ข่าวด่วน
จีน-สหรัฐฯ ให้คำมั่นเร่งลงนามบันทึกความเข้าใจด้านการสื่อสารและป้องกันวิกฤตทางทหาร  ◆  ศึกแรกในเอเชียนเกมส์สร้างประวัติศาสตร์: ทีมบีเอ็มเอ็กซ์ฟรีสไตล์จีนคว้า 1 ทอง 2 ทองแดง ซุน ซือเป้ยพลิกเกมคว้าแชมป์  ◆  ททท. คาด Golden Week จีนปี 2026 ดันรายได้ท่องเที่ยวไทยพุ่ง 1.15 หมื่นล้านบาท คาดนักท่องเที่ยวจีน 2.5 แสนคนใน 13 วัน  ◆  นายกฯ อนุทินเยือนจีน ลงนามเอกสารความร่วมมือ 15 ฉบับ สองประเทศเห็นชอบตั้งกลไกหารือ “2+2” รัฐมนตรีต่างประเทศ-กลาโหม  ◆  สีจิ้นผิงเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ จีน-สหรัฐฯ บรรลุ "ข้อตกลงร่วม 8 ประการ"      จีน-สหรัฐฯ ให้คำมั่นเร่งลงนามบันทึกความเข้าใจด้านการสื่อสารและป้องกันวิกฤตทางทหาร  ◆  ศึกแรกในเอเชียนเกมส์สร้างประวัติศาสตร์: ทีมบีเอ็มเอ็กซ์ฟรีสไตล์จีนคว้า 1 ทอง 2 ทองแดง ซุน ซือเป้ยพลิกเกมคว้าแชมป์  ◆  ททท. คาด Golden Week จีนปี 2026 ดันรายได้ท่องเที่ยวไทยพุ่ง 1.15 หมื่นล้านบาท คาดนักท่องเที่ยวจีน 2.5 แสนคนใน 13 วัน  ◆  นายกฯ อนุทินเยือนจีน ลงนามเอกสารความร่วมมือ 15 ฉบับ สองประเทศเห็นชอบตั้งกลไกหารือ “2+2” รัฐมนตรีต่างประเทศ-กลาโหม  ◆  สีจิ้นผิงเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ จีน-สหรัฐฯ บรรลุ "ข้อตกลงร่วม 8 ประการ"      
欧亚时报·泰国站
欧亚时报
泰国站 · EURASIA TIMES
กลับหน้าหลัก
การเมือง
สีจิ้นผิงเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ จีน-สหรัฐฯ บรรลุ "ข้อตกลงร่วม 8 ประการ"
รายงานโดย 欧亚时报编辑部
จากการรวบรวมรายงานของสำนักข่าวโกลบอลไทมส์ ไชนาเดลี รอยเตอร์ และเอเอฟพี ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนพร้อมภริยา นางเผิงลี่ยฺเหวียน เดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ (state visit) ระหว่างวันที่ 23-25 กันยายน 2026 โดยเดินทางไปยังกรุงวอชิงตันตามคำเชิญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสตรีหมายเลขหนึ่ง เมลาเนีย ทรัมป์ จากการตรวจสอบพบว่านี่คือการเยือนสหรัฐฯ ครั้งที่ 5 ของสีจิ้นผิงในฐานะผู้นำสูงสุดของจีนนับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนในปี 2012 และเป็นครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษที่ประธานาธิบดีจีนเดินทางเข้าทำเนียบขาวอย่างเป็นทางการ ระหว่างการเยือน ผู้นำทั้งสองได้แลกเปลี่ยนความเห็นอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคีและประเด็นสำคัญในระดับภูมิภาคและระดับโลก และในวันที่ 26 กันยายน ทั้งสองฝ่ายได้เผยแพร่เอกสารผลลัพธ์ร่วม ประกาศข้อตกลงร่วม 8 ประการ โดยเห็นพ้องที่จะสร้าง "ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เชิงสร้างสรรค์ที่มีความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ บนพื้นฐานของการเคารพ ความเป็นธรรม และการต่างตอบแทน" ทั้งนี้ต้องชี้แจงว่าสรุปข่าวภาษาจีนก่อนหน้านี้ระบุถ้อยคำดังกล่าวว่าเป็น "ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เชิงสร้างสรรค์บนพื้นฐานของการเคารพ ความเป็นธรรม และผลประโยชน์ร่วมกัน" แต่หลังจากตรวจสอบเอกสารทางการที่เผยแพร่โดยสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐฯ สำนักข่าวซินหัว และ CGTN พบว่าถ้อยคำที่ถูกต้องครบถ้วนคือ "ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เชิงสร้างสรรค์ที่มีความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ บนพื้นฐานของการเคารพ ความเป็นธรรม และการต่างตอบแทน" ซึ่งเน้นคำว่า "ความมั่นคงทางยุทธศาสตร์" เป็นพิเศษ สะท้อนความตั้งใจของทั้งสองฝ่ายที่จะกำหนดกรอบความสัมพันธ์ระยะยาวที่คาดการณ์ได้
การเยือนครั้งนี้มีความหมายเชิงสัญลักษณ์หลายประการ เมื่อเครื่องบินของสีจิ้นผิงลงจอดที่ฐานทัพร่วมแอนดรูว์สใกล้กรุงวอชิงตัน ฝ่ายสหรัฐฯ ได้จัดพิธีต้อนรับด้วยการยิงสลุต หมวดสีธง 3 หมวด และแถวทหารเกียรติยศจากทุกเหล่าทัพ ซึ่งเป็นระเบียบพิธีการที่ใกล้เคียงกับการต้อนรับรัฐกิจระดับสูงสุด นี่เป็นครั้งแรกที่สีจิ้นผิงเดินทางเข้าทำเนียบขาวอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง และถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญในนโยบายต่างประเทศของทรัมป์ต่อจีน กล่าวคือ เมื่อสี่เดือนกว่าก่อนหน้านี้ ระหว่างวันที่ 13-15 พฤษภาคม 2026 ทรัมป์ได้เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ โดยหารือกับสีจิ้นผิงที่หอประชุมใหญ่ประชาชนในกรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นการเยือนจีนครั้งแรกในสมัยที่สองของทรัมป์ และเป็นการเยือนจีนครั้งที่สองในฐานะประธานาธิบดี (ครั้งแรกเมื่อปี 2017) การที่สีจิ้นผิงเดินทางเยือนวอชิงตันครั้งนี้ถือเป็นการตอบรับการเยือนปักกิ่งของทรัมป์อย่างเป็นทางการ ทำให้ผู้นำทั้งสองประเทศแลกเปลี่ยนการเยือนกันภายในเวลาไม่ถึงหกเดือน ซึ่งถือว่าเกิดขึ้นไม่บ่อยนักในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์ชี้ว่าการพบกันที่วอชิงตันครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยลำพัง แต่เป็นความต่อเนื่องของกระบวนการผ่อนคลายความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่ดำเนินมาตลอดปีที่ผ่านมา โดยย้อนไปถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2025 เมื่อทรัมป์และสีจิ้นผิงพบกันที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นการพบกันแบบเผชิญหน้าครั้งแรกในรอบ 6 ปี นับจากการประชุมสุดยอด G20 ที่โอซากะในปี 2019 การประชุมที่ปูซานนำไปสู่การพักรบทางการค้าแบบมีกำหนดระยะ โดยสหรัฐฯ ตกลงลดอัตราภาษีเฉลี่ยต่อสินค้าจีนจาก 57% เป็น 47% และลดภาษีลงโทษที่เกี่ยวข้องกับเฟนทานิลจาก 20% เป็น 10% พร้อมให้คำมั่นระงับการขึ้นภาษีตอบโต้จีนเป็นเวลา 1 ปี ทั้งสองฝ่ายยังตกลงระงับมาตรการควบคุมการส่งออกแร่ธาตุหายากและสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงเป็นเวลา 1 ปี ขณะที่จีนให้คำมั่นจะกลับมานำเข้าถั่วเหลืองและสินค้าเกษตรอื่นๆ จากสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญในทันที กรอบการพักรบดังกล่าวเดิมมีกำหนดสิ้นสุดวันที่ 10 พฤศจิกายน 2026 แต่หลังการประชุมที่วอชิงตันครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงขยายเวลาพักรบออกไปอีก 2 เดือน จนถึงวันที่ 10 มกราคม 2027 เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเจรจาต่อเนื่องมากขึ้น
บนพื้นฐานดังกล่าว ข้อแรกในข้อตกลงร่วม 8 ประการที่ยืนยันในการประชุมครั้งนี้คือ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะสร้าง "ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เชิงสร้างสรรค์ที่มีความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ บนพื้นฐานของการเคารพ ความเป็นธรรม และการต่างตอบแทน" อันเป็นการกำหนดหลักการโดยรวมสำหรับปฏิสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ประการที่สอง จีนและสหรัฐฯ เห็นพ้องที่จะสนับสนุนซึ่งกันและกันในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมพหุภาคีของแต่ละฝ่ายในปี 2026 โดยจีนจะเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC) ส่วนสหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดผู้นำ G20 โดยผู้นำทั้งสองแสดงความตั้งใจที่จะเข้าร่วมการประชุมของอีกฝ่าย
ในด้านการค้าและเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายยืนยันการจัดตั้งและผลักดันกลไกต่างๆ เช่น "คณะกรรมการการค้าจีน-สหรัฐฯ" และบรรลุข้อตกลงให้สิทธิพิเศษทางภาษีที่ดีขึ้นสำหรับสินค้าที่ไม่อ่อนไหวมูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในการค้าทั้งสองทิศทาง พร้อมเห็นพ้องที่จะขยายผลลัพธ์จากการปรึกษาหารือที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ก่อนหน้านี้ต่อไป เอกสารผลลัพธ์ที่ฝ่ายสหรัฐฯ เผยแพร่ยังระบุว่าจีนให้คำมั่นจะนำเข้าถ่านหินจากสหรัฐฯ อย่างน้อย 10 ล้านเมตริกตันทั้งในปีหน้าและปี 2028 สื่อสหรัฐฯ หลายแห่งวิเคราะห์ว่า แม้ขนาดของการลดภาษีดังกล่าวจะเล็กกว่ามูลค่าการค้ารวมระหว่างจีน-สหรัฐฯ มาก และยังไม่แตะประเด็นความขัดแย้งหลักอย่างแร่ธาตุสำคัญ มาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี และการเข้าถึงตลาด แต่เมื่อรวมกับการขยายเวลาพักรบจากปูซานก่อนหน้านี้ ผลลัพธ์ของการประชุมครั้งนี้ก็ถือว่าช่วยตอกย้ำเสถียรภาพที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจจีน-สหรัฐฯ ในช่วงปีที่ผ่านมา
ความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถือเป็นหนึ่งในผลลัพธ์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดจากการประชุมครั้งนี้ ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องที่จะจัดตั้งกลไกการเจรจาด้าน AI ระหว่างจีน-สหรัฐฯ เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของ AI พร้อมจัดตั้งช่องทางสื่อสารสำหรับกรณีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ทางการทำเนียบขาวระบุว่ากลไกดังกล่าวมีชื่อว่า "การเจรจาซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์" (Super Intelligence Dialogue) ในขณะที่เอกสารทางการของจีนยังคงใช้คำว่า "การเจรจา AI" ทั้งสองฝ่ายตกลงว่าการเจรจารอบแรกภายใต้กลไกนี้จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน โดยสื่อบางแห่งรายงานว่าสถานที่จัดจะอยู่ที่เมืองเซินเจิ้น นักวิเคราะห์บางส่วนเชื่อมโยงการจัดตั้งกลไกนี้กับเหตุการณ์ในเดือนกันยายน 2025 เมื่อระบบ AI ของกองทัพสหรัฐฯ เคยระบุผิดพลาดว่าเรือสินค้าของจีนลำหนึ่งกำลังลำเลียงชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ไปยังอิหร่าน จนเกือบนำไปสู่การปฏิบัติการสกัดกั้น ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงทางทหารที่อาจเกิดขึ้นจากความผิดพลาดในการประเมินของ AI หากปราศจากกลไกการสื่อสารที่เหมาะสม
ในด้านความร่วมมือปราบปรามยาเสพติดทวิภาคี หน่วยงานความมั่นคงของทั้งสองประเทศได้ระบุหลายครั้งก่อนการประชุมว่าความร่วมมือมีความคืบหน้าในเชิงบวก หนึ่งวันก่อนการประชุมสุดยอด จีนได้ออกแนวปฏิบัติสำหรับการดำเนินคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับสารกลุ่มเฟนทานิล เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นมาตรฐานเดียวกัน หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของทั้งสองฝ่ายยังได้ร่วมกันทลายคดีลักลอบขนสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดใหม่และสารตั้งต้นของเฟนทานิลหลายคดี ก่อนหน้านี้จีนได้ออกมาตรการควบคุมการส่งออกสารเคมี 13 ชนิดที่ใช้ผลิตเฟนทานิลตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 และเพิ่มรายชื่อสารเคมีอีก 3 ชนิดหลังการเยือนจีนของทรัมป์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐฯ ยังเน้นย้ำก่อนการประชุมว่าทั้งสองฝ่ายได้บรรลุผลลัพธ์การบังคับใช้กฎหมายที่จับต้องได้ในการปราบปรามการค้ายาเสพติดข้ามชาติ การหลอกลวงทางไซเบอร์ และการส่งตัวผู้หลบหนีคดีสำคัญกลับประเทศ
ข้อตกลงร่วม 8 ประการยังรวมถึงเนื้อหาหลายข้อที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์และด้านความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าอิหร่านควรรักษาคำมั่นที่จะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และเห็นพ้องว่าไม่ควรอนุญาตให้ประเทศหรือสถาบันใดเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางน่านน้ำสากล ซึ่งถ้อยคำนี้ถูกตีความอย่างกว้างขวางว่าเป็นการตอบสนองต่อข้อพิพาทก่อนหน้านี้เกี่ยวกับค่าธรรมเนียมผ่านคลองปานามาและน่านน้ำสากลบางแห่ง ผู้นำทั้งสองยังร่วมกันรำลึกถึงประวัติศาสตร์ที่จีนและสหรัฐฯ ร่วมรบเคียงข้างกันต่อต้านการรุกรานของฝ่ายฟาสซิสต์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง นอกจากนี้ กองทัพของทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อเสริมสร้างการสื่อสารในภาวะวิกฤตและป้องกันความขัดแย้งที่ไม่ได้ตั้งใจ อีกหนึ่งผลลัพธ์ของการเยือนครั้งนี้คือ จีนตกลงให้เช่าหมีแพนด้ายักษ์คู่หนึ่งชื่อ "ผิงผิง" และ "ฟู่ซวง" แก่สวนสัตว์แอตแลนตาของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นตัวอย่างล่าสุดของ "การทูตแพนด้า" ของจีนที่มีต่อสหรัฐฯ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
แม้ทำเนียบขาวจะระบุว่าการเยือนครั้งนี้เป็น "การเยือนรัฐกิจครั้งประวัติศาสตร์" ที่ผลักดันความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ให้ "เป็นธรรมและต่างตอบแทน" แต่นักวิเคราะห์จากสถาบันคลังสมองของสหรัฐฯ ประเมินผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมของการประชุมด้วยความระมัดระวังมากกว่า เครก ซิงเกิลตัน ผู้อำนวยการอาวุโสด้านจีนของมูลนิธิเพื่อปกป้องประชาธิปไตย (Foundation for Defense of Democracies) กล่าวว่าความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ "เข้าสู่ภาวะชะงักงันที่ถูกบริหารจัดการ" ขณะที่สกอตต์ เคนเนดี ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจจีนจากศูนย์ยุทธศาสตร์และการศึกษาระหว่างประเทศ (CSIS) กล่าวว่าการประชุมสุดยอดครั้งนี้ "ประสบความสำเร็จอย่างมากสำหรับสีจิ้นผิง" โดยให้เหตุผลว่าการพักรบทางการค้าในปัจจุบันเป็นประโยชน์ต่อจีนโดยรวม ทำให้ปักกิ่งมีเวลามากขึ้นในการผลักดันการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีและรักษาความได้เปรียบเชิงโครงสร้างในการค้ากับสหรัฐฯ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นพ้องว่าประเด็นความขัดแย้งหลัก เช่น ไต้หวัน แร่ธาตุสำคัญ มาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี และการขาดมาตรการป้องกันความเสี่ยงด้าน AI ที่จับต้องได้ ยังไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมจากการประชุมครั้งนี้ และการขยายเวลาพักรบเป็นเพียงการซื้อเวลาสำหรับการเจรจาต่อรองมากกว่าการแก้ไขความขัดแย้งพื้นฐาน
ผ่านช่องทางทางการ จีนระบุว่าการเยือนครั้งนี้เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงว่าความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ก้าวเข้าสู่ช่วงประวัติศาสตร์ใหม่ และจะมีส่วนช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและสถานการณ์โลก ในขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ นำเสนอว่าเป็นอีกหนึ่งผลลัพธ์ของยุทธศาสตร์ "ผูกมิตรพร้อมกดดัน" ของทรัมป์ต่อจีน ไม่ว่าการประเมินจะเป็นอย่างไร การประชุมครั้งนี้ยืนยันว่าการเจรจา AI รอบแรกระหว่างจีน-สหรัฐฯ จะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน และการพักรบด้านภาษีจะขยายไปจนถึงเดือนมกราคม 2027 ซึ่งหมายความว่าความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ในอีกหลายเดือนข้างหน้าจะยังอยู่ในช่วงที่ละเอียดอ่อนและต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด โดยความเคลื่อนไหวขั้นต่อไปของทั้งสองประเทศในด้านการค้า เทคโนโลยี และความมั่นคง จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
欧亚时报·泰国站
欧亚时报·泰国站
สื่อข่าวหลายภาษาสำหรับผู้อ่านจีน-ไทย เน้นรายงานเชิงลึกและวิเคราะห์สถานการณ์
© 2026 欧亚时报·泰国站 · Eurasia Times Thailand. สงวนลิขสิทธิ์
นโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไข