวยต่อจีนในการประสานจุดยืนภายในกลุ่มบริกส์และผลักดันให้ประเทศสมาชิกต่าง ๆ บรรลุฉันทามติร่วมกันในช่วงที่จีนดำรงตำแหน่งประธาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทที่กลุ่มบริกส์ขยายตัวเป็น 10 ประเทศสมาชิกเต็มรูปแบบและมีความหลากหลายด้านผลประโยชน์มากขึ้น การที่จีนและอินเดียในฐานะสองประเทศผู้ก่อตั้งกลุ่มบริกส์จะสามารถรักษาการสื่อสารที่มั่นคงระหว่างกันได้หรือไม่ จึงถูกมองว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเป็นเอกภาพในการดำเนินงานของกลไกนี้ในอนาคต
จดหมายข่าว
รับข่าวเด่นทุกเช้า
สรุปข่าวสำคัญวันละครั้ง ฟรี ไม่มีสแปม
欧亚时报·泰国站
欧亚时报·泰国站
สื่อข่าวหลายภาษาสำหรับผู้อ่านจีน-ไทย เน้นรายงานเชิงลึกและวิเคราะห์สถานการณ์
© 2026 欧亚时报·泰国站 · Eurasia Times Thailand. สงวนลิขสิทธิ์
นโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไข