กลับหน้าหลักเศรษฐกิจ
ทีเส็บบุกเซินเจิ้น เปิดงาน MEET Thai Plus 2026 หวังดึงเม็ดเงินจีนพันล้านบาท
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) จัดงาน “MEET Thai Plus 2026 Shenzhen” รวมองค์กรไทยเกือบ 100 แห่ง จับคู่ธุรกิจกับบริษัทจีนราว 1,000 แห่ง ตั้งเป้ามูลค่าธุรกิจ 1,000 ล้านบาท
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ จัดงาน “MEET Thai Plus 2026 Shenzhen” ระหว่างวันที่ 9-10 กันยายน ที่ศูนย์ประชุมและนิทรรศการเซินเจิ้น ภายใต้แนวคิด “Thailand: Meet for More” นับเป็นภารกิจบุกตลาดต่างประเทศครั้งใหญ่ที่สุดของทีเส็บเท่าที่เคยจัดมา โดยรวมหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาของไทยเกือบ 100 แห่ง เข้าพบปะกับตัวแทนบริษัทจีนราว 1,000 แห่ง บนพื้นที่จัดงานกว่า 7,500 ตารางเมตร
ตัวแทนภาคธุรกิจฝ่ายจีนที่เข้าร่วมงานครอบคลุมหลากหลายสาขา ทั้งอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) การท่องเที่ยว การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ อีคอมเมิร์ซ การพัฒนาซอฟต์แวร์ ปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนหอการค้าและสมาคมธุรกิจต่างๆ ทีเส็บระบุว่ากิจกรรมครั้งนี้จะนำเสนอโอกาสทางธุรกิจของไทยให้ฝ่ายจีนได้เห็นในหลายมิติ ทั้งการค้า การลงทุน การจัดประชุมสัมมนา การท่องเที่ยว เทคโนโลยี เศรษฐกิจดิจิทัล การศึกษา อาหาร การแพทย์ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
ทีเส็บตั้งเป้าว่างานครั้งนี้จะก่อให้เกิดการจับคู่ธุรกิจแบบตัวต่อตัวอย่างน้อย 800 นัดหมาย คิดเป็นมูลค่าทางธุรกิจโดยประมาณ 1,000 ล้านบาท การเลือกจัดงานที่เซินเจิ้นถูกมองว่าเป็นการวางยุทธศาสตร์อย่างจงใจ เนื่องจากเซินเจิ้นเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของจีน เป็นที่ตั้งของบริษัทที่มีศักยภาพแข่งขันระดับโลกจำนวนมากในด้านปัญญาประดิษฐ์ อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน และการผลิตอัจฉริยะ ซึ่งเป็นกลุ่มแหล่งเงินลงทุนที่ไทยมุ่งขยายความสัมพันธ์ด้วยในช่วงหลัง
กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบุกตลาดจีนอย่างต่อเนื่องของทีเส็บในปีนี้ ก่อนหน้านี้ทีเส็บได้จัดกิจกรรมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนจีนที่นครกว่างโจว เพื่อประชาสัมพันธ์ทรัพยากรด้านการจัดประชุมนิทรรศการและการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจของไทย เป็นการปูทางก่อนถึงงานที่เซินเจิ้น ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมระบุว่าไทยให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมไมซ์มากขึ้นในฐานะเครื่องมือดึงดูดการลงทุนต่างชาติและกระตุ้นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และโลจิสติกส์ ขณะที่ตลาดจีนซึ่งมีจำนวนบริษัทมหาศาลและมีความต้องการลงทุนต่างประเทศสูง ถูกจัดเป็นตลาดเป้าหมายสำคัญของไทยในด้านนี้
หากมองในระดับมหภาค การจัดกิจกรรมส่งเสริมการลงทุนที่เซินเจิ้นครั้งนี้ยังเป็นหนึ่งในความพยายามของไทยในการรับมือแรงกดดันจากความไม่สมดุลทางการค้ากับจีนที่มีอยู่ในปัจจุบัน จากข้อมูลสถิติ การค้าทวิภาคีไทย-จีนในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 มีมูลค่ารวม 108,804 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.89 เมื่อเทียบปีก่อน โดยไทยส่งออกไปจีนมูลค่า 26,837 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.17 ขณะที่การนำเข้าจากจีนกลับเติบโตสูงถึงร้อยละ 38.49 ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้ากับจีนขยายตัวเป็น 55,130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 59.31 เมื่อเทียบปีก่อน โดยเฉพาะการนำเข้าเครื่องจักรไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 83 ท่ามกลางบริบทนี้ ทีเส็บตั้งเป้ารายได้จากอุตสาหกรรมไมซ์ปีนี้ไว้ที่ 371,300 ล้านบาท (ราว 11,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) พร้อมผลักดันสัดส่วนการมีส่วนร่วมต่อ GDP ของอุตสาหกรรมไมซ์จากร้อยละ 1.65 เป็นร้อยละ 1.77 การบุกตลาดเซินเจิ้นครั้งนี้จึงถือเป็นความพยายามที่เป็นรูปธรรมในการดึงดูดเม็ดเงินจากจีนและปรับสมดุลความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทวิภาคี ภายใต้เป้าหมายดังกล่าว