“งานแสดงสินค้านานาชาติเจ้อเจียง (ประเทศไทย) ประจำปี 2026” ซึ่งจัดโดยกรมพาณิชย์มณฑลเจ้อเจียง ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการที่ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค (IMPACT) กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16 กันยายน โดยงานจะจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ไปจนถึงวันที่ 18 กันยายน นี่เป็นปีที่ 4 ต่อเนื่องที่มณฑลเจ้อเจียงจัดงานแสดงสินค้าเชิงบูรณาการนี้ในประเทศไทย และถือเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญประจำปีสำหรับผู้ประกอบการเจ้อเจียงในการบุกตลาดอาเซียนและกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้ากับไทยให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยตัวงานและกิจกรรมประกอบทั้งหมดอยู่ภายใต้การจัดการและประสานงานของกรมพาณิชย์มณฑลเจ้อเจียง
ในวันเปิดงาน มีผู้แทนจากหลายภาคส่วนได้รับเชิญเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรมของไทย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยฝ่ายเศรษฐกิจและการพาณิชย์ และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงาน ตามข้อมูลจากผู้จัดงาน ในพิธีเปิดงานของปีก่อน ๆ ผู้แทนจากชมรมอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกระทรวงพลังงานของไทยก็เคยเข้าร่วมงานด้วย และได้ให้ความเห็นในเชิงบวกต่อสินค้าและภาพลักษณ์ตราสินค้าของผู้ประกอบการเจ้อเจียง สะท้อนถึงความสนใจและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากหลายภาคส่วนของไทยที่มีต่องานแสดงสินค้านี้
ตามข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ “งานแสดงสินค้านานาชาติเจ้อเจียง (ประเทศไทย)” จัดขึ้นครั้งแรกที่ศูนย์การแสดงสินค้าอิมแพ็ค กรุงเทพมหานคร เมื่อเดือนกันยายน 2023 โดยในปีนั้นจัดภายใต้แนวคิด “สินค้าคุณภาพจากเจ้อเจียง สู่ตลาดโลก” มีบริษัทผู้ผลิตอัจฉริยะแบรนด์เจ้อเจียง อาทิ ไห่คัง เวย์ซื่อ (Hikvision) ต้าหัว (Dahua) หยูจงเกาหง และเทียนเยว่ไลท์ติง เข้าร่วมแสดงสินค้า โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเมืองอัจฉริยะและบ้านอัจฉริยะ หลังจากนั้นงานแสดงสินค้านี้จัดขึ้นต่อเนื่องที่สถานที่เดียวกันในปี 2024 และปี 2025 จนมาถึงปี 2026 ซึ่งนับเป็นปีที่ 4 แล้ว โดยขนาดของงานและจำนวนแบรนด์ที่เข้าร่วมสั่งสมเพิ่มขึ้นทุกปี จนกลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมทางเศรษฐกิจการค้าประจำปีของมณฑลเจ้อเจียงที่มีชื่อเสียงพอสมควรในไทยและภูมิภาคอาเซียน
ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค (IMPACT) กรุงเทพมหานคร เป็นหนึ่งในศูนย์การแสดงสินค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่บริเวณเมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร ซึ่งรองรับการจัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติขนาดใหญ่มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีพื้นที่จัดแสดงและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพียงพอสำหรับงานแสดงสินค้าเจ้อเจียงครั้งนี้ และยังเป็นสถานที่จัดงานแสดงสินค้าเจ้อเจียงต่อเนื่องมาครบ 4 ปีแล้วด้วย
งานแสดงสินค้าครั้งนี้ยังคงทิศทางตลาดเช่นเดียวกับปีก่อน ๆ โดยมุ่งเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่เจ้อเจียงมีความได้เปรียบด้านการส่งออก เช่น สินค้าอัจฉริยะเพื่อการดำรงชีวิต วัสดุก่อสร้าง และไฟฟ้าแสงสว่าง โดยมีบริษัทแบรนด์ดังของเจ้อเจียง อาทิ ไห่คัง เวย์ซื่อ (Hikvision) และทูย่า (Tuya) เข้าร่วมแสดงสินค้าด้วย อย่างไรก็ตาม รายละเอียดองค์ประกอบของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมและสินค้าที่นำมาแสดงไม่ใช่จุดเน้นหลักของรายงานฉบับนี้ ซึ่งมีรายงานเฉพาะเรื่องอื่นนำเสนอเนื้อหาในส่วนนี้อย่างละเอียดแล้ว ผู้อ่านที่สนใจข้อมูลสินค้าและอุตสาหกรรมเพิ่มเติมสามารถติดตามได้จากรายงานดังกล่าว
ในฐานะที่เป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์การเปิดสู่ภายนอกและ “ก้าวออกไป” ของมณฑลเจ้อเจียง งานแสดงสินค้านี้ได้กลายเป็นหน้าต่างประจำที่ผู้ประกอบการเจ้อเจียงใช้นำเสนอสินค้าและภาพลักษณ์ตราสินค้าของตนเอง พร้อมเชื่อมโยงกับความต้องการของตลาดอาเซียนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งมณฑลเจ้อเจียงและหน่วยงานอื่น ๆ ได้จัดให้ผู้ประกอบการในมณฑลเดินทางไปร่วมงานแสดงสินค้าต่าง ๆ ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และงานแสดงสินค้าครั้งนี้ก็เป็นหนึ่งในกิจกรรมจัดงานแสดงสินค้าในต่างประเทศที่มีขนาดใหญ่ในชุดกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นประจำเช่นนี้
หากมองในบริบทที่กว้างขึ้นของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าทวิภาคี จีนครองสถานะคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยต่อเนื่องมาหลายปี ขณะที่ไทยก็เป็นหุ้นส่วนสำคัญของจีนในกลุ่มอาเซียน นักวิเคราะห์ชี้ว่า งานแสดงสินค้าอย่างงานแสดงสินค้าเจ้อเจียงที่จัดโดยหน่วยงานพาณิชย์ระดับมณฑลของจีนและจัดขึ้นในไทยอย่างต่อเนื่องเป็นประจำเช่นนี้ ช่วยสร้างช่องทางเชื่อมโยงที่มั่นคงและคาดการณ์ได้ให้แก่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กของทั้งสองประเทศ ช่วยลดต้นทุนด้านข้อมูลและความไว้วางใจในการบุกตลาดต่างประเทศ ถือเป็นภาพสะท้อนที่เป็นรูปธรรมอย่างหนึ่งของการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าทวิภาคีที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นภาพสะท้อนย่อของความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าระดับท้องถิ่นที่นับวันยิ่งคึกคักมากขึ้น
มณฑลเจ้อเจียงเป็นหนึ่งในมณฑลที่มีเศรษฐกิจภาคเอกชนเคลื่อนไหวมากที่สุดและมีขนาดการค้าต่างประเทศใหญ่ที่สุดของจีน โดยมูลค่าการนำเข้าส่งออกรวมติดอันดับต้น ๆ ของประเทศมาอย่างต่อเนื่องหลายปี อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ สินค้าอุปโภคบริโภค และบ้านอัจฉริยะของเจ้อเจียงมีความสามารถในการแข่งขันสูงในตลาดโลก ตลาดค้าส่งสินค้านานาชาติอี้อู (Yiwu) ก็ทำให้เจ้อเจียงมีบทบาทสำคัญในเครือข่ายการค้าสินค้าทั่วไปของโลก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เจ้อเจียงเดินหน้าผลักดันให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ “ก้าวออกไป” สู่ตลาดต่างประเทศ ด้วยวิธีการจัดงานแสดงสินค้าในต่างประเทศและจัดตั้งหน่วยงานส่งเสริมการค้าต่าง ๆ เพื่อช่วยผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กเชื่อมโยงกับตลาดสากล และงานแสดงสินค้าที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ก็เป็นภาพสะท้อนที่เป็นรูปธรรมอย่างหนึ่งของยุทธศาสตร์ดังกล่าวในตลาดไทยและอาเซียน
หากมองในบริบทเชิงนโยบายที่กว้างขึ้น มณฑลเจ้อเจียงมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของจีนแผ่นดินใหญ่มาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา ทางการกลางของจีนได้กำหนดให้เจ้อเจียงเป็นมณฑลนำร่องสร้าง “เขตสาธิตความมั่งคั่งร่วมกัน” ได้รับพื้นที่เชิงนโยบายพิเศษในการผลักดันการปรับโครงสร้างและยกระดับเศรษฐกิจภาคเอกชน รวมถึงการขยายการเปิดสู่ภายนอกในระดับสูง การเดินทางมาจัดงานแสดงสินค้าที่ไทยครั้งนี้ นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าเป็นหนึ่งในความเคลื่อนไหวที่เป็นรูปธรรมของเจ้อเจียงภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ “ความมั่งคั่งร่วมกัน” ที่ผลักดันให้ผู้ประกอบการเอกชนขนาดกลางและขนาดเล็กในพื้นที่เข้าสู่การแข่งขันในตลาดสากลอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ในด้านช่องทางโลจิสติกส์ เส้นทางรถไฟจีน-ลาวที่เปิดให้บริการในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางใหม่สำหรับการขนส่งสินค้าทางบกจากมณฑลตอนในของจีนอย่างเจ้อเจียงไปยังประเทศไทย ซึ่งเสริมกับช่องทางการขนส่งทางเรือแบบดั้งเดิม และเพิ่มความสะดวกด้านโลจิสติกส์ให้แก่ผู้ประกอบการเจ้อเจียงที่เดินทางมาร่วมงานแสดงสินค้าและบุกตลาดอาเซียน
ที่น่าสังเกตคือ การขยายตัวของผู้ประกอบการเจ้อเจียงในตลาดไทยปีนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงงานแสดงสินค้าครั้งนี้เท่านั้น เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา “งานมหกรรมวิศวกรรมนานาชาติเจ้อเจียง (ประเทศไทย) ประจำปี 2026” ได้จัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพมหานคร โดยดึงดูดผู้ประกอบการรายสำคัญของเจ้อเจียง 10 บริษัทเข้าร่วมแสดงสินค้า มุ่งเน้นการบุกตลาดอาเซียนในอุตสาหกรรมพลังงานใหม่และสาขาอื่น ๆ นักวิเคราะห์มองว่า การที่ผู้ประกอบการเจ้อเจียงเร่งบุกตลาดไทยและอาเซียนผ่านหลายช่องทางงานแสดงสินค้าในปีนี้ สะท้อนแนวโน้มที่การจัดวางความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของมณฑลเจ้อเจียงเทน้ำหนักไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง
จากการที่งานนี้จัดขึ้นในประเทศไทยต่อเนื่องมาถึงปีที่ 4 แล้ว “งานแสดงสินค้านานาชาติเจ้อเจียง” จึงค่อย ๆ พัฒนากลายเป็นกลไกประจำปีที่ค่อนข้างมั่นคงในความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างมณฑลเจ้อเจียงกับไทย เมื่อเทียบกับการเดินทางไปเยือนเพื่อเจรจาการค้าแบบเฉพาะกิจครั้งเดียว เวทีงานแสดงสินค้าที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นประจำเช่นนี้ ย่อมเอื้อประโยชน์มากกว่าต่อการสร้างความเชื่อมโยงที่มั่นคงระหว่างผู้ประกอบการเจ้อเจียงกับตลาดไทย และยังเป็นกลไกที่ยั่งยืนสำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าในระดับท้องถิ่นระหว่างจีนกับไทยอีกด้วย
ในส่วนของฝ่ายไทย ประเทศไทยเดินหน้าผลักดันยุทธศาสตร์ “เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก” (EEC) อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมุ่งดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศในสาขาอิเล็กทรอนิกส์ เศรษฐกิจดิจิทัล และการผลิตอัจฉริยะเป็นหลัก ผู้ประกอบการเจ้อเจียงที่มีความได้เปรียบด้านการส่งออกในกลุ่มสินค้าอัจฉริยะเพื่อการดำรงชีวิต วัสดุก่อสร้าง และไฟฟ้าแสงสว่าง จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายที่ฝ่ายไทยต้องการดึงดูดเพิ่มเติมผ่านเวทีงานแสดงสินค้านี้ นักวิเคราะห์ชี้ว่า การที่ผู้แทนจากกระทรวงอุตสาหกรรมและสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยเข้าร่วมพิธีเปิดงานครั้งนี้ ก็สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่ทางการไทยให้กับการดึงดูดการลงทุนจากเจ้อเจียงและจีน รวมถึงการกระชับความร่วมมือด้านสายอุปทานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ผู้จัดงานระบุว่า ในระหว่างการจัดงานครั้งนี้ยังมีการจัดกิจกรรมประกอบอื่น ๆ เช่น การเจรจาจับคู่ธุรกิจและการแลกเปลี่ยนระหว่างอุตสาหกรรม เพื่อสร้างช่องทางสื่อสารโดยตรงระหว่างผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานกับผู้จัดซื้อและผู้จัดจำหน่ายในท้องถิ่นของไทย งานแสดงสินค้าจะดำเนินไปจนถึงวันที่ 18 กันยายน ส่วนผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและความคืบหน้าของความร่วมมือที่อาจเกิดขึ้นต่อจากนี้ ผู้จัดงานคาดว่าจะสรุปและเปิดเผยเพิ่มเติมภายหลังงานปิดฉากลง หากเป็นไปตามแบบแผนที่ผ่านมา กรมพาณิชย์มณฑลเจ้อเจียงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคาดว่าจะเผยแพร่แถลงข่าวสรุปผลหลังงานสิ้นสุดลง เพื่อรายงานมูลค่าการซื้อขายและผลการจับคู่ธุรกิจของงานครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการพิจารณาว่าจะจัดงานต่อเนื่องในปีหน้าหรือไม่ และจะขยายขนาดงานต่อไปอย่างไร