เพื่อฉลองวาระครบรอบ 51 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน คอนเสิร์ตพิเศษในชื่อ “ไทย-จีน ครอบครัวเดียวกัน” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 กันยายน ณ ลานวัฒนธรรมหวางจิง บริเวณเชิงกำแพงเมืองจีนส่วนปาต๋าหลิ่ง เขตเหยียนชิ่ง กรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของเทศกาลดนตรีนานาชาติกำแพงเมืองจีน ปักกิ่ง 2026 คณะศิลปินและนักดนตรีไทยกว่า 100 คนเดินทางไปกรุงปักกิ่งเพื่อร่วมแสดงกับศิลปินจีน นำเสนอการแสดงที่ผสมผสานองค์ประกอบดนตรีไทยและจีน ถือเป็นของขวัญทางวัฒนธรรมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 51 ปี และทำให้กำแพงเมืองจีนที่ทอดยาวกลายเป็นเวทีแลกเปลี่ยนศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะระหว่างสองประเทศอีกครั้ง การแสดงจัดขึ้นกลางแจ้งต่อเนื่องสองคืน และดึงดูดผู้สื่อข่าวจากสื่อไทย จีน และต่างประเทศจำนวนมากเข้าร่วมทำข่าว
คณะศิลปินไทยนำโดยนายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมไทย-จีน (Thai-Chinese Cultural Relationship Council หรือ TCCRC) และคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานคณะกรรมการมูลนิธิวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (Thailand Philharmonic Orchestra) นำคณะเดินทางถึงเขตเหยียนชิ่ง กรุงปักกิ่ง สมาชิกในคณะประกอบด้วยนักดนตรีวงซิมโฟนี นักดนตรีเครื่องดนตรีไทยดั้งเดิม และนักแสดงอุปรากร ครอบคลุมทั้งแขนงศิลปะดนตรีคลาสสิกและพื้นบ้าน สภาความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมไทย-จีนก่อตั้งมาหลายปี และผลักดันความร่วมมือระดับประชาชนระหว่างสองประเทศในด้านศิลปวัฒนธรรม การศึกษา และการแลกเปลี่ยนเยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง การจัดคณะศิลปินขนาดกว่าร้อยคนเดินทางมาแสดงในจีนครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมข้ามชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของสภาฯ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
จุดเด่นของการแสดงคือวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (Thailand Philharmonic Orchestra) ซึ่งสังกัดวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และเป็นหนึ่งในวงซิมโฟนีที่เก่าแก่และมีมาตรฐานสูงที่สุดของไทย โดยรับหน้าที่บรรเลงในโอกาสสำคัญด้านการต่างประเทศและวัฒนธรรมของไทยอยู่เป็นประจำ การขึ้นแสดงกลางแจ้งเชิงกำแพงเมืองจีนส่วนปาต๋าหลิ่งครั้งนี้ถือเป็นคอนเสิร์ตกลางแจ้งครั้งแรกของวงที่กำแพงเมืองจีน และเป็นครั้งแรกที่วงซิมโฟนีไทยทั้งวงจัดการแสดงเต็มรูปแบบ ณ แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมสำคัญของจีน ถือเป็นเหตุการณ์ที่มีความหมายเชิงบุกเบิกไม่น้อย คอนเสิร์ตครั้งนี้อำนวยเพลงร่วมกันโดยวาทยกรชาวไทย ปราทีป สุพรรณโรจน์ และวาทยกรพามนจันทร์ โคมนพามน
ในด้านรายการแสดง วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทยบรรเลงบทเพลงไทยดั้งเดิมที่เรียบเรียงในรูปแบบซิมโฟนีโดยปราทีป สุพรรณโรจน์ ควบคู่กับผลงานคลาสสิกตะวันตก ได้แก่ บทเพลงโหมโรงเทศกาล (Festive Overture) ของโชสตาโควิช สวีตจากบัลเลต์ “หงส์ดำ” (Swan Lake) ของไชคอฟสกี สวีตจากอุปรากร “คาร์เมน” ของบิเซต์ และ “ภาพจากนิทรรศการ” (Pictures at an Exhibition) ของมูซอร์กสกี โดยตั้งใจนำเสนอการหลอมรวมกันระหว่างสำเนียงดนตรีไทยกับขนบดนตรีคลาสสิกตะวันตกบนเวทีเดียวกัน
ปราณ ยืนยง นักดนตรีระนาดชื่อดังของไทยได้แสดงเดี่ยวระนาดที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ดนตรีไทย บรรเลงเพลง “City Soul Prelude” (城魂序曲) ผลงานประพันธ์ต้นฉบับของนักประพันธ์ไทย และเพลง “Chinese Yangqin” (中国扬琴) ที่ดัดแปลงจากดนตรีเครื่องสายจีนดั้งเดิม โดยใช้เครื่องดนตรีไทยดั้งเดิมถ่ายทอดท่วงทำนองดนตรีจีน กลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของค่ำคืนแห่งการผสมผสานทางวัฒนธรรมครั้งนี้ ระนาดถือเป็นเครื่องดนตรีที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดชิ้นหนึ่งในวงดนตรีราชสำนักและวงมโหรีดั้งเดิมของไทย มีเสียงกังวานสดใส การนำระนาดมาบรรเลงเพลงหยางฉินของจีนในครั้งนี้ ยังถูกมองว่าเป็นการปฏิบัติเชิงศิลปะตามแนวคิด “ใช้ดนตรีเป็นสื่อผูกมิตร แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง”
ในฝ่ายศิลปินจีน นักร้องโซปราโนโคโลราตูรามือฉกาจ ฉางซือซือ ขึ้นขับร้องเพลง “Spring Ballet” (春天的芭蕾) และ “You Inspired Me” (你鼓舞了我) ขณะที่จ้าวหัวเซียง ผู้สืบทอดรุ่นที่ 6 ของตัวละครพื้นบ้าน “หลิวซานเจี่ย” และนักแสดงหวงหัวจากโรงละครเขตปกครองตนเองชนชาติจ้วงกว่างซี ร่วมกันแสดงฉากคลาสสิกจากอุปรากรไฉ่เตี้ยว (彩调剧) เรื่อง “หลิวซานเจี่ยยุคใหม่” นำเสน่ห์ของอุปรากรพื้นถิ่นกว่างซีมาสู่เวทีกำแพงเมืองจีน ในการแสดงคืนวันที่ 12 กันยายน นักร้องเทเนอร์จางอิงซีขึ้นขับร้องบนเวทีด้วย โดยทั้งสองคืนปิดท้ายด้วยฉากจากเรื่อง “หลิวซานเจี่ยยุคใหม่” ซึ่งผสานเสน่ห์ของอุปรากรตะวันออกเข้ากับผลงานคลาสสิกของดนตรีซิมโฟนีระดับโลกได้อย่างกลมกลืน
ในระหว่างที่อยู่ในเขตเหยียนชิ่ง คณะผู้แทนไทยยังได้พบปะพูดคุยสั้น ๆ กับหน่วยงานด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเบื้องต้นเกี่ยวกับความร่วมมือที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งการแลกเปลี่ยนคณะศิลปินไปมาและการพัฒนานักดนตรีรุ่นใหม่ คอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลดนตรีนานาชาติกำแพงเมืองจีน ปักกิ่ง 2026 ซึ่งอาศัยภูมิทัศน์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมตลอดแนวกำแพงเมืองจีน และในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้พัฒนาเป็นเวทีสำคัญด้านการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระดับนานาชาติของกรุงปักกิ่ง โดยเชิญคณะศิลปินต่างชาติมาจัดการแสดงพิเศษเชิงกำแพงเมืองจีนอย่างสม่ำเสมอ สถานที่จัดงานคือลานวัฒนธรรมหวางจิง เขตเหยียนชิ่ง ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับกำแพงเมืองจีนส่วนปาต๋าหลิ่งที่สูงตระหง่าน ผสานความยิ่งใหญ่ทางประวัติศาสตร์ของมรดกโลกเข้ากับพลังทางศิลปะของการแสดงดนตรีซิมโฟนีสด ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสทั้งเสียงเพลงและทัศนียภาพอันงดงามของกำแพงเมืองจีนที่ทอดยาวไปพร้อม ๆ กัน ปีนี้ตรงกับวาระครบรอบ 51 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ผู้จัดงานจึงจัดโปรแกรมพิเศษในธีมไทยขึ้นเป็นการเฉพาะ เชิญวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทยและศิลปินไทยจำนวนมากมาร่วมแสดง ใช้ดนตรีเป็นสื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศที่ดำเนินมากว่าครึ่งศตวรรษนับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 1975
นายพินิจ จารุสมบัติ หัวหน้าคณะศิลปินไทย กล่าวว่า การเดินทางมาแสดงในจีนครั้งนี้เป็นหนึ่งในโครงการแลกเปลี่ยนสำคัญที่สภาความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมไทย-จีนผลักดันมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความผูกพันทางความรู้สึกระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศผ่านดนตรีและศิลปะแขนงต่าง ๆ เขายังกล่าวเสริมว่า ฝ่ายไทยจงใจคัดเลือกศิลปินที่มีทั้งพื้นฐานดนตรีคลาสสิกและความเชี่ยวชาญด้านเครื่องดนตรีพื้นบ้านไทยมาร่วมแสดง โดยหวังว่าความหลากหลายของนักแสดงจะช่วยให้ผู้ชมชาวจีนได้เห็นภาพรวมของวัฒนธรรมดนตรีไทยที่ครบถ้วนมากขึ้น ไม่จำกัดอยู่เพียงรูปแบบการแสดงหรือแนวเพลงใดแนวเพลงหนึ่ง ด้านวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทยก็ระบุว่า การได้จัดคอนเสิร์ตพิเศษ ณ กำแพงเมืองจีน ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลก มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับวง และหวังว่าในอนาคตจะมีความร่วมมืออย่างสม่ำเสมอกับคณะศิลปินจีนมากขึ้น ทั้งการแสดงแลกเปลี่ยนไปมา การสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน และการแลกเปลี่ยนนักดนตรีรุ่นใหม่
มีรายงานว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากสื่อและผู้ชมทั้งฝั่งจีนและไทย โดยการแสดงทั้งสองคืนมีผู้ชมเข้าร่วมเต็มความจุ นักวิเคราะห์มองว่ากิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมลักษณะนี้ ซึ่งใช้กำแพงเมืองจีนเป็นเวทีและผสานบทเพลงดั้งเดิมและคลาสสิกของทั้งสองฝ่าย เป็นสื่อกลางที่ทรงคุณค่าทั้งในมิติประวัติศาสตร์และความงามทางศิลปะสำหรับการแลกเปลี่ยนด้านมนุษยธรรมระหว่างไทย-จีน และยังเพิ่มเชิงอรรถทางวัฒนธรรมที่มีความหมายพิเศษให้แก่วาระครบรอบ 51 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้งสองประเทศ คณะศิลปินไทยได้เดินทางกลับประเทศไทยแล้วหลังการแสดง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายระบุว่าจะประเมินรูปแบบการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนดนตรีขนาดใหญ่เช่นนี้ต่อไป เพื่อพิจารณาว่าจะสามารถกำหนดให้เป็นกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมประจำปีระหว่างไทย-จีนได้หรือไม่ในอนาคต