กลับหน้าหลักการเมือง
สี จิ้นผิง ร่วมประชุมสุดยอด SCO ที่บิชเคก พร้อมเยือนอียิปต์ฉลอง 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอด SCO ที่กรุงบิชเคกระหว่างวันที่ 30 สิงหาคมถึง 3 กันยายน พร้อมเยือนคีร์กีซสถานและอียิปต์อย่างเป็นทางการ โดยการเยือนอียิปต์ถือเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษและตรงกับโอกาสครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-อียิปต์
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน มีกำหนดเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ที่กรุงบิชเคก เมืองหลวงของคีร์กีซสถาน ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคมถึง 3 กันยายน พร้อมทั้งเดินทางเยือนคีร์กีซสถานและอียิปต์อย่างเป็นทางการในระดับรัฐ ตามคำเชิญของประธานาธิบดีซาดิร์ จาปารอฟ แห่งคีร์กีซสถาน และประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัลซีซี แห่งอียิปต์ ตามลำดับ นายหลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงข่าวประจำวันเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม เพื่อประกาศกำหนดการเดินทางดังกล่าว พร้อมชี้แจงแนวคิดโดยรวมและกำหนดการหลักของการเยือนครั้งนี้ การเดินทางครั้งนี้ครอบคลุมทั้งการประชุมสุดยอดพหุภาคีที่สำคัญและการเยือนแบบรัฐต่อรัฐสองครั้ง นับเป็นภารกิจทางการทูตสำคัญอีกครั้งของสี จิ้นผิงในปีนี้ และเป็นโอกาสสำคัญที่จีนจะกระชับความสัมพันธ์กับประเทศในเอเชียกลางและตะวันออกกลางให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
การประชุมสุดยอดสภาประมุขแห่งรัฐของ SCO มีกำหนดจัดขึ้นที่กรุงบิชเคกในวันที่ 1 กันยายน ซึ่งตรงกับปีที่องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ครบรอบ 25 ปีการก่อตั้งพอดี และการประชุมสุดยอดครั้งนี้ยังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในการรวมตัวพหุภาคีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ขององค์กร จากรายงานหลายแหล่งระบุว่าจะมีประมุขแห่งรัฐและหัวหน้ารัฐบาลกว่าสิบประเทศเดินทางมารวมตัวกันที่บิชเคก นอกจากสี จิ้นผิงแล้ว ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย นายกรัฐมนตรีนเรนทระ โมดี ของอินเดีย และประธานาธิบดีมัสอูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ต่างมีกำหนดเข้าร่วมด้วย เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน ประธานาธิบดีอิลฮาม อาลีเยฟ ของอาเซอร์ไบจาน ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ของตุรกี ประธานาธิบดีคาสซิม-โจมาร์ต โตกาเยฟ ของคาซัคสถาน ประธานาธิบดีชัฟกัต มีร์ซิโยเยฟ ของอุซเบกิสถาน ประธานาธิบดีเอโมมาลี ราห์มอน ของทาจิกิสถาน และประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ของเบลารุส ก็มีกำหนดเข้าร่วมเช่นกัน โดยการประชุมเต็มคณะจะมีประธานาธิบดีซาดิร์ จาปารอฟ ของคีร์กีซสถานเป็นประธาน
ในระหว่างการเยือนครั้งนี้ สี จิ้นผิง จะมีการหารืออย่างลึกซึ้งกับผู้นำประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมประชุม เกี่ยวกับการกระชับความร่วมมือของ SCO ในทุกมิติภายใต้สถานการณ์ใหม่ ตลอดจนประเด็นระหว่างประเทศและระดับภูมิภาคที่สำคัญซึ่งทุกฝ่ายให้ความสนใจร่วมกัน มีรายงานว่าการประชุมสุดยอดครั้งนี้จะมุ่งเน้นหารือในประเด็นด้านความมั่นคง เศรษฐกิจการค้า การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และความร่วมมือด้านดิจิทัล ขณะที่สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ความขัดแย้งในยูเครน และสถานการณ์ในอัฟกานิสถาน ก็อาจเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้นำหารือกันนอกรอบการประชุมด้วยเช่นกัน นักวิเคราะห์ชี้ว่า ท่ามกลางการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นและภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง SCO เองก็กำลังพิจารณาแนวทางปฏิรูปเพื่อกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาคยูเรเซีย ผลักดันการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ ตลอดจนปรับปรุงกลไกการประสานงานภายในองค์กรให้ดียิ่งขึ้น คาดว่าในระหว่างการประชุมสุดยอด ทุกฝ่ายจะร่วมลงนามใน “ปฏิญญาบิชเคก” เพื่อฉลองครบรอบ 25 ปี พร้อมทั้งเอกสารสำคัญอื่น ๆ อีกหลายฉบับ นอกจากนี้ จากข้อมูลของการประชุมที่เกี่ยวข้องก่อนหน้านี้ ประเทศสมาชิก SCO ได้บรรลุฉันทามติทางการเมืองในการจัดตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาของ SCO และผลักดันให้ขยายสัดส่วนการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการชำระบัญชีการค้าทวิภาคีระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อลดการพึ่งพาระบบการเงินภายนอก ขณะที่ในระหว่างการประชุมสุดยอดครั้งนี้ก็อาจมีการหารือเรื่องการรวมสถานะ “ประเทศผู้สังเกตการณ์” และ “ประเทศคู่เจรจา” ที่แยกจากกันในปัจจุบันให้เป็นสถานะเดียวคือ “หุ้นส่วน SCO” รวมถึงการจัดตั้งกลไกความร่วมมือด้านความมั่นคง เช่น ศูนย์ปราบปรามยาเสพติดของ SCO ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องขององค์กรในการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจและการพัฒนากลไกการทำงานภายใน
องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2544 โดยหกประเทศผู้ก่อตั้งได้แก่ จีน รัสเซีย คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน และอุซเบกิสถาน ที่นครเซี่ยงไฮ้ ต่อมาอินเดียและปากีสถานเข้าร่วมเป็นสมาชิกในปี 2560 ตามด้วยอิหร่านในปี 2566 และเบลารุสในปี 2567 ทำให้ปัจจุบัน SCO มีสมาชิกเต็มรูปแบบรวม 10 ประเทศ และกลายเป็นหนึ่งในองค์กรระหว่างรัฐบาลระดับภูมิภาคที่ครอบคลุมมากที่สุดของยูเรเซีย โดยมีขอบเขตความร่วมมือครอบคลุมทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และมิติทางสังคมวัฒนธรรม ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา องค์กรนี้ได้ขยายขอบเขตจากกลไกที่เดิมเน้นรับมือประเด็นความมั่นคงในภูมิภาคเป็นหลัก ไปสู่ความร่วมมือด้านการค้าการลงทุน การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในวงกว้าง และมีบทบาทประสานงานที่สำคัญเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในโครงสร้างความร่วมมือพหุภาคีของทวีปยูเรเซีย การประชุมสุดยอดที่บิชเคกครั้งนี้จึงจัดขึ้นในช่วงเวลาที่เป็นหมุดหมายสำคัญขององค์กรพอดี
นอกจากการเข้าร่วมประชุมสุดยอดแล้ว สี จิ้นผิง ยังจะเดินทางเยือนคีร์กีซสถานอย่างเป็นทางการในระดับรัฐด้วย ซึ่งนับเป็นการเยือนประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียกลางแห่งนี้เป็นครั้งที่สามนับตั้งแต่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยการเยือนสองครั้งก่อนหน้านี้เกิดขึ้นในปี 2556 และ 2562 ตามลำดับ นับเป็นเวลากว่า 7 ปีแล้วที่เขาไม่ได้เยือนประเทศนี้ ก่อนออกเดินทาง สี จิ้นผิงได้เผยแพร่บทความลงนามในสื่อกระแสหลักของคีร์กีซสถาน เพื่อบอกเล่าถึงมิตรภาพอันยาวนานระหว่างสองประเทศ ส่วนรายละเอียดความร่วมมือทวิภาคีระหว่างจีนกับคีร์กีซสถานในระหว่างการเยือนครั้งนี้ คาดว่าจะมีการเปิดเผยเพิ่มเติมตามลำดับขณะการเยือนดำเนินไป
หลังเสร็จสิ้นภารกิจในคีร์กีซสถาน สี จิ้นผิง จะเดินทางต่อไปยังอียิปต์เพื่อเยือนอย่างเป็นทางการในระดับรัฐ ซึ่งถือเป็นการเยือนอียิปต์ครั้งแรกในรอบทศวรรษ และตรงกับโอกาสครบรอบ 70 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับอียิปต์พอดี อียิปต์เป็นประเทศอาหรับและแอฟริกาประเทศแรกที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยทั้งสองประเทศสถาปนาความสัมพันธ์กันในปี 2499 (ค.ศ. 1956) และในปี 2557 ระหว่างการเยือนอียิปต์อย่างเป็นทางการของสี จิ้นผิง ทั้งสองประเทศได้ยกระดับความสัมพันธ์ขึ้นเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน ในระหว่างการเยือนครั้งนี้ สี จิ้นผิงจะหารืออย่างลึกซึ้งกับประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัลซีซี เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคี พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นระหว่างประเทศและระดับภูมิภาคที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสนใจร่วมกัน อียิปต์ถือเป็นหุ้นส่วนสำคัญของจีนในการดำเนินโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยข้อมูลอย่างเป็นทางการของอียิปต์ระบุว่า มูลค่าการค้าทวิภาคีระหว่างจีนกับอียิปต์ในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 2.08 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 1.738 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 ในช่วงที่ผ่านมา ความร่วมมือด้านกลาโหมระหว่างสองประเทศก็มีความคืบหน้าเช่นกัน โดยเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม กองทัพจีนและอียิปต์ได้เริ่มการฝึกซ้อมทางอากาศร่วม “Eagles of Civilization 2026” ในอียิปต์ ซึ่งครอบคลุมการฝึกวางแผนและบัญชาการรบทางอากาศ โดยมีรายงานว่าฝ่ายจีนส่งเครื่องบินขับไล่เจ-16 หลายลำบินระยะทางกว่า 6,000 กิโลเมตร ใช้เวลากว่า 9 ชั่วโมงเพื่อเข้าร่วมการฝึกในอียิปต์ นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังมีความร่วมมือด้านการผลิตและการลงทุนมาอย่างยาวนานในโครงการต่าง ๆ เช่น เขตความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าสุเอซ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโครงการเรือธงของความร่วมมือหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางระหว่างสองประเทศ
ผู้สังเกตการณ์มองว่า การเดินทางเยือนครั้งนี้ของสี จิ้นผิง ซึ่งครอบคลุมทั้งเอเชียกลางและตะวันออกกลาง ไม่เพียงเป็นการฉลองครบรอบ 25 ปีการก่อตั้ง SCO อย่างยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของจีนในการรักษาความมั่นคงระดับภูมิภาค ผลักดันการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ และขยายเครือข่ายหุ้นส่วนทั่วโลก การเยือนอียิปต์ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในวาระการดำรงตำแหน่งของสี จิ้นผิงที่เขาเดินทางไปเยือนประเทศดังกล่าว และยังตรงกับหมุดหมายสำคัญคือการครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-อียิปต์ จึงถูกมองว่ามีความหมายเชิงสัญลักษณ์เป็นพิเศษ ในขณะเดียวกัน การประชุมสุดยอดที่บิชเคกยังถือเป็นการสิ้นสุดวาระประธานหมุนเวียนของคีร์กีซสถาน โดยตำแหน่งประธานจะถูกส่งมอบให้แก่ปากีสถาน ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอด SCO ในปี 2570 ต่อไป
นักวิเคราะห์ระบุว่า ท่ามกลางการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความเข้มข้นขึ้นและภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง บทบาทในการประสานงานของ SCO ด้านพลังงาน การต่อต้านการก่อการร้าย การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน และการค้าการลงทุน กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก ขณะที่การเยือนอียิปต์ของสี จิ้นผิงในครั้งนี้ก็ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งของจีนในการกระชับความสัมพันธ์กับประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกา พร้อมทั้งขยายพื้นที่ความร่วมมือภายใต้โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางให้กว้างขวางยิ่งขึ้น การเดินทางเยือนครั้งนี้ซึ่งใช้เวลารวม 5 วัน ได้ผสมผสานการทูตพหุภาคีผ่าน SCO เข้ากับการทูตทวิภาคีระหว่างจีน-คีร์กีซสถาน และจีน-อียิปต์อย่างแนบแน่น และคาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ให้กับการวางยุทธศาสตร์ทางการทูตของจีนในภูมิภาคยูเรเซียและตะวันออกกลางต่อไป