ข่าวด่วน
เจ้าหน้าที่ยูเอ็นเตือนที่ฟอรัมเซียงซาน: โลกไม่มั่นคงที่สุดนับแต่สงครามโลกครั้งที่สอง รัสเซีย-อิหร่าน-สหรัฐฯ ร่วมเวทีเดียวกัน  ◆  ไทยเปิดตัวแคมเปญ "Nihao Month 2026" หวังดึงนักท่องเที่ยวจีน 250,000 คนช่วงโกลเด้นวีค  ◆  หลายจังหวัดในไทยประกาศเตือนภัยน้ำท่วมขั้นสูงสุด แม่น้ำป่าสักที่ลมสักพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์  ◆  ชุดพิธีการนักกีฬาไทยเอเชียนเกมส์ ฝีมือออกแบบพระองค์เจ้าสิริวัณณวรี ขึ้นจอยักษ์กลางโตเกียว  ◆  ตำรวจไทยบุกโรงงานยางมูลค่า 600 ล้านบาท รวบหนุ่มจีนต้องหาคดีทุจริตพร้อมบุตรชาย      เจ้าหน้าที่ยูเอ็นเตือนที่ฟอรัมเซียงซาน: โลกไม่มั่นคงที่สุดนับแต่สงครามโลกครั้งที่สอง รัสเซีย-อิหร่าน-สหรัฐฯ ร่วมเวทีเดียวกัน  ◆  ไทยเปิดตัวแคมเปญ "Nihao Month 2026" หวังดึงนักท่องเที่ยวจีน 250,000 คนช่วงโกลเด้นวีค  ◆  หลายจังหวัดในไทยประกาศเตือนภัยน้ำท่วมขั้นสูงสุด แม่น้ำป่าสักที่ลมสักพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์  ◆  ชุดพิธีการนักกีฬาไทยเอเชียนเกมส์ ฝีมือออกแบบพระองค์เจ้าสิริวัณณวรี ขึ้นจอยักษ์กลางโตเกียว  ◆  ตำรวจไทยบุกโรงงานยางมูลค่า 600 ล้านบาท รวบหนุ่มจีนต้องหาคดีทุจริตพร้อมบุตรชาย      
欧亚时报·泰国站
欧亚时报
泰国站 · EURASIA TIMES
กลับหน้าหลัก
สังคม
หลายจังหวัดในไทยประกาศเตือนภัยน้ำท่วมขั้นสูงสุด แม่น้ำป่าสักที่ลมสักพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์
รายงานโดย 欧亚时报编辑部
กรมอุตุนิยมวิทยา (TMD) ของไทยออกประกาศพยากรณ์อากาศฉบับล่าสุดว่า จากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ระหว่างวันที่ 17-20 กันยายนนี้ หลายพื้นที่ทั่วประเทศจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในลักษณะกระจายตัว โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเผชิญฝนตกหนักเป็นภูมิภาคแรกในวันที่ 17 กันยายน ก่อนที่แนวฝนจะขยายไปยังภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายนเป็นต้นไป กรมอุตุนิยมวิทยาระบุเป็นพิเศษว่าจังหวัดลำปาง พะเยา น่าน และแพร่ในภาคเหนือ รวมถึงหนองคายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความเสี่ยงที่จะเกิดฝนตกหนักมากและอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำป่าไหลหลาก นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังคาดการณ์ว่าบริเวณทะเลอันดามันจะมีลมแรงขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 กันยายน คลื่นสูง 2-3 เมตร และอาจสูงเกิน 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง จึงแนะนำให้เรือเล็กงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว
เพื่อรับมือกับฝนตกหนักที่กำลังจะมาถึง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้แจ้งเตือนไปยังทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ให้เตรียมพร้อมรับมือระหว่างวันที่ 16-20 กันยายน โดยเฝ้าระวังความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนและพื้นที่ลุ่มต่ำ ตลอดจนคลื่นลมแรงในพื้นที่ชายฝั่ง นอกจากนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ยังได้ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากใน 28 จังหวัด ครอบคลุม 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 15-19 กันยายน โดยขอให้หน่วยงานท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่เตรียมระบบระบายน้ำ แผนอพยพ และการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินล่วงหน้า สะท้อนให้เห็นว่าฝนชุดนี้ครอบคลุมพื้นที่กว้างและอาจกินเวลานาน
ในบรรดาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ สถานการณ์ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเฉพาะเทศบาลเมืองลมสัก ถือว่าตึงเครียดเป็นพิเศษ ข้อมูลจากหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประจำจังหวัดระบุว่า เมื่อวันที่ 15 กันยายน ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักที่ไหลผ่านจังหวัดนี้เพิ่มสูงถึง 7.67 เมตรและยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพชรบูรณ์ต้องออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม พร้อมส่งข้อความแจ้งเตือนฉุกเฉินผ่านระบบ Cell Broadcast ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ (รวมถึง AIS, True และ National Telecom) ไปยังประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำในตำบลตาดกลอย อำเภอหล่มเก่า โดยขอให้เร่งขนย้ายทรัพย์สินและยานพาหนะไปยังที่ปลอดภัย พร้อมช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางให้อพยพขึ้นที่สูงเป็นลำดับแรก ขณะนั้นสถานีวัดระดับน้ำ S.33 ในตำบลตาดกลอย อำเภอหล่มเก่า มีระดับน้ำใกล้จุดล้นตลิ่งแล้ว ทางการจึงเตือนว่าชุมชนริมฝั่งแม่น้ำ ลำน้ำสาขา และพื้นที่ลุ่มต่ำมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกน้ำท่วม
เมื่อเข้าสู่วันที่ 16 กันยายน สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น โดยเวลา 08.00 น. ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักที่สถานีวัด S3 ในเขตเทศบาลเมืองลมสักพุ่งขึ้นถึง 8.12 เมตร และยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ถือเป็นระดับน้ำสูงสุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ที่สถานีแห่งนี้ ส่งผลให้เทศบาลเมืองลมสักต้องประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในระดับสูงสุดทันที ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากสถานีวัดน้ำต้นน้ำกลับแสดงแนวโน้มต่างออกไป โดยสถานี S33 ในอำเภอหล่มเก่ามีระดับน้ำ 5.97 เมตรและกำลังลดลง ส่วนสถานี S53 บริเวณสะพานบ้านวังโรง มีระดับน้ำ 4.55 เมตร และลดลงเช่นกัน อย่างไรก็ตาม หน่วยงานป้องกันภัยชี้ว่า แม้ระดับน้ำต้นน้ำจะเริ่มลดลง แต่น้ำที่สะสมจากฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ต้นน้ำและลำน้ำสาขายังคงไหลบ่าลงมารวมกันที่เมืองลมสัก ประกอบกับระบบระบายน้ำของเทศบาลมีขีดความสามารถจำกัด ทำให้แรงกดดันด้านการระบายน้ำในพื้นที่ยังคงสูงอยู่ ทางการจึงเตือนว่าหากฝนและปริมาณน้ำจากต้นน้ำยังไหลเข้าสู่แม่น้ำป่าสักอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำอาจปรับตัวสูงขึ้นอีก จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำและริมแม่น้ำเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เร่งขนย้ายทรัพย์สิน ยานพาหนะ และสัตว์เลี้ยงไปยังที่ปลอดภัยโดยเร็ว และปฏิบัติตามคำสั่งอพยพของทางการอย่างเคร่งครัด
ที่ผ่านมา จังหวัดเพชรบูรณ์และพื้นที่ริมแม่น้ำป่าสักเคยเผชิญอุทกภัยรุนแรงมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะในปี 2025 เมื่อพายุโซนร้อน “หนองฟ้า” (Nongfa) พัดผ่าน ก่อให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงที่สุดในรอบกว่าทศวรรษของจังหวัดเพชรบูรณ์ ครั้งนั้นสถานีวัดน้ำในตำบลตาดกลอย อำเภอหล่มเก่า เคยบันทึกระดับน้ำสูงถึง 12.6 เมตร ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดในขณะนั้น ก่อนที่อุปกรณ์วัดจะจมน้ำจนไม่สามารถอ่านค่าต่อได้ ปริมาณและความรุนแรงของกระแสน้ำในครั้งนั้นสูงกว่าทุกครั้งที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส่งผลให้ถนนหลายสายในเขตเทศบาลเมืองลมสักมีน้ำท่วมขังสูงถึง 80 เซนติเมตร ทั้งอาคารราชการและบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง การที่ระดับน้ำที่สถานี S3 ในเมืองลมสักทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้งในปีนี้ จึงสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันเชิงโครงสร้างด้านการป้องกันน้ำท่วมที่ลุ่มน้ำนี้ต้องเผชิญซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงฤดูฝน และตอกย้ำความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดการลุ่มน้ำและการอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่ต้นน้ำ
นอกจากจังหวัดเพชรบูรณ์แล้ว พื้นที่อื่นของไทยก็เผชิญความเสี่ยงด้านอุทกภัยในระดับต่างกัน จังหวัดนครราชสีมาได้ออกประกาศเตือนความเสี่ยงน้ำล้นอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ ขณะที่จังหวัดน่านมี 4 อำเภอถูกจัดอยู่ในบัญชีเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก และหน่วยงานป้องกันภัยท้องถิ่นได้ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมตามมา สื่อไทยรายงานว่านับตั้งแต่เข้าสู่ฤดูฝนปีนี้ ภาคเหนือบางพื้นที่เผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องและเกิดน้ำท่วมมาแล้วหลายครั้ง บางจังหวัดยังมีน้ำท่วมขังตกค้างไม่คลี่คลายเต็มที่ เมื่อประกอบกับฝนชุดใหม่ที่จะมาระหว่างวันที่ 17-20 กันยายนนี้ ก็มีความเป็นไปได้ที่พื้นที่เหล่านี้จะเผชิญน้ำท่วมขังหรือน้ำท่วมซ้ำอีกครั้งในระยะเวลาอันใกล้
กรมอุตุนิยมวิทยาและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เตือนประชาชนให้เฝ้าระวังพื้นที่เชิงเขา ริมแม่น้ำ และพื้นที่ลุ่มต่ำเป็นพิเศษในช่วงที่มีประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและน้ำท่วม พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงจากน้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และระดับน้ำในแม่น้ำที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน และขอให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนภัยล่าสุดผ่านวิทยุ ข้อความสั้น และระบบ Cell Broadcast ของทางการอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งอพยพของหน่วยงานท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด นักวิเคราะห์ชี้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ฝนตกหนักผิดปกติในไทยมีแนวโน้มเกิดถี่ขึ้นและรุนแรงขึ้น ประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำในบางลุ่มน้ำยังพัฒนาไม่ทันความต้องการ ทำให้พื้นที่อย่างเพชรบูรณ์ต้องเผชิญกับสถิติระดับน้ำใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า การที่ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักช่วงเมืองลมสักทำสถิติสูงสุดใหม่ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นบททดสอบศักยภาพการรับมืออุทกภัยของท้องถิ่น แต่ยังเป็นโจทย์สำคัญสำหรับไทยในการบริหารจัดการลุ่มน้ำและระบบเตือนภัยล่วงหน้าท่ามกลางภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
欧亚时报·泰国站
欧亚时报·泰国站
สื่อข่าวหลายภาษาสำหรับผู้อ่านจีน-ไทย เน้นรายงานเชิงลึกและวิเคราะห์สถานการณ์
© 2026 欧亚时报·泰国站 · Eurasia Times Thailand. สงวนลิขสิทธิ์
นโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไข