กลับหน้าหลักสังคม
จีนขยายจุดบริการอาหารกลางวันผู้สูงอายุทั่วประเทศเป็น 82,000 แห่ง ให้บริการผู้สูงอายุกว่า 4 ล้านคนต่อวัน
ข้อมูลจากกระทรวงกิจการพลเรือนของจีนระบุว่า จุดบริการอาหารกลางวันผู้สูงอายุทั่วเมืองและชนบททั่วประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 82,000 แห่ง ให้บริการผู้สูงอายุกว่า 4 ล้านคนต่อวัน กลายเป็นโครงการด้านสวัสดิการที่สำคัญในการรับมือกับสังคมผู้สูงอายุของจีน
สำนักข่าวซินหัวรายงานเมื่อเร็วๆ นี้ว่า การสร้างเครือข่ายบริการอาหารกลางวันสำหรับผู้สูงอายุในชุมชนเมืองและชนบทของจีนยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยจุดบริการอาหารกลางวันผู้สูงอายุทั่วประเทศเพิ่มขึ้นจากประมาณ 80,000 แห่งเป็น 82,000 แห่ง ให้บริการผู้สูงอายุมากกว่า 4 ล้านคนต่อวันโดยเฉลี่ย ตัวเลขนี้เปิดเผยโดยกระทรวงกิจการพลเรือนของจีน ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากคำแถลงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการพลเรือน หลู่จื้อหยวน เมื่อเดือนตุลาคม 2025 ที่ระบุว่า “มีผู้สูงอายุกว่า 3 ล้านคนรับประทานอาหารที่จุดบริการอาหารผู้สูงอายุทุกวัน” สะท้อนว่าโครงการสวัสดิการที่เรียกว่า “การช่วยเหลือด้านอาหารสำหรับผู้สูงอายุ” นี้กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วเพื่อครอบคลุมกลุ่มผู้สูงอายุในวงกว้างขึ้น และกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความสำเร็จในการสร้างระบบบริการดูแลผู้สูงอายุขั้นพื้นฐานของจีน
ความคืบหน้านี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์สังคมผู้สูงอายุของจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามรายงาน “สมุดปกขาวว่าด้วยการพัฒนากิจการผู้สูงอายุแห่งชาติประจำปี 2025” ซึ่งจัดทำร่วมกันโดยกระทรวงกิจการพลเรือนและสำนักงานผู้สูงอายุแห่งชาติ ระบุว่า ณ สิ้นปี 2025 จีนมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปกว่า 323 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 23 ของประชากรทั้งหมด ขณะที่ประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมีประมาณ 224 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 15.9 ในกลุ่มผู้สูงอายุจำนวนมหาศาลนี้ มีสัดส่วนไม่น้อยที่เป็นผู้สูงอายุที่อยู่บ้านคนเดียว บุตรหลานไม่อยู่ด้วย หรือมีภาวะพึ่งพิงบางส่วนหรือทั้งหมด ปัญหา “ทำอาหารยาก กินอาหารยาก” จึงเป็นปัญหาเรื้อรังในการดูแลผู้สูงอายุระดับรากหญ้ามาโดยตลอด การทำให้ผู้สูงอายุสามารถรับประทานอาหารร้อนๆ ได้ใกล้บ้านจึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในความต้องการด้านสวัสดิการพื้นฐานและเร่งด่วนที่สุด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและความสุขของผู้สูงอายุ
ด้วยเหตุนี้ ในเดือนตุลาคม 2023 กระทรวงกิจการพลเรือนร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ กระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรมนุษย์และประกันสังคม และหน่วยงานอื่นๆ รวม 11 หน่วยงาน ได้ร่วมออก “แผนปฏิบัติการเพื่อพัฒนาบริการอาหารกลางวันผู้สูงอายุอย่างจริงจัง” (เอกสารกระทรวงกิจการพลเรือน ฉบับที่ 58/2023) ระบุเป้าหมายชัดเจนว่าภายในสิ้นปี 2025 ความครอบคลุมของบริการอาหารกลางวันผู้สูงอายุจะขยายตัวอย่างเห็นได้ชัด และภายในสิ้นปี 2026 จะสร้างเครือข่ายบริการอาหารกลางวันผู้สูงอายุในชุมชนเมืองและชนบทให้แน่นหนายิ่งขึ้น จนเกิดรูปแบบการจัดหาอาหารที่หลากหลายในเบื้องต้น แผนดังกล่าวยังเสนอกลไกการระดมทุนแบบหลายฝ่าย คือ “บุคคลออกส่วนหนึ่ง องค์กรลดราคาส่วนหนึ่ง รัฐบาลอุดหนุนส่วนหนึ่ง ส่วนรวมเพิ่มเติมส่วนหนึ่ง และสังคมบริจาคส่วนหนึ่ง” พร้อมสนับสนุนผ่านเงินอุดหนุนจากงบประมาณ การลดหย่อนภาษีและค่าธรรมเนียม และการสนับสนุนพื้นที่ เพื่อให้หน่วยบริการอาหารผู้สูงอายุดำเนินงานได้อย่างยั่งยืน ไม่ประสบปัญหา “เปิดตัวคึกคักแต่ไปต่อไม่ไหว” ข้อมูลทางการระบุว่า ระหว่างปี 2024-2025 รัฐบาลกลางได้ทุ่มงบประมาณสะสมกว่า 600 ล้านหยวน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาบริการอาหารกลางวันผู้สูงอายุในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ
ในด้านรูปแบบการดำเนินงาน กระทรวงกิจการพลเรือนสนับสนุนให้แต่ละพื้นที่ปรับใช้ตามสภาพท้องถิ่น โดยพัฒนารูปแบบการจัดหาอาหารที่หลากหลาย เช่น “สถานดูแลผู้สูงอายุ + บริการอาหาร” “ผู้ประกอบการร้านอาหารเอกชน + บริการอาหาร” “ครัวกลาง + จัดส่งอาหาร” “แพลตฟอร์มตลาด + บริการอาหาร” และ “บริการอาหารแบบช่วยเหลือกันเองในชนบท” โดยมีเป้าหมายให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงบริการอาหารได้ภายในรัศมีเดินเท้า 15 นาทีจากบ้าน หลายพื้นที่ได้พัฒนาแนวปฏิบัติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ได้รวมบริการอาหารเข้าไว้ในเงินอุดหนุนสำหรับผู้สูงอายุที่มีฐานะยากลำบาก ครอบคลุมผู้สูงอายุ 66,500 คน เมืองไห่โข่ว มณฑลไห่หนาน สร้างโรงอาหารผู้สูงอายุแล้ว 66 แห่ง ครอบคลุมทุกตำบลและแขวง ให้บริการผู้สูงอายุสะสมกว่า 1.5 ล้านคนครั้ง ส่วนเมืองเหยียนเฉิง มณฑลเจียงซู ได้ใช้อาคารโรงเรียนในชนบทที่ว่างเปล่าและทรัพยากรอื่นๆ ปรับปรุงจุดบริการอาหาร 115 แห่ง เปลี่ยนทรัพย์สินสาธารณะที่ “หลับใหล” ให้กลายเป็นโรงอาหารที่อบอุ่นใจสำหรับผู้สูงอายุ
ในด้านค่าบริการและกลไกส่วนลด พื้นที่ต่างๆ มักใช้วิธีการอุดหนุนแบบขั้นบันไดตามอายุ ตัวอย่างเช่น เมืองจี่หนาน มณฑลซานตง ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปที่รับประทานอาหารในจุดบริการจะได้รับส่วนลดราคา ผู้ที่อายุ 70 ปีขึ้นไปจะได้รับเงินอุดหนุนจากงบประมาณเพิ่มเติมมื้อละ 1 หยวน ส่วนผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย ผู้ยากไร้พิเศษ และผู้สูงอายุตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินอุดหนุนเพิ่มเป็นมื้อละ 2 หยวน ขณะที่เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ให้ส่วนลดค่าอาหารตามช่วงอายุตั้งแต่ร้อยละ 10 ถึงร้อยละ 50 โดยผู้สูงอายุตั้งแต่ 90 ปีขึ้นไปจะได้รับส่วนลดสูงสุดถึงร้อยละ 50 หน่วยงานกิจการพลเรือนในหลายพื้นที่ระบุว่า เงินอุดหนุนค่าอาหารผู้สูงอายุโดยทั่วไปจะไม่จ่ายเป็นเงินสด แต่จะสะท้อนในราคาค่าอาหารโดยตรงผ่านระบบ “รูดบัตรแล้วหักส่วนลดทันที” เพื่อป้องกันไม่ให้เงินทุนถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ในขณะเดียวกัน “วงบริการอาหารผู้สูงอายุระยะ 15 นาที” กำลังกลายเป็นแนวทางสำคัญที่แต่ละพื้นที่นำมาใช้ โดยนครเซี่ยงไฮ้กำหนดให้แต่ละตำบล/แขวงต้องสร้างโรงอาหารผู้สูงอายุชุมชนอย่างน้อย 1-2 แห่ง พร้อมจุดบริการอาหารเสริมที่มีทั้งบริการรับประทานในที่และจัดส่งถึงบ้าน ส่วนมณฑลกวางตุ้งตั้งเป้าให้เขตเมืองชั้นในเข้าถึงจุดบริการอาหารได้ภายใน 15 นาที และเขตเมืองรอบนอกภายใน 25 นาที เพื่อให้บริการอาหารผู้สูงอายุเข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริง
เบื้องหลังโครงการสวัสดิการที่ครอบคลุมผู้สูงอายุนับสิบล้านคนนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ระดับรากหญ้าและอาสาสมัครจำนวนมากทำงานอย่างแข็งขัน ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ China Youth Daily นักสังคมสงเคราะห์ในชุมชนบางแห่งยืนหยัดจัดส่งอาหารฟรีถึงบ้านให้แก่ผู้สูงอายุที่เคลื่อนไหวลำบากและผู้พิการมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าฝนหรือแดด นำอาหารร้อนๆ ไปวางบนโต๊ะอาหารของผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวโดยตรง รายงานยังอ้างอิงความคิดเห็นของผู้สูงอายุในหลายพื้นที่ว่า จุดบริการอาหารไม่เพียงแก้ปัญหา “ทำอาหารยาก” ในทางปฏิบัติเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการเข้าสังคมและดูแลซึ่งกันและกันในชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุ โรงอาหารผู้สูงอายุหลายแห่งนอกจากให้บริการอาหารแล้ว ยังมีบริการดูแลรายวัน ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ และกิจกรรมนันทนาการ ค่อยๆ พัฒนาจาก “จุดกินข้าว” ธรรมดาไปสู่ศูนย์กลางบริการดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจรในระดับชุมชน ผู้สูงอายุหลายคนที่ให้สัมภาษณ์ระบุว่า การได้รับประทานอาหารที่สะอาด ถูกสุขอนามัย และราคาไม่แพงในระยะที่เดินถึงได้ ช่วยลดความเหงาในวันที่ลูกหลานไม่อยู่ใกล้ตัวลงไปได้มาก นักวิเคราะห์ชี้ว่า ความยั่งยืนของบริการอาหารผู้สูงอายุคือบททดสอบความสามารถในการประสานงานร่วมกันระหว่างรัฐบาล ตลาด และภาคสังคม
ผู้สังเกตการณ์มองว่า นับตั้งแต่มีการออก “แผนปฏิบัติการเพื่อพัฒนาบริการอาหารกลางวันผู้สูงอายุอย่างจริงจัง” ในปี 2023 จนถึงปัจจุบันที่จำนวนจุดบริการอาหารผู้สูงอายุทั่วประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 82,000 แห่ง และให้บริการเฉลี่ยกว่า 4 ล้านคนต่อวัน ระบบบริการอาหารกลางวันผู้สูงอายุของจีนกำลังก้าวจากโครงการนำร่องเฉพาะจุดไปสู่การดำเนินงานที่เป็นปกติและมีขนาดใหญ่ขึ้น ตามข้อมูลที่กระทรวงกิจการพลเรือนเคยเผยแพร่ไว้ก่อนหน้านี้ ณ สิ้นปี 2024 จีนได้สร้างเครือข่ายบริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านและในชุมชนต้นแบบแล้ว 500 แห่ง ชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุต้นแบบ 2,990 แห่ง และมีสถานดูแลผู้สูงอายุและสิ่งอำนวยความสะดวกทั่วประเทศรวม 406,000 แห่ง มีเตียงรองรับ 7.993 ล้านเตียง ซึ่งร่วมกับเครือข่ายบริการอาหารผู้สูงอายุเป็นรากฐานสำคัญของระบบบริการดูแลผู้สูงอายุแบบหลายระดับของจีน เมื่อระดับสังคมผู้สูงอายุของจีนยังคงทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ คำถามสำคัญที่ผู้กำหนดนโยบายต้องแก้ไขต่อไปคือ จะรักษาความเป็นสวัสดิการสาธารณะของบริการอาหารไปพร้อมกับการดำเนินงานอย่างยั่งยืนได้อย่างไร และจะขยายความครอบคลุมไปยังพื้นที่ชนบทและพื้นที่ห่างไกลได้อย่างไร ทางกระทรวงกิจการพลเรือนระบุว่า จะสรุปและเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ได้ผลจากพื้นที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าว่าภายในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 5 ปี ฉบับที่ 15 จะสร้างเครือข่ายบริการอาหารกลางวันผู้สูงอายุที่ครอบคลุมทั้งเมืองและชนบท มีการจัดวางที่เหมาะสม และดำเนินงานได้อย่างยั่งยืน เพื่อให้ผู้สูงอายุจำนวนมากขึ้นได้รับประทานอาหารที่ร้อน อร่อย และปลอดภัยใกล้บ้านของตนเอง