ข่าวด่วน
ไทยปรับกฎยกเว้นวีซ่าหลายชาติ 15 ก.ย. นี้ ยันสิทธิยกเว้นวีซ่า 30 วันของจีนยังคงเดิม  ◆  ทีเส็บบุกเซินเจิ้น เปิดงาน MEET Thai Plus 2026 หวังดึงเม็ดเงินจีนพันล้านบาท  ◆  ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าไทยร่วงหนัก หลังมาตรการอุดหนุนลดลง กระทบผู้ผลิตจีนในตลาดไทย  ◆  นายกฯ อนุทิน ย้ำไทย-จีน "เหมือนครอบครัวเดียวกัน" พร้อมเร่งขจัดอุปสรรคการลงทุน  ◆  ศิลปินไทยร่วมร้อยชีวิตบินลัดฟ้าสู่ปักกิ่ง ร่วมคอนเสิร์ตนานาชาติที่กำแพงเมืองจีน ฉลอง 51 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน      ไทยปรับกฎยกเว้นวีซ่าหลายชาติ 15 ก.ย. นี้ ยันสิทธิยกเว้นวีซ่า 30 วันของจีนยังคงเดิม  ◆  ทีเส็บบุกเซินเจิ้น เปิดงาน MEET Thai Plus 2026 หวังดึงเม็ดเงินจีนพันล้านบาท  ◆  ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าไทยร่วงหนัก หลังมาตรการอุดหนุนลดลง กระทบผู้ผลิตจีนในตลาดไทย  ◆  นายกฯ อนุทิน ย้ำไทย-จีน "เหมือนครอบครัวเดียวกัน" พร้อมเร่งขจัดอุปสรรคการลงทุน  ◆  ศิลปินไทยร่วมร้อยชีวิตบินลัดฟ้าสู่ปักกิ่ง ร่วมคอนเสิร์ตนานาชาติที่กำแพงเมืองจีน ฉลอง 51 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน      
欧亚时报·泰国站
欧亚时报
泰国站 · EURASIA TIMES
กลับหน้าหลัก
การเมือง
รัฐมนตรีต่างประเทศเม็กซิโกเยือนจีน ท่ามกลางแรงกดดันการค้าสหรัฐฯ-จีน
欧亚时报编辑部·6 วัน· 5 นาที
นายโรแบร์โต เบลาสโก อัลบาเรซ รัฐมนตรีต่างประเทศเม็กซิโก เยือนจีนวันที่ 6-7 กันยายน หารือกับหวัง อี้ ท่ามกลางแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่ต้องการให้เม็กซิโกจำกัดการค้ากับจีน
ตามคำเชิญของนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน นายโรแบร์โต เบลาสโก อัลบาเรซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเม็กซิโก เดินทางเยือนจีนระหว่างวันที่ 6-7 กันยายน ซึ่งเป็นการเยือนจีนครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง และเป็นการเดินทางเยือนเอเชียครั้งที่สองในรอบไม่กี่สัปดาห์ หลังจากที่เขาเพิ่งเยือนเกาหลีใต้ระหว่างวันที่ 23-25 สิงหาคมที่ผ่านมา ตามการแถลงของนายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ในการแถลงข่าวประจำวันที่ 3 กันยายน ระบุว่ากำหนดการเยือนของเบลาสโกจะเริ่มที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งเขาได้หารือกับหวัง อี้ ก่อนเดินทางต่อไปยังนครฉงชิ่งเพื่อเปิดสถานกงสุลใหญ่แห่งใหม่ของเม็กซิโก การเยือนครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการที่หวัง อี้ ได้พบปะหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของหลายประเทศในลาตินอเมริกาในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงการกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับภูมิภาคลาตินอเมริกาโดยรวมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เบลาสโก วัย 38 ปี เกิดเมื่อวันที่ 14 กันยายน 1987 นับเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์เม็กซิโกยุคใหม่ เขาเคยเป็นผู้ช่วยคนสนิทของนายมาร์เซโล เอบราร์ด อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศมาอย่างยาวนาน ก่อนได้รับแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงฝ่ายกิจการอเมริกาเหนือตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 และรักษาการหัวหน้ากระทรวงระหว่างเดือนธันวาคม 2025 ถึงมกราคม 2026 ก่อนที่ประธานาธิบดีเคลาเดีย เชนบาวม์ จะเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2026 และผ่านการรับรองจากวุฒิสภา สืบทอดตำแหน่งต่อจากนายฮวน รามอน เด ลา ฟวยนเต ซึ่งดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 และลาออกด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ
จีนและเม็กซิโกสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปี 1972 นับเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ในภูมิภาคลาตินอเมริกาที่สถาปนาความสัมพันธ์กับจีน ตลอดกว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างสองประเทศขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงหลังปัญหาความไม่สมดุลทางการค้าจะเด่นชัดมากขึ้น แต่มูลค่าการค้ารวมทั้งสองทางยังคงอยู่ในระดับหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ การเยือนจีนของเบลาสโกในครั้งนี้ยังถือเป็นโอกาสสำคัญครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งที่เขาจะได้อธิบายแนวนโยบายต่อจีนของเม็กซิโกอย่างครอบคลุม การที่เบลาสโกจงใจจัดให้มีการเดินทางไปยังนครฉงชิ่งเพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดสถานกงสุลใหญ่แห่งใหม่ ถูกมองว่ามีนัยเชิงสัญลักษณ์ เนื่องจากฉงชิ่งเป็นเมืองศูนย์กลางภาคพื้นทวีปที่สำคัญทางภาคตะวันตกของจีน เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของขบวนรถไฟสายจีน-ยุโรป และเส้นทางเชื่อมโยงทางบกและทะเลสายใหม่ระหว่างประเทศ ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนหลายประเทศ รวมถึงบริษัทจากเม็กซิโกเพิ่มมากขึ้น นักวิเคราะห์มองว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนว่าเม็กซิโกต้องการอาศัยเครือข่ายสถานกงสุลที่ขยายตัวเพื่อเจาะลึกศักยภาพความร่วมมือทางเศรษฐกิจในพื้นที่ตอนในของจีน มากกว่าที่จะจำกัดอยู่เพียงเมืองท่าชายฝั่งแบบดั้งเดิม ปัจจุบันเม็กซิโกมีสถานกงสุลในจีนอยู่เพียงไม่กี่แห่ง การเปิดสำนักงานแห่งใหม่ที่ฉงชิ่งจึงถูกมองว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งของการขยายเครือข่ายทางการทูตและการค้าของเม็กซิโกในจีนอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
กัว เจียคุน กล่าวในการแถลงข่าวว่า การเยือนครั้งนี้จะช่วย “เสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมืองให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น กระชับความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ผลักดันความสัมพันธ์จีน-เม็กซิโกให้พัฒนาอย่างมั่นคง และสร้างประโยชน์แก่ประชาชนทั้งสองประเทศมากยิ่งขึ้น” ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเม็กซิโกระบุว่าการเยือนครั้งนี้จะช่วยกระชับการเจรจาทางการเมืองและวาระความร่วมมือระหว่างสองประเทศ จีนและเม็กซิโกมีความสัมพันธ์หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน และมีความสัมพันธ์ทางการทูตมานานกว่า 50 ปี อย่างไรก็ตาม รายงานหลายฉบับระบุว่ากำหนดการของเบลาสโกไม่มีการพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน โดยเน้นไปที่การหารือทวิภาคีกับหวัง อี้เป็นหลัก ขณะที่มีรายงานว่าสี จิ้นผิงเพิ่งเสร็จสิ้นการเยือนอียิปต์อย่างเป็นทางการ ไม่มีข้อมูลสาธารณะที่ระบุว่ามีการลงนามข้อตกลงทางการค้าหรือการลงทุนที่เป็นรูปธรรมระหว่างการเยือนครั้งนี้ และความเห็นโดยทั่วไปมองว่าการเยือนครั้งนี้เน้นการเจรจาและการบริหารความสัมพันธ์มากกว่าการทำข้อตกลง
ที่น่าสนใจคือ การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ ยังคงกดดันเม็กซิโกอย่างต่อเนื่องให้จำกัดความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนกับจีน และใกล้ถึงกำหนดทบทวนความตกลงสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) ประจำปี 2026 สื่อหลายสำนักรายงานว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 เม็กซิโกได้ปรับขึ้นภาษีนำเข้าอย่างมากสำหรับประเทศที่ไม่มีข้อตกลงการค้าเสรีกับตน ซึ่งในทางปฏิบัติมุ่งเป้าไปที่จีนเป็นหลัก โดยปรับอัตราภาษีขั้นต่ำในสินค้าส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบขึ้นเป็น 35% และภาษีรถยนต์สูงถึง 50% มาตรการดังกล่าวผ่านการอนุมัติจากวุฒิสภาเม็กซิโกเมื่อเดือนธันวาคม 2025 และถูกมองว่าเป็นการปิด “ประตูหลัง” ที่สินค้าจีนเคยใช้ผ่านเม็กซิโกเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน จากงานวิจัยของธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาดัลลาส ระบุว่า ณ เดือนธันวาคม 2025 อัตราภาษีที่แท้จริงของสหรัฐฯ ต่อสินค้าจีนสูงถึง 33.4% โดยภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมสูงกว่า 50% และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนอยู่ที่ 25% ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเร่งให้เกิดกระแสการย้ายฐานการผลิตแบบ “near-shoring” มายังเม็กซิโก และทำให้บทบาทของเม็กซิโกระหว่างสหรัฐฯ กับจีนอ่อนไหวมากยิ่งขึ้น
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เม็กซิโกต้องเผชิญแรงกดดันลักษณะนี้จากทั้งสหรัฐฯ และจีน ก่อนหน้านี้มีผู้ผลิตรถยนต์จีนหลายรายที่ระงับหรือชะลอแผนการตั้งโรงงานในเม็กซิโก เนื่องจากกังวลแรงต้านทางการเมืองจากฝั่งสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแม้เม็กซิโกจะมีความได้เปรียบตามธรรมชาติจากทำเลที่ตั้งใกล้ตลาดสหรัฐฯ ในการรองรับการย้ายฐานการผลิตของโลก แต่ก็ทำให้ประเทศเสี่ยงถูกดึงเข้าไปพัวพันในความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนได้ง่ายขึ้นเช่นกัน โดยในอนาคตเม็กซิโกจะสามารถหาจุดสมดุลที่มั่นคงระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจนี้ได้หรือไม่ ยังคงเป็นบททดสอบสำคัญต่อภูมิปัญญาด้านการทูตและนโยบายอุตสาหกรรมของประเทศต่อไป
ข้อมูลการค้าระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2025 เม็กซิโกส่งออกไปจีนมูลค่าประมาณ 5,360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่จีนส่งออกไปเม็กซิโกสูงถึงประมาณ 73,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนความไม่สมดุลทางการค้าอย่างชัดเจน โดยจีนเกินดุลการค้ากับเม็กซิโกอย่างต่อเนื่อง (มีการประเมินว่าในปี 2024 ตัวเลขเกินดุลอาจใกล้เคียง 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากแรงเสียดทานด้านภาษีดังกล่าว การส่งออกของจีนไปเม็กซิโกในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 ลดลงแล้วประมาณ 3% เมื่อเทียบปีต่อปี ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่จีนประจำเมืองติฮัวนา เคยกล่าวต่อสาธารณะว่าแนวคิดกีดกันทางการค้าเป็น “ทางตัน” ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการสะท้อนถึงความตึงเครียดทางการค้าสหรัฐฯ-จีนที่ลุกลามเข้าสู่ตลาดเม็กซิโก หากพิจารณาโครงสร้างการค้า จะพบว่าสินค้าส่งออกหลักของเม็กซิโกไปจีนคือแร่ธาตุ เช่น ทองแดงและเงิน รวมถึงสินค้าเกษตรบางส่วน ขณะที่สินค้านำเข้าจากจีนส่วนใหญ่เป็นสินค้าสำเร็จรูป เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร และชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งรูปแบบการค้า “วัตถุดิบแลกสินค้าสำเร็จรูป” เช่นนี้ ถูกมองว่าเป็นสาเหตุเชิงโครงสร้างสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้การค้าทวิภาคีไม่สมดุลมาอย่างยาวนาน
นักวิเคราะห์มองว่า การเยือนจีนของเบลาสโกครั้งนี้สะท้อนสถานะที่ละเอียดอ่อนของเม็กซิโกในการรักษาสมดุลทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ กับจีน กล่าวคือ ด้านหนึ่งต้องตอบสนองต่อแรงกดดันจากวอชิงตันที่ต้องการให้จำกัดการค้ากับจีน แต่อีกด้านหนึ่งก็ไม่ต้องการสูญเสียความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีนไปทั้งหมด แม้การเยือนครั้งนี้จะไม่มีข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมเกิดขึ้น แต่ก็ถูกมองว่าเป็นสัญญาณสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าทั้งสองประเทศยังคงรักษาช่องทางการสื่อสารระดับสูงไว้ในช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนนี้ ส่วนทิศทางความสัมพันธ์ในระยะต่อไปยังคงต้องติดตามกันต่อไป นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี แนวนโยบายต่อจีนของเชนบาวม์โดยรวมมีลักษณะเป็น “แนวทางคู่ขนานที่รอบคอบและเน้นความเป็นจริง” กล่าวคือ ด้านหนึ่งให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในเรื่องการย้ายฐานการผลิตแบบ near-shoring และการปรับขึ้นภาษีสินค้าจีน แต่อีกด้านหนึ่งก็ไม่ต้องการปิดประตูความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีนโดยสิ้นเชิง เพื่อรักษาพื้นที่ยุทธศาสตร์ในการเคลื่อนไหวระหว่างวอชิงตันกับปักกิ่งไว้บ้าง การเยือนจีนของเบลาสโกในครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นความต่อเนื่องและเป็นภาพสะท้อนของแนวนโยบายดังกล่าว
จดหมายข่าว
รับข่าวเด่นทุกเช้า
สรุปข่าวสำคัญวันละครั้ง ฟรี ไม่มีสแปม
欧亚时报·泰国站
欧亚时报·泰国站
สื่อข่าวหลายภาษาสำหรับผู้อ่านจีน-ไทย เน้นรายงานเชิงลึกและวิเคราะห์สถานการณ์
© 2026 欧亚时报·泰国站 · Eurasia Times Thailand. สงวนลิขสิทธิ์
นโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไข