ข่าวด่วน
“การเดินทัพอันยิ่งใหญ่”: นิทรรศการครบรอบ 90 ปี ชัยชนะการเดินทัพทางไกล เปิดที่ปักกิ่ง โชว์โบราณวัตถุกว่าพันชิ้น  ◆  เทศกาลวันชาติแรกหลัง "ปิดด่านศุลกากรทั่วเกาะ": ยอดช้อปปลอดภาษีไห่หนานวันแรกทะลุ 100 ล้านหยวน โตกว่า 20%  ◆  ตุนหวงจัดงานฉลองไหว้พระจันทร์-วันชาติ ที่ภูเขาทรายร้องและบึงจันทร์เสี้ยว ให้ "ตัวละครจากภาพจิตรกรรมฝาผนัง" ออกมาโลดแล่น  ◆  การเดินทางช่วงวันชาติจีนยังคึกคัก: 2 ต.ค. มีผู้เดินทางข้ามภูมิภาคทั่วประเทศกว่า 305.5 ล้านเที่ยว  ◆  หนังสืบสวนนำโด่ง! บ็อกซ์ออฟฟิศวันชาติจีนปี 2026 ทะลุ 100 ล้านหยวนวันแรก แต่ยอดรวมปีนี้ลดฮวบจากปีก่อน      “การเดินทัพอันยิ่งใหญ่”: นิทรรศการครบรอบ 90 ปี ชัยชนะการเดินทัพทางไกล เปิดที่ปักกิ่ง โชว์โบราณวัตถุกว่าพันชิ้น  ◆  เทศกาลวันชาติแรกหลัง "ปิดด่านศุลกากรทั่วเกาะ": ยอดช้อปปลอดภาษีไห่หนานวันแรกทะลุ 100 ล้านหยวน โตกว่า 20%  ◆  ตุนหวงจัดงานฉลองไหว้พระจันทร์-วันชาติ ที่ภูเขาทรายร้องและบึงจันทร์เสี้ยว ให้ "ตัวละครจากภาพจิตรกรรมฝาผนัง" ออกมาโลดแล่น  ◆  การเดินทางช่วงวันชาติจีนยังคึกคัก: 2 ต.ค. มีผู้เดินทางข้ามภูมิภาคทั่วประเทศกว่า 305.5 ล้านเที่ยว  ◆  หนังสืบสวนนำโด่ง! บ็อกซ์ออฟฟิศวันชาติจีนปี 2026 ทะลุ 100 ล้านหยวนวันแรก แต่ยอดรวมปีนี้ลดฮวบจากปีก่อน      
欧亚时报·泰国站
欧亚时报
泰国站 · EURASIA TIMES
กลับหน้าหลัก
วัฒนธรรม
ตุนหวงจัดงานฉลองไหว้พระจันทร์-วันชาติ ที่ภูเขาทรายร้องและบึงจันทร์เสี้ยว ให้ "ตัวละครจากภาพจิตรกรรมฝาผนัง" ออกมาโลดแล่น
รายงานโดย 欧亚时报编辑部
ในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์และวันชาติปี 2026 แหล่งท่องเที่ยวภูเขาทรายร้อง (หมิงซาซาน) และบึงจันทร์เสี้ยว (เยว่หยาเฉวียน) ในเมืองตุนหวง มณฑลกานซู่ ได้จัดกิจกรรมวัฒนธรรมเชิงภาพขนาดใหญ่ต่อเนื่องกันสองงาน คือ "งานฉลองไหว้พระจันทร์" และ "งานฉลองวันชาติ" โดยทำการตลาดร่วมกันภายใต้ชื่อ "งานฉลองร่วมไหว้พระจันทร์-วันชาติ ภูเขาทรายร้องบึงจันทร์เสี้ยว" กิจกรรมผสมผสานการแสดงสดของตัวละครจากภาพจิตรกรรมฝาผนังอายุนับพันปี การจำลองพิธีไหว้พระจันทร์โบราณสมัยราชวงศ์ถัง การแสดงเครื่องแต่งกายของ 56 ชาติพันธุ์ และการแสดงโดรนไฟ สร้างงานท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมขนาดใหญ่แบบดื่มด่ำที่ผสานการนำเสนอวัฒนธรรม ประเพณีพื้นบ้าน และเอกลักษณ์ชาติพันธุ์เข้าด้วยกัน
แหล่งท่องเที่ยวภูเขาทรายร้องและบึงจันทร์เสี้ยวตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองตุนหวงไปทางใต้ประมาณ 5 กิโลเมตร ได้รับการประกาศเป็นเขตทัศนียภาพสำคัญระดับชาติโดยคณะรัฐมนตรีจีนในปี 1994 ได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในห้าทะเลทรายที่สวยงามที่สุดของจีนในปี 2005 และได้รับการรับรองเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A อย่างเป็นทางการในปี 2015 ชื่อ "ภูเขาทรายร้อง" มาจากเสียงที่เกิดขึ้นเมื่อเม็ดทรายเคลื่อนไหว ซึ่งเมื่อรวมกับ "บึงจันทร์เสี้ยว" ซึ่งเป็นบ่อน้ำพุรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ว่ากันว่าไม่เคยแห้งขอดมานับพันปี ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ "ทรายและน้ำพุอยู่ร่วมกัน" และถือเป็นสัญลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของตุนหวงและเส้นทางเหอซี
ทรัพยากรทางวัฒนธรรมภาพจิตรกรรมฝาผนังที่การแสดงที่ภูเขาทรายร้อง-บึงจันทร์เสี้ยวอ้างอิงถึง ส่วนใหญ่มาจากถ้ำโม่เกาซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 25 กิโลเมตร ถ้ำโม่เกาเริ่มขุดสร้างในสมัยราชวงศ์เฉียนฉินยุคสิบหกรัฐ และได้รับการก่อสร้างต่อเนื่องเรื่อยมาในหลายราชวงศ์ ทั้งยุคสิบหกรัฐ ราชวงศ์เหนือ สุย ถัง ห้าราชวงศ์ ซ่ง ซีเซี่ย และหยวน ปัจจุบันมีถ้ำที่หลงเหลืออยู่ 735 ถ้ำ ภาพจิตรกรรมฝาผนังรวมพื้นที่ราว 45,000 ตารางเมตร และรูปปั้นสีกว่า 2,000 ชิ้น ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี 1987 ถือเป็นกลุ่มถ้ำศิลปะพุทธศาสนาที่มีขนาดใหญ่และเนื้อหาสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน และเป็นแหล่งข้อมูลหลักของการศึกษาตุนหวงวิทยาระดับนานาชาติ
งานไหว้พระจันทร์จัดขึ้นระหว่างเวลา 19.00-21.00 น. ของวันที่ 25 กันยายน 2026 ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติ อันเป็นวันเทศกาลไหว้พระจันทร์ของปีนั้น โดยดำเนินเรื่องผ่านสี่องก์ ได้แก่ "เปิดประตูสู่ตุนหวง" "ขบวนแห่สู่พิธีไหว้พระจันทร์" "ไหว้พระจันทร์ที่ศาลาเยว่เฉวียน" และ "คืนแห่งการกลับมาพบกันในเทศกาลไหว้พระจันทร์" ผสานพิธีกรรมโบราณของตุนหวง ขบวนแห่สไตล์จีน และการฟังดนตรีพื้นบ้านชมจันทร์เข้าด้วยกัน เพื่อจำลองบรรยากาศทางประวัติศาสตร์และประเพณีพื้นบ้านของค่ำคืนไหว้พระจันทร์ในเมืองการค้าเส้นทางสายไหมโบราณแห่งนี้
พิธี "ไหว้พระจันทร์โบราณสมัยราชวงศ์ถังแห่งตุนหวง" ที่นำมาจำลองในงานนี้ ถูกระบุว่าเป็นการแสดงลักษณะนี้เพียงแห่งเดียวในจีนที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์รองรับ โดยอ้างอิงจากภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยถังตอนปลายในถ้ำโม่เกาและเอกสารที่ขุดพบจากถ้ำคัมภีร์ตุนหวง พิธีนี้จำลองขั้นตอนการไหว้พระจันทร์ของชาวบ้านสมัยถังในอัตราส่วน 1:1 โดยจัดเครื่องเซ่นไหว้แบบถังหกประเภท ได้แก่ ธัญพืชและผลไม้สด องุ่นและลูกพีชท้องถิ่นของตุนหวง ขนมหูปิ่งแบบถัง ชาบรรณาการเส้นทางสายไหม และโคมไฟผ้าไหม เพื่อนำเสนอรายละเอียดทางประวัติศาสตร์ของประเพณีไหว้พระจันทร์ในเขตเหอซีสมัยราชวงศ์ถัง
หนึ่งในช่วงที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือการแสดงสด "ตัวละครจากภาพจิตรกรรมฝาผนังก้าวออกจากกำแพง" ซึ่งนักแสดงสวมบทบาทเป็นตัวละครจากภาพจิตรกรรมฝาผนังถ้ำโม่เกา เช่น จางเชียน (ทูตราชวงศ์ฮั่น) ปันเชา (แม่ทัพ) หวังหยวนลู่ (พระผู้ค้นพบถ้ำคัมภีร์) เทพธิดาแห่งดวงจันทร์ และนางฟ้าเฟยเทียนผู้ถวายเครื่องบูชา ต่างทยอย "ก้าวออกจากภาพวาด" เดินขบวนปฏิสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวพร้อมเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์เส้นทางสายไหม ผู้จัดงานระบุว่าตัวละครและเรื่องราวเหล่านี้ล้วนมีหลักฐานในบันทึกประวัติศาสตร์ทางการหรือปรากฏในภาพจิตรกรรมฝาผนังโม่เกาและเอกสารถ้ำคัมภีร์ โดยพยายามรักษาสมดุลระหว่างความบันเทิงเชิงละครและความถูกต้องทางประวัติศาสตร์
งานฉลองวันชาติดำเนินเรื่องผ่านสามองก์ คือ "ขบวนแห่เส้นทางสายไหม ระบำชาติพันธุ์ และงานรื่นเริง NPC" จัดขึ้นทุกคืนเวลา 20.00-20.30 น. ตั้งแต่วันที่ 1-5 ตุลาคม (ขยายเวลาถึง 21.00 น. ในวันที่ 6-7 ตุลาคม) ประกอบด้วยขบวนแห่ "ถนนแสงดาวอูฐ" ที่มีอูฐราว 40 ตัว การแสดงระบำในชุดประจำชาติของ 56 ชาติพันธุ์ การร้องเพลงปฏิวัติแบบแฟลชม็อบ และกิจกรรมปฏิสัมพันธ์กับตัวละคร "ลูกอูฐน้อย" ที่แต่งกายสไตล์ฮั่นกับนักท่องเที่ยว ทุกคืนเมื่อกิจกรรมใกล้จบ พื้นที่เหนือบึงจันทร์เสี้ยวจะมีการปล่อยโดรนราว 2,000 ลำ แสดงลวดลายแสงไฟธีมรักชาติ เป็นไคลแม็กซ์ปิดท้ายกิจกรรมแต่ละคืน
จากกิจกรรมเทศกาลที่ซ้อนทับกับช่วงเทศกาลท่องเที่ยวสูงสุด ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่ภูเขาทรายร้องและบึงจันทร์เสี้ยวพุ่งสูงในช่วงวันชาติ ภาพถ่ายทางอากาศแสดงให้เห็นเนินทรายทั้งลูกแทบไม่มีที่ว่าง เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่สวมผ้าคลุมรองเท้ากันทรายสีส้ม เขียว และน้ำเงิน ซึ่งเมื่อมองจากระยะไกลคล้ายกับ "เม็ดบีดส์สีสันที่หกเกลื่อนพื้น" ภาพดังกล่าวกลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดีย โดยผู้ใช้จำนวนมากแซวว่า "รู้สึกเหมือนมีคนอยู่ร้อยล้านคน" สื่อหลายสำนักรายงานว่าคิวขี่อูฐยาวจนถูกเรียกว่า "อูฐยังต้องรอไฟแดง" ขณะที่ทางแหล่งท่องเที่ยวยังคงขายน้ำดื่มบนยอดเขาในราคาเพียง 2 หยวน และจัดรถรับส่งฟรีหลังการแสดงจบ จนได้รับคำชมจากชาวเน็ตว่า "คนเยอะแต่ไม่วุ่นวาย"
นอกเหนือจากการแสดงยามค่ำคืนแล้ว นโยบายการจำหน่ายบัตรเข้าชมตามปกติของแหล่งท่องเที่ยวก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวในช่วงวันชาติปีนี้พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2025 แหล่งท่องเที่ยวได้ยกเลิกการขายบัตรหน้างานทั้งหมด โดยกำหนดให้นักท่องเที่ยวต้องจองล่วงหน้าผ่านบัญชีทางการ WeChat หรือช่องทางออนไลน์อื่น ๆ ล่วงหน้า 1 ถึง 15 วัน บัตรผู้ใหญ่ในช่วงไฮซีซันราคา 110 หยวนต่อคน นักเรียนและผู้สูงอายุ 60-69 ปี ได้รับส่วนลดครึ่งราคา ส่วนผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไปและเด็กที่สูงต่ำกว่า 1.2 เมตรเข้าชมฟรี แหล่งท่องเที่ยวยังใช้นโยบาย "บัตรใบเดียวเที่ยวได้ 3 วัน" โดยเมื่อนักท่องเที่ยวลงทะเบียนใบหน้าเข้าชมครั้งแรกแล้ว สามารถเข้า-ออกพื้นที่ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งภายใน 72 ชั่วโมงด้วยระบบจดจำใบหน้า ครอบคลุมสามช่วงเวลาทองสำหรับการชมวิว คือ พระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก และท้องฟ้ายามค่ำคืน ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากในช่วงวันชาติยินดีกลับเข้าชมซ้ำหลายครั้ง และมีส่วนช่วยดันยอดผู้ชมการแสดงยามค่ำคืนให้สูงขึ้นไปด้วย
ความร้อนแรงของยอดนักท่องเที่ยวในปีนี้ยังเกี่ยวโยงกับการจัดวันหยุดยาวพิเศษที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักของปี 2026 เนื่องจากเทศกาลไหว้พระจันทร์และวันชาติห่างกันเพียง 3 วันทำการ ทำให้ประชาชนจำนวนมากลาเพิ่มเพื่อเชื่อมวันหยุดทั้งสองช่วงเข้าด้วยกัน กลายเป็นช่วงเดินทางท่องเที่ยวต่อเนื่องที่ยาวนานที่สุดของปี หน่วยงานด้านคมนาคมคาดการณ์ว่าวันหยุดวันชาติ 7 วันจะมีการเดินทางทั่วประเทศราว 2,130 ล้านเที่ยว หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 300 ล้านเที่ยว ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดในรอบหลายปีสำหรับช่วงเวลาดังกล่าว และยิ่งเพิ่มแรงกดดันด้านจำนวนนักท่องเที่ยวต่อจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างตุนหวง
ในฐานะเมืองสำคัญบนเส้นทางสายไหมโบราณและศูนย์กลางการศึกษาด้านตุนหวงวิทยา พื้นที่นี้ได้เปลี่ยนทรัพยากรทางวัฒนธรรมจากภาพจิตรกรรมฝาผนังถ้ำโม่เกามาเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่จับต้องและมีส่วนร่วมได้มากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของมณฑลกานซู่ในการผลักดันการผสานวัฒนธรรมกับการท่องเที่ยวอย่างลึกซึ้ง และสร้างแบรนด์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมภายใต้ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง การแปลงงานวิชาการด้านเอกสารและจิตรกรรมฝาผนังตุนหวงที่ค่อนข้างเป็นวิชาการให้กลายเป็นการแสดงแบบดื่มด่ำที่เข้าถึงมวลชนได้ ถูกมองว่าเป็นตัวอย่างความพยายามของหน่วยงานท้องถิ่นในการ "ทำให้โบราณวัตถุมีชีวิต"
ในมุมมองที่กว้างขึ้น การผสานประเพณีเทศกาลดั้งเดิมเข้ากับการแสดงแบบดื่มด่ำและเทคโนโลยี เช่น การแสดงโดรนไฟ ได้กลายเป็นแนวทางทั่วไปที่แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทั่วจีนใช้ดึงดูดนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวอย่างวันชาติและเทศกาลไหว้พระจันทร์ กระแสความสนใจอย่างสูงบนโลกออนไลน์ต่องานฉลองร่วมที่ภูเขาทรายร้องและบึงจันทร์เสี้ยวยังสะท้อนถึงความต้องการบริโภคด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมภายในประเทศที่แข็งแกร่งในช่วงวันหยุดวันชาติ-ไหว้พระจันทร์ปี 2026 ตลอดจนแนวทางการบริหารจัดการของหน่วยงานท้องถิ่นด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่ใช้โซเชียลมีเดียขยายผลกระทบของกิจกรรม
欧亚时报·泰国站
欧亚时报·泰国站
สื่อข่าวหลายภาษาสำหรับผู้อ่านจีน-ไทย เน้นรายงานเชิงลึกและวิเคราะห์สถานการณ์
© 2026 欧亚时报·泰国站 · Eurasia Times Thailand. สงวนลิขสิทธิ์
นโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไข