แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจีน ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2569–2573 หรือที่เรียกย่อว่า “แผนสือ-อู่-อู่”) ได้เข้าสู่ขั้นตอนการปฏิบัติอย่างเป็นทางการแล้วในปีนี้ ทิศทางหลักของแผนดังกล่าวถูกกำหนดขึ้นโดยการประชุมใหญ่ครั้งที่ 4 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ 20 (เรียกย่อว่า “การประชุมใหญ่ครั้งที่ 4 ของคณะกรรมการกลางชุดที่ 20”) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งระหว่างวันที่ 20-23 ตุลาคม 2568 โดยที่ประชุมได้พิจารณาและรับรอง “ข้อเสนอของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15” เมื่อการดำเนินงานตลอดปี 2569 คืบหน้าไป กรมการเมือง (โปลิตบูโร) ของคณะกรรมการกลางพรรคฯ ได้มีมติให้จัดการประชุมใหญ่ครั้งที่ 5 ของคณะกรรมการกลางชุดที่ 20 ขึ้นที่กรุงปักกิ่งระหว่างวันที่ 26-29 ตุลาคม ซึ่งจะเป็นหน้าต่างสำคัญในการสังเกตทิศทางการบริหารประเทศของจีนในระยะต่อไป
การประชุมใหญ่ครั้งที่ 4 เป็นการประชุมเต็มคณะของคณะกรรมการกลาง มีกำหนดระยะเวลา 4 วัน ถือเป็นการประชุมใหญ่ตามวาระปกติที่แต่ละสมัยของคณะกรรมการกลางพรรคฯ จะจัดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของการจัดทำ “แผนห้าปี” โดยวาระหลักของการประชุมประกอบด้วยการที่กรมการเมืองรายงานผลการปฏิบัติงานต่อคณะกรรมการกลาง และการพิจารณาข้อเสนอว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาฉบับที่ 15 แถลงการณ์ที่เผยแพร่หลังการประชุมระบุชัดว่า ที่ประชุมได้วิเคราะห์สถานการณ์ภายในและภายนอกประเทศ และเห็นว่าการพัฒนาของจีนยังคงอยู่ในช่วงที่มีลักษณะโดยรวมของ “ช่วงโอกาสทางยุทธศาสตร์” ขณะเดียวกันก็เน้นย้ำว่าจะต้องประสานดุลระหว่างการพัฒนาและความมั่นคง และดำเนินกิจการภายในของตนเองให้ดี ข้อเสนอที่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่นี้ได้กลายเป็นพื้นฐานระดับสูงสุดสำหรับคณะรัฐมนตรีและกระทรวงต่าง ๆ ในการจัดทำร่างกรอบแผนพัฒนาต่อไป
ในเชิงเนื้อหา ข้อเสนอดังกล่าวได้สืบทอดและขยายแนวทางการพัฒนาหลักที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนเน้นย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กล่าวคือ ในช่วงแผนพัฒนาฉบับที่ 15 จีนจะยึดการพัฒนาคุณภาพสูงเป็นภารกิจอันดับแรก พร้อมเร่งสร้างความพึ่งพาตนเองด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับสูง เพื่อนำการพัฒนา “พลังการผลิตคุณภาพใหม่” กล่าวโดยเฉพาะ ที่ประชุมใหญ่เสนอให้ฉวยโอกาสทางประวัติศาสตร์จากการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรมรอบใหม่ บูรณาการการสร้างชาติที่แข็งแกร่งด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และบุคลากร ยกระดับประสิทธิภาพโดยรวมของระบบนวัตกรรมแห่งชาติ เสริมสร้างความสามารถในการสร้างนวัตกรรมด้วยตนเองอย่างรอบด้าน และมุ่งช่วงชิงจุดสูงสุดของการพัฒนาเทคโนโลยีในสาขาเทคโนโลยีหลักสำคัญ เพื่อก่อให้เกิดรูปแบบพลังการผลิตใหม่อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ข้อเสนอได้กำหนดให้การปฏิรูปเชิงลึกอย่างรอบด้านเป็นภารกิจสำคัญ โดยเรียกร้องให้เร่งฝ่าฟันการปฏิรูปในพื้นที่สำคัญ เช่น การจัดสรรปัจจัยการผลิตตามกลไกตลาด รัฐวิสาหกิจและทุนของรัฐ ระบบการคลังและภาษีและการเงิน ด้านการเปิดประเทศ ที่ประชุมใหญ่เสนอให้ขยายการเปิดกว้างต่อโลกภายนอกในระดับสูง ขยายการเปิดกว้างด้านการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ ทุน และบุคคลอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมผลักดันการเปิดกว้างเชิงสถาบันด้านกฎเกณฑ์ ระเบียบ การบริหารจัดการ และมาตรฐาน ยืนหยัดรักษาระบบการค้าพหุภาคี ขยายการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจระดับระหว่างประเทศ ใช้การเปิดประเทศผลักดันการปฏิรูปและการพัฒนา และร่วมแบ่งปันโอกาสการพัฒนากับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
ช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 การประชุมสมัยที่ 4 ของสภาประชาชนแห่งชาติจีนชุดที่ 14 ได้จัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง การประชุม “สองสภา” ครั้งนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ทำให้กรอบแผนพัฒนาฉบับที่ 15 เปลี่ยนสถานะจากข้อเสนอของพรรคไปสู่แผนพัฒนาที่มีผลทางกฎหมายของรัฐ ระหว่างการประชุม ที่ประชุมได้พิจารณาร่าง “กรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน ฉบับที่ 15” และได้ลงมติรับรองอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 มีนาคม ตามกรอบแผนดังกล่าว ช่วงแผนพัฒนาฉบับที่ 15 กำหนดตัวชี้วัดหลักไว้ 20 ตัว โดยตัวชี้วัดด้านความเป็นอยู่ของประชาชนมีสัดส่วนมากกว่าหนึ่งในสาม ครอบคลุมด้านการจ้างงาน รายได้ การศึกษา การแพทย์ การดูแลผู้สูงอายุ และการเลี้ยงดูเด็กเล็ก ในด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ กรอบแผนไม่ได้กำหนดเป้าหมายอัตราการเติบโตรายปีแบบตายตัวเพียงหนึ่งค่า แต่กำหนดให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อยู่ในช่วงที่เหมาะสมและปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ในแต่ละปี เพื่อเป็นพื้นฐานไปสู่การทำให้ GDP ต่อหัวเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับปี 2563 และเข้าสู่ระดับประเทศพัฒนาระดับกลางภายในปี 2578 ซึ่งตามการประมาณการอยู่ที่ราว 25,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน กรอบแผนยังระบุด้วยว่า ภายในสิ้นช่วงแผนพัฒนาฉบับที่ 15 มูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมหลักด้านเศรษฐกิจดิจิทัลจะมุ่งให้มีสัดส่วนราว 12.5% ของ GDP ซึ่งสะท้อนว่าเศรษฐกิจดิจิทัลจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นในโครงสร้างเศรษฐกิจระยะต่อไปของจีน
ปี 2569 ยังเป็นปีที่ครบรอบ 105 ปีการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน เป็นปีที่จีนรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพเขตเศรษฐกิจเอเปก (APEC) และเป็นปีที่โครงการอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมของจีนดำเนินภารกิจสำคัญหลายอย่างอย่างเข้มข้น การที่จุดเปลี่ยนสำคัญหลายอย่างมาบรรจบกันในปีเดียว ทำให้ปีเริ่มต้นของแผนพัฒนาฉบับที่ 15 มีความหมายทางการเมืองและสัญลักษณ์เป็นพิเศษในวาทกรรมทางการของจีน หน่วยงานระดับกระทรวงกลางและรัฐบาลท้องถิ่นหลายแห่งได้จัดการประชุมเฉพาะเรื่องต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีแรก เพื่อวางแผนการแปลงกรอบแผนพัฒนาฉบับที่ 15 ไปสู่การปฏิบัติ โดยเน้นย้ำว่าจะต้องแปลงเป้าหมายและภารกิจที่กำหนดไว้ในกรอบแผนให้เป็นประเด็นงานประจำปีและรายการโครงการที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้แน่ใจว่าปีเริ่มต้นนี้จะ “เริ่มต้นได้ดีและก้าวเดินได้มั่นคง”
ขณะที่กรอบแผนพัฒนาฉบับที่ 15 กำลังถูกผลักดันสู่การปฏิบัติ กรมการเมืองของคณะกรรมการกลางพรรคฯ ได้จัดการประชุมเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม และมีมติให้จัดการประชุมใหญ่ครั้งที่ 5 ของคณะกรรมการกลางชุดที่ 20 ขึ้นที่กรุงปักกิ่งในเดือนตุลาคม ต่อมาการประชุมกรมการเมืองเมื่อวันที่ 21 กันยายน ได้กำหนดวันที่แน่นอนเป็นวันที่ 26-29 ตุลาคม ตามแถลงข่าวหลังการประชุม วาระหลักของการประชุมใหญ่ครั้งนี้คือ กรมการเมืองจะรายงานผลการปฏิบัติงานต่อคณะกรรมการกลาง และศึกษาประเด็นสำคัญในการผลักดันการปกครองพรรคอย่างเข้มงวดและรอบด้านอย่างต่อเนื่อง โดยที่ประชุมจะพิจารณาร่าง “มติของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนว่าด้วยประเด็นสำคัญหลายประการในการผลักดันการปกครองพรรคอย่างเข้มงวดและรอบด้านอย่างต่อเนื่อง” ด้วย การประชุมกรมการเมืองระบุว่า ร่างมติดังกล่าวได้ถูกนำไปรับฟังความเห็นทั้งภายในและภายนอกพรรคในขอบเขตหนึ่งแล้ว และจะมีการแก้ไขตามความเห็นที่ได้รับก่อนเสนอให้ที่ประชุมใหญ่พิจารณา เมื่อเทียบกับการประชุมใหญ่คณะกรรมการกลางในปีสำคัญของการจัดทำแผนห้าปีครั้งก่อน ๆ การประชุมครั้งนี้ได้ยกให้การสร้างพรรคและการสร้างระเบียบวินัยภายในพรรคเป็นวาระหลัก ซึ่งนักสังเกตการณ์มองว่าเป็นการจัดวาระที่ค่อนข้างพบเห็นได้ไม่บ่อยในการประชุมใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นว่า การจัดวาระของการประชุมใหญ่ครั้งที่ 5 สะท้อนความพยายามของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในปีเริ่มต้นของแผนพัฒนาฉบับที่ 15 ที่จะเสริมสร้างการกำกับดูแลภายในพรรคและระเบียบวินัยด้านการปราบปรามการทุจริตไปพร้อม ๆ กับการผลักดันเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจคุณภาพสูงให้เกิดผลจริง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการบริหารจัดการทางการเมืองที่จำเป็นต่อการผลักดันการปฏิรูปและการเปิดประเทศ สำหรับรัฐบาลต่างประเทศและภาคธุรกิจที่ต้องการทำความเข้าใจทิศทางนโยบายของจีนในอีกห้าปีข้างหน้า แนวทางสำคัญที่กำหนดไว้ในกรอบแผนพัฒนาฉบับที่ 15 ได้แก่ ความพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี การบ่มเพาะพลังการผลิตคุณภาพใหม่ และการเปิดกว้างเชิงสถาบัน จะถูกแปลงเป็นนโยบายรายละเอียดในระดับกระทรวงและระดับท้องถิ่นต่อไปหลังการประชุมใหญ่ครั้งที่ 5 ในปีนี้ และจะกลายเป็นเบาะแสสำคัญในการติดตามทิศทางการบริหารเศรษฐกิจและนโยบายต่างประเทศของจีนในระยะต่อไป
ที่ควรชี้แจงให้ชัดเจนคือ การประชุมใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคฯ ที่กำหนดทิศทางของแผนพัฒนาฉบับที่ 15 นั้น มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “การประชุมใหญ่ครั้งที่ 4 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ 20” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-23 ตุลาคม 2568 ไม่ใช่ “การประชุมใหญ่ครั้งที่ 7 ของคณะกรรมการกลางชุดที่ 14 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-23 ตุลาคม” ตามที่ปรากฏในสรุปข่าวภาษาจีนบางฉบับก่อนหน้านี้ คณะกรรมการกลางชุดที่ 14 คือคณะกรรมการกลางที่ได้รับเลือกจากการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 14 เมื่อปี 2535 และมีวาระดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2535-2540 ซึ่งห่างจากคณะกรรมการกลางชุดที่ 20 ที่กำลังผลักดันแผนพัฒนาฉบับที่ 15 อยู่ในปัจจุบันถึง 6 สมัย หรือกว่า 30 ปี ทั้งสองจึงไม่สอดคล้องกันในเชิงเวลาเลย และไม่เคยมีคณะกรรมการกลางชุดใดจัดการประชุมใหญ่ไปถึงครั้งที่ 7 ในลักษณะที่กล่าวอ้างด้วย นอกจากนี้ แตกต่างจากข้อเสนอของแผนพัฒนาฉบับที่ 13 และฉบับที่ 14 ซึ่งผ่านการพิจารณาและรับรองในการประชุมใหญ่ครั้งที่ 5 ของคณะกรรมการกลางชุดที่ 18 (ปี 2558) และชุดที่ 19 (ปี 2563) ตามลำดับ ครั้งนี้เนื่องจากการประชุมใหญ่ครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการกลางชุดที่ 20 จัดขึ้นล่าช้ากว่าปกติ ข้อเสนอของแผนพัฒนาฉบับที่ 15 จึงเปลี่ยนมาผ่านการพิจารณาและรับรองในการประชุมใหญ่ครั้งที่ 4 แทน ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนในการจัดลำดับการประชุมใหญ่ของคณะกรรมการกลางชุดนี้ การชี้แจงความแตกต่างด้านชื่อและเวลาดังกล่าวจะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจกระบวนการทางการเมืองที่สมบูรณ์ของแผนพัฒนาฉบับที่ 15 ได้อย่างถูกต้อง ตั้งแต่ข้อเสนอของพรรค กรอบแผนพัฒนาระดับชาติ จนถึงการนำไปปฏิบัติในแต่ละปี
ในระดับการปฏิบัติจริง คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติและหน่วยงานอื่น ๆ ได้ประสานงานร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อจัดทำแผนการดำเนินงานสนับสนุนและประเด็นงานประจำปี โดยมุ่งเน้นภารกิจสำคัญ เช่น การบ่มเพาะพลังการผลิตคุณภาพใหม่ การสร้างระบบอุตสาหกรรมที่ทันสมัย และการสร้างตลาดรวมแห่งชาติที่เป็นหนึ่งเดียว สถาบันวิจัยและบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจในต่างประเทศหลายแห่งที่วิเคราะห์ข้อเสนอและกรอบแผนพัฒนาฉบับที่ 15 ชี้ว่า ความพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี การเปลี่ยนผ่านสู่สีเขียวและคาร์บอนต่ำ การขยายความต้องการภายในประเทศ และการผลักดันการเปิดกว้างเชิงสถาบัน จะเป็นทิศทางนโยบายที่บริษัทต่างชาติที่ลงทุนในจีนต้องให้ความสำคัญมากที่สุดในอีกห้าปีข้างหน้า ขณะที่ประเด็นด้านระเบียบวินัยพรรคและการปกครองที่สะอาดซึ่งเป็นหัวใจของการประชุมใหญ่ครั้งที่ 5 ที่กำลังจะมาถึง ก็มีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อจังหวะการดำเนินงานและข้อกำหนดด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบของรัฐบาลท้องถิ่นและรัฐวิสาหกิจในการผลักดันมาตรการปฏิรูปที่เกี่ยวข้องด้วยในระดับหนึ่ง