สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ของไทย เดินทางไปร่วมงาน "นิทรรศการอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์นานาชาติปักกิ่ง 2026" (2026 Beijing International Commercial Space Exhibition) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 มกราคม 2026 ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนานาชาติเป่ยเหรินอี้ฉวง เขตอี้จวง (E-Town) กรุงปักกิ่ง โดย GISTDA ได้นำผลงานความก้าวหน้าด้านกิจการอวกาศของไทยมาจัดแสดง ทั้งด้านการพัฒนาดาวเทียม การประยุกต์ใช้ภูมิสารสนเทศ และการพัฒนาบุคลากรด้านอวกาศ การเข้าร่วมครั้งนี้ถูกระบุจากทางการว่าเป็นก้าวสำคัญในการกระชับความร่วมมือด้านอวกาศระหว่างไทยกับจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่สะท้อนความพยายามอย่างต่อเนื่องของไทยในการขยายบทบาทบนเวทีอวกาศนานาชาติและผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศด้านอวกาศเชิงพาณิชย์ ในฐานะหน่วยงานหลักด้านอวกาศระดับชาติของไทย GISTDA สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดูแลรับผิดชอบการปฏิบัติการดาวเทียมสำรวจโลกตระกูล THEOS หรือ "ตาไทย" มาตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2543 พร้อมให้บริการข้อมูลภูมิสารสนเทศครอบคลุมด้านการเกษตร การเตือนภัยพิบัติ การวางผังการใช้ที่ดิน และการประเมินการพัฒนาเมือง การนำคณะไปร่วมงานที่ปักกิ่งครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นโอกาสสำคัญที่ GISTDA จะเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ของจีน และแสวงหาความร่วมมือทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมรอบใหม่
งานนิทรรศการอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์นานาชาติปักกิ่งครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "รวมพลังทรัพยากรทั่วโลก ขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์" มีพื้นที่จัดแสดงราว 20,000 ตารางเมตร ดึงดูดบริษัทด้านอวกาศเชิงพาณิชย์และหน่วยงานในห่วงโซ่อุตสาหกรรมจากทั่วโลกเข้าร่วมกว่า 300 แห่ง เขตอี้จวง (E-Town) หรือเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีปักกิ่ง ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงาน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้รวบรวมบริษัทด้านอวกาศไว้มากกว่า 160 แห่ง ครอบคลุมห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งหมด ตั้งแต่จรวดขนส่ง อากาศยานความเร็วเหนือเสียง เครื่องยนต์จรวด การผลิตดาวเทียม การประยุกต์ใช้ดาวเทียม การสำรวจระยะไกล การสื่อสารและการนำทาง ไปจนถึงอุปกรณ์ภาคพื้นดิน นับเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความเข้มข้นของอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ของจีนมากที่สุด และยังถูกมองว่าเป็นหน้าต่างสำคัญในการสังเกตความเร็วของการพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ของจีน นอกจากไทยแล้ว งานนี้ยังมีหน่วยงานจากคาซัคสถาน บราซิล ปากีสถาน และโรมาเนีย เข้ามาสอบถามความร่วมมือด้านผลิตภัณฑ์และบริการดาวเทียม ขณะที่บริษัทจากกรีซก็เข้าร่วมงานด้วย พร้อมทั้งมีนักการทูตจากอาร์เจนตินา เปรู และแคนาดา เข้าร่วมแสดงความสนใจความร่วมมือ สะท้อนถึงแรงดึงดูดในระดับนานาชาติที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์จีน และยังสะท้อนแนวโน้มที่ประเทศเกิดใหม่ด้านอวกาศทั่วโลกกำลังเร่งแสวงหาความร่วมมือกับจีนในด้านการผลิตดาวเทียม บริการปล่อยยาน และการประยุกต์ใช้ภาคพื้นดินมากขึ้น
ตลอดระยะเวลา 3 วันของงาน คณะผู้แทน GISTDA ได้นำผลงานความก้าวหน้าของกิจการอวกาศไทยมาจัดแสดง ครอบคลุมการพัฒนาระบบการประยุกต์ใช้ภูมิสารสนเทศและดาวเทียมสำรวจระยะไกลของไทยเอง รวมถึงตัวอย่างการใช้งานจริงของดาวเทียมสำรวจโลกตระกูล THEOS ในด้านการประเมินผลผลิตทางการเกษตร การติดตามป่าไม้และแนวชายฝั่ง ตลอดจนการรับมือภัยพิบัติฉุกเฉิน พร้อมทั้งใช้เวทีนี้เจรจากับบริษัทด้านอวกาศของจีนหลายแห่งเกี่ยวกับความร่วมมือที่เป็นไปได้ในด้านการพัฒนาดาวเทียม การก่อสร้างสถานีภาคพื้นดิน และบริการทางเทคนิคที่เกี่ยวข้อง จากรายงานระบุว่า คณะผู้แทนไทยยังได้หารือประเด็นความร่วมมือด้านการฝึกอบรมนักบินอวกาศกับฝ่ายจีนด้วย ซึ่งสะท้อนว่าไทยต้องการขยายความร่วมมือให้กว้างขึ้นนอกเหนือจากการประยุกต์ใช้ดาวเทียม ไปสู่ด้านการบินอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมและด้านอื่น ๆ ที่กว้างขวางยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของจีนที่ผลักดันความร่วมมือด้านอวกาศระหว่างประเทศ และเปิดทรัพยากรการฝึกอบรมนักบินอวกาศให้แก่ประเทศกำลังพัฒนามากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ปากีสถานมีนักบินอวกาศ 2 คนเข้ารับการฝึกที่ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมนักบินอวกาศแห่งประเทศจีน ร่วมกับนักบินอวกาศจีน ถือเป็นตัวอย่างความร่วมมือด้านบุคลากรอวกาศระหว่างจีนกับต่างประเทศที่เกิดขึ้นมาก่อนแล้ว
ทางการระบุว่าการเข้าร่วมงานครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการกระชับความร่วมมือด้านอวกาศระหว่างไทยกับจีนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเน้นย้ำว่าเป็นสัญญาณของการก้าวเดินอย่างแข็งขันของไทยในการขยายบทบาทด้านกิจการอวกาศของประเทศ และผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านอวกาศเชิงพาณิชย์ ท่าทีนี้สอดคล้องกับแนวทางความร่วมมือด้านอวกาศระหว่างไทยกับจีนในช่วงที่ผ่านมา โดย GISTDA ได้สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานด้านอวกาศและภูมิสารสนเทศของจีนแล้วมากกว่า 10 แห่ง ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยประยุกต์ การผลิตต้นน้ำ ไปจนถึงการสำรวจอวกาศห้วงลึก โดยกลไกความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายได้ขยายตัวจากการแบ่งปันข้อมูลและการฝึกอบรมบุคลากรในระยะแรก ไปสู่ความร่วมมือเชิงอุตสาหกรรมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งการวิจัยพัฒนาร่วมกัน การผลิตดาวเทียมทั้งดวง และการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานภาคพื้นดิน
ความร่วมมือด้านอวกาศระหว่างไทยกับจีนในเชิงปฏิบัติเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมแล้วในช่วงที่ผ่านมา โดยในช่วงใกล้เคียงกับงานนิทรรศการที่ปักกิ่งครั้งนี้ บริษัทกาแล็กซี่สเปซ (GalaxySpace) ของจีน ได้ส่งมอบดาวเทียมคิวบ์แซท "หลิงซี-09" ที่พัฒนาให้กับ GISTDA ในวงโคจรเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทอวกาศเชิงพาณิชย์ของจีนส่งออกดาวเทียมครบวงจรให้กับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการส่งมอบครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงตัวดาวเทียมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการก่อสร้างสถานีติดตามและควบคุมภาคพื้นดิน ระบบโทรมาตรและควบคุมระยะไกล ตลอดจนโครงการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบสำหรับวิศวกรไทยและนักศึกษามหาวิทยาลัย ผู้สังเกตการณ์ในแวดวงอุตสาหกรรมมองว่ารูปแบบการส่งออก "ขีดความสามารถด้านอวกาศแบบครบวงจร" เช่นนี้ สะท้อนถึงการยกระดับความร่วมมือด้านอวกาศไทย-จีน จากการจัดซื้อโครงการเดี่ยว ไปสู่การสร้างขีดความสามารถอย่างเป็นระบบ และยังเป็นพื้นฐานให้ GISTDA แสวงหาความร่วมมือเพิ่มเติมในงานนิทรรศการที่ปักกิ่งครั้งนี้ด้วย โดยทั้งสองฝ่ายอาจวางแผนความร่วมมือระยะยาวเพิ่มเติมในด้านการพัฒนาดาวเทียมรุ่นต่อไป บริการในวงโคจร และการพัฒนาบุคลากรของอุตสาหกรรม
ในขณะเดียวกัน ไทยเองก็กำลังเร่งสร้างสถานะของตนในฐานะศูนย์กลางด้านอวกาศประจำภูมิภาค โดย GISTDA ประกาศว่าจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน "มหกรรมอวกาศไทย 2026" (Thailand Space Expo 2026) ที่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 28-31 ตุลาคม 2026 โดยเป็นครั้งแรกที่จะรวมงานนี้เข้ากับการประชุมเวทีหน่วยงานอวกาศภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APRSAF) ครั้งที่ 32 และการประชุมเชิงปฏิบัติการและสัมมนาสมาคมหมู่บ้านดวงจันทร์ (Moon Village Association) ครั้งที่ 10 รวมเป็นงานด้านอวกาศระดับนานาชาติ 3 งานใหญ่ในคราวเดียว โดยมุ่งหวังจะสร้างเวทีความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมอวกาศที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเท่าที่เคยมีมา ดึงดูดหน่วยงานอวกาศ บริษัท และนักวิจัยจากทั่วภูมิภาคเข้าร่วม พร้อมเปิดโอกาสให้บริษัทอวกาศเชิงพาณิชย์ สตาร์ทอัพ และนักศึกษาในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เชื่อมโยงกับแหล่งเงินทุนและเทคโนโลยีระดับนานาชาติ
นักวิเคราะห์ชี้ว่า จากการเดินทางไปร่วมงานที่ปักกิ่งในช่วงต้นปี มาจนถึงความเคลื่อนไหวต่อเนื่องตลอดทั้งปี ทั้งการส่งมอบดาวเทียม การฝึกอบรมบุคลากรด้านอวกาศ และการเป็นเจ้าภาพจัดงานนิทรรศการนานาชาติของตนเอง สะท้อนว่าไทยกำลังพยายามสร้างบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในแผนที่อุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยความร่วมมือกับจีนในด้านการผลิตดาวเทียม โครงสร้างพื้นฐานภาคพื้นดิน และการพัฒนาบุคลากร ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางสำคัญที่จะช่วยให้ไทยบรรลุเป้าหมายดังกล่าวในระยะนี้ เมื่อประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทยอยเพิ่มการลงทุนด้านการสำรวจระยะไกลผ่านดาวเทียม การติดตามสภาพภูมิอากาศ และการศึกษาด้านอวกาศ การที่ไทยปรากฏตัวร่วมกับประเทศอวกาศเกิดใหม่อย่างคาซัคสถาน บราซิล ปากีสถาน และโรมาเนียในงานที่ปักกิ่งครั้งนี้ ก็สะท้อนให้เห็นแนวโน้มที่ภูมิทัศน์อุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ของโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากการนำโดยไม่กี่ประเทศมหาอำนาจด้านอวกาศ ไปสู่การมีส่วนร่วมของประเทศกำลังพัฒนาที่หลากหลายมากขึ้น