ข่าวด่วน
ไทยปรับกฎยกเว้นวีซ่าหลายชาติ 15 ก.ย. นี้ ยันสิทธิยกเว้นวีซ่า 30 วันของจีนยังคงเดิม  ◆  ทีเส็บบุกเซินเจิ้น เปิดงาน MEET Thai Plus 2026 หวังดึงเม็ดเงินจีนพันล้านบาท  ◆  ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าไทยร่วงหนัก หลังมาตรการอุดหนุนลดลง กระทบผู้ผลิตจีนในตลาดไทย  ◆  นายกฯ อนุทิน ย้ำไทย-จีน "เหมือนครอบครัวเดียวกัน" พร้อมเร่งขจัดอุปสรรคการลงทุน  ◆  ศิลปินไทยร่วมร้อยชีวิตบินลัดฟ้าสู่ปักกิ่ง ร่วมคอนเสิร์ตนานาชาติที่กำแพงเมืองจีน ฉลอง 51 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน      ไทยปรับกฎยกเว้นวีซ่าหลายชาติ 15 ก.ย. นี้ ยันสิทธิยกเว้นวีซ่า 30 วันของจีนยังคงเดิม  ◆  ทีเส็บบุกเซินเจิ้น เปิดงาน MEET Thai Plus 2026 หวังดึงเม็ดเงินจีนพันล้านบาท  ◆  ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าไทยร่วงหนัก หลังมาตรการอุดหนุนลดลง กระทบผู้ผลิตจีนในตลาดไทย  ◆  นายกฯ อนุทิน ย้ำไทย-จีน "เหมือนครอบครัวเดียวกัน" พร้อมเร่งขจัดอุปสรรคการลงทุน  ◆  ศิลปินไทยร่วมร้อยชีวิตบินลัดฟ้าสู่ปักกิ่ง ร่วมคอนเสิร์ตนานาชาติที่กำแพงเมืองจีน ฉลอง 51 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน      
欧亚时报·泰国站
欧亚时报
泰国站 · EURASIA TIMES
กลับหน้าหลัก
เศรษฐกิจ
ไทย-จีนออกแถลงการณ์ร่วมยกระดับความร่วมมือด้านเทคโนโลยี เร่งเครื่องรถไฟ ปัญญาประดิษฐ์ และพลังงานสะอาด
欧亚时报编辑部·7 วัน· 5 นาที
หลังนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เยือนจีน ทั้งสองประเทศออกแถลงการณ์ร่วมให้คำมั่นเร่งก่อสร้างรถไฟไทย-จีนเชื่อมต่อรถไฟลาว-จีน พร้อมขยายความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ การบินอวกาศ และพลังงานสะอาด
ระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2026 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ และเข้าร่วมการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก 2026 (World AI Conference) พร้อมการประชุมระดับสูงว่าด้วยธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์โลก ที่นครเซี่ยงไฮ้ ระหว่างการเยือน ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนได้พบหารือกับนายอนุทินที่โรงแรมรับรองแขกบ้านซีเจียว นครเซี่ยงไฮ้ จากนั้นทั้งสองฝ่ายได้ออก "แถลงการณ์ร่วมระหว่างรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนและรัฐบาลราชอาณาจักรไทย ว่าด้วยการสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกันอันรุ่งเรืองยิ่งขึ้น" ซึ่งยกระดับความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือทางยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างไทย-จีนขึ้นไปอีกขั้น แถลงการณ์ระบุชัดเจนว่าทั้งสองประเทศจะกระชับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เร่งก่อสร้างโครงการโครงสร้างพื้นฐานเรือธง เช่น รถไฟไทย-จีน และขยายโครงการทวิภาคีในสาขาใหม่ ๆ อย่างปัญญาประดิษฐ์ การบินและอวกาศ และพลังงานสะอาด ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย-จีนช่วงที่ผ่านมา
ตามแถลงการณ์ร่วม ทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะใช้กลไกคณะกรรมการร่วมด้านความร่วมมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อกระชับการเชื่อมโยงนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมขยายขอบเขตความร่วมมือไปยังสาขาสุขภาพและชีวิตวิทยา ข้อมูลภูมิสารสนเทศ การใช้เทคโนโลยีลดความยากจน เทคโนโลยีการเกษตร และวัสดุขั้นสูง ระหว่างการเยือน ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามเอกสารความร่วมมือรวม 15 ฉบับ ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐาน ปัญญาประดิษฐ์ การลงทุน เทคโนโลยี การค้า และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยมีโครงการเฉพาะด้าน เช่น การศึกษา การวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ ห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรม การสำรวจอวกาศ การส่งออกสินค้าประมง และการบริหารจัดการน้ำ หลังเดินทางกลับ นายอนุทินได้สั่งการให้กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อผลักดันผลลัพธ์จากการเยือนจีนโดยเร็ว สะท้อนความต้องการของรัฐบาลไทยที่จะแปลงฉันทามติระดับผู้นำให้กลายเป็นการเชื่อมโยงนโยบายที่เป็นรูปธรรมและกลไกการแลกเปลี่ยนระหว่างหน่วยงานอย่างสม่ำเสมอโดยเร็วที่สุด
ความร่วมมือด้านรถไฟเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการยกระดับครั้งนี้ โครงการรถไฟไทย-จีนระยะที่ 1 (กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กิโลเมตร) เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2017 แต่เผชิญความล่าช้าหลายครั้ง ส่วนใหญ่มาจากข้อพิพาทเรื่องที่ดินในช่วงโคกกรวด-นครราชสีมา จนถึงปี 2026 ความคืบหน้าการก่อสร้างช่วงดังกล่าวอยู่ที่ประมาณร้อยละ 55 และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ราวปี 2030 แม้ความคืบหน้าจะล่าช้ากว่าแผนเดิม แต่ทั้งสองประเทศยังคงย้ำในแถลงการณ์ร่วมว่าจะเร่งการก่อสร้างระยะที่ 1 และเร่งกำหนดรูปแบบความร่วมมือของระยะที่ 2 เพื่อเริ่มก่อสร้างโดยเร็วที่สุด
โครงการระยะที่ 2 (นครราชสีมา-หนองคาย ระยะทางประมาณ 357 กิโลเมตร) ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีไทยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ด้วยวงเงินลงทุนราว 340,000 ล้านบาท การรถไฟแห่งประเทศไทยมีแผนจะเปิดประมูลงานโยธาทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในปี 2026 และคาดว่าหลังใช้เวลาก่อสร้างอีกราว 4 ปี เส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคายทั้งสายจะเปิดให้บริการได้ในปี 2031 เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ เส้นทางนี้จะเชื่อมต่อผ่านสะพานรถไฟหนองคาย-เวียงจันทน์ที่กำลังก่อสร้าง เข้ากับทางรถไฟลาว-จีน (เวียงจันทน์-บ่อเต็น ระยะทาง 414 กิโลเมตร) ซึ่งเปิดใช้งานมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2021 ทำให้สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ผ่านเวียงจันทน์ไปยังนครคุนหมิงของจีนได้โดยตรง และกลายเป็นส่วนสำคัญของโครงข่ายรถไฟสายเอเชียที่เชื่อมนครคุนหมิงกับสิงคโปร์ ข้อมูลล่าสุดของทางรถไฟลาว-จีนระบุว่า นับถึงต้นปี 2026 ปริมาณสินค้าที่ขนส่งสะสมทะลุ 80 ล้านตัน มูลค่าการค้าข้ามพรมแดนในไตรมาสแรกของปีเพิ่มขึ้นร้อยละ 62.7 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ประเภทสินค้าที่ขนส่งขยายจากกว่า 500 ประเภทในช่วงเปิดเดินรถ เป็นกว่า 3,800 ประเภท ให้บริการแก่ผู้ประกอบการกว่า 6,000 ราย ครอบคลุม 19 ประเทศและเขตแดน สะท้อนบทบาทของโครงข่ายรถไฟจีน-ลาว-ไทยในการขับเคลื่อนการค้าในภูมิภาค
ความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญของการยกระดับครั้งนี้ ย้อนไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของไทย (DES) เพื่อกระชับความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ ครอบคลุมทั้งการพัฒนาและธรรมาภิบาลด้าน AI ระหว่างการเยือนจีนในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นายอนุทินพร้อมด้วยนายชัยชนก จิดคง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้หารือระดับสูงกับบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี เพื่อขยายความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI การสร้างศูนย์ข้อมูลยุคใหม่ และการพัฒนาบุคลากรดิจิทัล โดยมีเป้าหมายผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ หัวเว่ยยังร่วมมือกับกรมอุตุนิยมวิทยาของไทย นำโมเดลขนาดใหญ่ "ผานกู่" (Pangu) มาใช้พยากรณ์อากาศ ช่วยลดเวลาการพยากรณ์เส้นทางพายุไต้ฝุ่นลงเหลือเพียงไม่กี่สิบวินาที ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของความร่วมมือด้าน AI ระหว่างจีนและไทย
ในด้านการบินและอวกาศ ความร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ของไทยกับหน่วยงานอวกาศของจีนยังคงลึกซึ้งขึ้นอย่างต่อเนื่อง อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ (Space Krenovation Park) ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี มีอุปกรณ์ทดสอบการสั่นสะเทือนที่ผลิตโดยจีนติดตั้งอยู่ ใช้ประเมินความพร้อมก่อนปล่อยดาวเทียม เช่น ดาวเทียมธีออส-2 (THEOS-2) ของไทย เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 จีนได้ปล่อยจรวดลองมาร์ช-6ซี (Long March-6C) นำดาวเทียมหลายดวงขึ้นสู่วงโคจรพร้อมกัน รวมถึงดาวเทียมคิวบ์แซต "หลิงจือ-09" หรือ GISTDA CubeSat-1 ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทกาแล็กซี่ สเปซ (Galaxy Space) ของจีนให้กับ GISTDA เพื่อใช้ในงานสำรวจระยะไกล การทดสอบเทคโนโลยี และการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ GISTDA ยังร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอู่ฮั่นเปิดหลักสูตรปริญญาโทด้านภูมิสารสนเทศศาสตร์ ขณะที่ไทยยังเป็นสมาชิกองค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชีย-แปซิฟิก (APSCO) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปักกิ่ง ทำให้การแลกเปลี่ยนด้านการพัฒนาดาวเทียมและบุคลากรระหว่างสองประเทศขยายตัวต่อเนื่อง
ความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดก็เร่งตัวขึ้นเช่นกัน บริษัทแบตเตอรี่ยักษ์ใหญ่ของจีนอย่างซีเอทีแอล (CATL) ร่วมทุนกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ของไทย สร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่พลังงาน ซึ่งขณะนี้เข้าสู่ขั้นตอนการก่อสร้างแล้ว และคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ภายในปี 2026 ขณะที่ฉางอัน ออโตโมบิล (ChangAn Automobile) ผู้ผลิตรถยนต์จีน ได้ลงทุนกว่า 9,800 ล้านบาทในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จังหวัดระยอง เพื่อผลิตแบตเตอรี่และรถยนต์ไฟฟ้า 3 รุ่น โดยตั้งเป้าหมายกำลังการผลิตปีละ 200,000 คันภายในปี 2026 พร้อมเพิ่มสัดส่วนชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศจากร้อยละ 65 เป็นร้อยละ 80 ภายในปี 2028 และเพิ่มการจ้างงานในประเทศจาก 600 คน เป็น 2,000 คน ข้อมูลจากสื่อระบุว่านับจากต้นปีนี้ ไทยดึงดูดเงินลงทุนในห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไฟฟ้าแล้วกว่า 4,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยบริษัทจีนถือเป็นกำลังสำคัญ นอกจากนี้ การเยือนจีนของนายอนุทินครั้งนี้ยังทำให้บริษัทเทคโนโลยีจีนอีก 4 แห่ง ได้แก่ เสี่ยวมี่ (Xiaomi) ฉางอัน ออโตโมบิล อินโนไลท์ เทคโนโลยี (InnoLight Technology) และอีออปโตลิงก์ เทคโนโลยี (Eoptolink Technology) ให้คำมั่นลงทุนเพิ่มเติมในไทยรวมมูลค่าราว 70,000 ล้านบาท
นักวิเคราะห์ชี้ว่า การยกระดับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระหว่างไทย-จีนครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นความต่อเนื่องของความสัมพันธ์ทวิภาคีที่กระชับแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงเศรษฐกิจดิจิทัล จากการสำรวจอวกาศไปจนถึงพลังงานสะอาด ขอบเขตและความลึกของความร่วมมือระหว่างสองประเทศกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สำหรับไทย การกระชับความสัมพันธ์ด้านเทคโนโลยีกับจีนจะช่วยให้ไทยมีที่ยืนในอุตสาหกรรมเกิดใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์และยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมทั้งตอกย้ำสถานะการเป็นศูนย์กลางคมนาคมของภูมิภาค ส่วนในระดับภูมิภาค การเชื่อมต่อกันของรถไฟไทย-จีนกับรถไฟลาว-จีนจะช่วยผลักดันการพัฒนาโครงข่ายรถไฟสายเอเชียที่เชื่อมคุนหมิง-กรุงเทพฯ-สิงคโปร์ให้คืบหน้ายิ่งขึ้น และสร้างเส้นทางบกที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับการเดินทางและการขนส่งสินค้าระหว่างจีนกับอาเซียน
จดหมายข่าว
รับข่าวเด่นทุกเช้า
สรุปข่าวสำคัญวันละครั้ง ฟรี ไม่มีสแปม
欧亚时报·泰国站
欧亚时报·泰国站
สื่อข่าวหลายภาษาสำหรับผู้อ่านจีน-ไทย เน้นรายงานเชิงลึกและวิเคราะห์สถานการณ์
© 2026 欧亚时报·泰国站 · Eurasia Times Thailand. สงวนลิขสิทธิ์
นโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไข