กลับหน้าหลักเศรษฐกิจ
งาน CIFTIS 2026 เปิดฉาก 9 กันยายน ที่ปักกิ่ง นอร์เวย์รับบทแขกผู้มีเกียรติครั้งแรก
งาน CIFTIS 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-13 กันยายน ที่สวนโชวกัง กรุงปักกิ่ง ดึงดูดผู้ร่วมงานจากกว่า 90 ประเทศ โดยนอร์เวย์รับบทแขกผู้มีเกียรติเป็นครั้งแรก และ UNCTAD กับ WIPO ร่วมเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดเป็นครั้งแรก
งานมหกรรมแสดงสินค้าบริการนานาชาติจีน (CIFTIS) ประจำปี 2026 ซึ่งเป็นที่จับตามอง จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-13 กันยายน ณ สวนโชวกัง (Shougang Park) กรุงปักกิ่ง นับตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา สวนโชวกังได้ถูกกำหนดให้เป็นสถานที่จัดงานถาวรภายใต้รูปแบบ “หนึ่งงาน หนึ่งสถานที่” งานในปีนี้ยังคงใช้ธีมหลักระยะยาวคือ “บริการระดับโลก ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” โดยแนวทางการดำเนินงานประจำปีนี้เน้นที่ “การขยายการเปิดกว้าง การกระชับความร่วมมือ และการขับเคลื่อนนวัตกรรม” ตามการแถลงความคืบหน้าการเตรียมงานของสำนักข่าวซินหัวเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ระบุว่าการเตรียมงานในปีนี้เสร็จสิ้นเกือบสมบูรณ์แล้ว โดยจะมีคณะผู้แทนและผู้ร่วมออกบูธจากกว่า 90 ประเทศและองค์การระหว่างประเทศ พร้อมด้วยบริษัทเข้าร่วมงานกว่า 1,800 แห่ง
นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2012 งาน CIFTIS ได้พัฒนาจนกลายเป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าด้านการค้าบริการแบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในโลก และถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกับงานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติจีน (CIIE) และงานแสดงสินค้านำเข้า-ส่งออกของจีน (งานกวางโจว หรือ Canton Fair) ในฐานะหนึ่งในสามเวทีการค้าเพื่อการเปิดกว้างที่สำคัญที่สุดของจีน งานในแต่ละปีจะผสมผสานทั้งนิทรรศการ การประชุมสุดยอด และฟอรัมต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยส่วนของนิทรรศการครอบคลุม 12 สาขาการค้าบริการสำคัญ ได้แก่ โทรคมนาคม บริการคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ บริการทางการเงิน บริการทางวัฒนธรรม บริการท่องเที่ยว บริการการศึกษา บริการสุขภาพ และบริการทางธุรกิจ เป็นต้น เพื่อฉายภาพความก้าวหน้าล่าสุดของการค้าบริการโลกอย่างรอบด้าน งานในแต่ละปีดึงดูดผู้ซื้อ สถาบันการลงทุน และสมาคมอุตสาหกรรมทั้งจากในและต่างประเทศเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นเวทีครบวงจรที่ผสานทั้งการจัดแสดง การเจรจาธุรกิจ ฟอรัม และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เข้าไว้ด้วยกัน
สวนโชวกังเดิมเป็นเขตอุตสาหกรรมเก่าของกลุ่มบริษัทเหล็กโชวกัง ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปักกิ่ง 2022 ในประเภทบิ๊กแอร์สกีแบบฟรีสไตล์ ก่อนที่จะถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่ผสมผสานทั้งการจัดนิทรรศการ สำนักงาน และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ปัจจุบันได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน CIFTIS ต่อเนื่องมาหลายปี และกลายเป็นกรณีตัวอย่างสำคัญของการปรับเปลี่ยนและยกระดับฐานอุตสาหกรรมเก่าของกรุงปักกิ่ง เป็นการผสมผสานมรดกทางอุตสาหกรรมเข้ากับฟังก์ชันการจัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติได้อย่างลงตัว และดึงดูดผู้ร่วมงานและผู้เข้าชมจำนวนไม่น้อยที่แวะมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
หากพิจารณาตัวเลข จำนวนประเทศและองค์การระหว่างประเทศที่เข้าร่วมเพิ่มขึ้นจาก 85 แห่งในปี 2025 แต่ขนาดการเข้าร่วมของภาคธุรกิจกลับลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนซึ่งมีผู้ร่วมออกบูธแบบออฟไลน์เกือบ 2,000 ราย และแบบออนไลน์ราว 5,600 ราย ดังนั้นคำกล่าวที่ว่างานปีนี้ “ทำสถิติขนาดใหม่” จึงควรพิจารณาอย่างระมัดระวัง คำอธิบายที่แม่นยำกว่าคือ การมีส่วนร่วมระดับนานาชาติขยายตัวขึ้น แม้จำนวนบริษัทที่เข้าร่วมโดยรวมจะลดลงเล็กน้อย ส่วนจำนวนบริษัทในกลุ่มฟอร์จูน 500 และบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมงาน แหล่งข่าวต่างๆ ให้ตัวเลขไม่ตรงกัน คือ 456 แห่ง และ 473 แห่ง ซึ่งทั้งสองตัวเลขต่ำกว่า 480 กว่าแห่งที่ยืนยันไว้ในปี 2025 ตัวเลขที่แน่ชัดยังต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการหลังงานสิ้นสุดลง และยังต้องติดตามต่อไปว่าตัวเลขสุดท้ายจะแตกต่างจากตัวเลขประมาณการในช่วงเตรียมงานหรือไม่
ประเทศแขกผู้มีเกียรติของงานในปีนี้คือนอร์เวย์ นับเป็นครั้งแรกที่นอร์เวย์รับบทบาทนี้ในงาน CIFTIS โดยศาลาแสดงสินค้าของนอร์เวย์มีพื้นที่ประมาณ 260 ตารางเมตร เน้นนำเสนอผลงานด้านพลังงานสะอาด อุตสาหกรรมทางทะเลและโภชนาการ บริการดิจิทัล และสุขภาพ พร้อมทั้งจะมีกิจกรรมส่งเสริมการค้าจีน-นอร์เวย์ควบคู่กันไป ในการเปรียบเทียบ งานในปี 2025 ดึงดูดผู้เข้าชมงานกว่า 250,000 คน และเกิดผลลัพธ์ความร่วมมือกว่า 900 รายการ ก่อนปิดงานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 กันยายนปีเดียวกัน ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ถือเป็นเกณฑ์อ้างอิงสำคัญสำหรับการคาดการณ์ผลของงานในปีนี้
อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานในปีนี้คือการจัดตั้งโซนนิทรรศการ “บริการจีน” เป็นครั้งแรกในพื้นที่จัดแสดงหลัก โดยรวบรวมกรณีศึกษากว่า 140 กรณีจากกว่า 20 มณฑลและเขตปกครอง ครอบคลุม 12 สาขาการค้าบริการสำคัญ พร้อมกันนี้ยังมีการจัดตั้ง “โซนส่งเสริมบริการสำหรับการขยายสู่ต่างประเทศ” เป็นครั้งแรก ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้บริการจับคู่ธุรกิจแบบครบวงจรแก่บริษัทบริการจีนที่ต้องการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ ทั้งสองโซนใหม่นี้ถูกมองว่าเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญในการเน้นย้ำขีดความสามารถในการแข่งขันของ “บริการจีน” และสนับสนุนให้บริษัทจีน “ก้าวออกสู่ตลาดโลก” สะท้อนให้เห็นว่าผู้จัดงานให้ความสำคัญกับผลลัพธ์เชิงพาณิชย์ที่นำไปใช้ได้จริงมากขึ้น มากกว่าที่จะมุ่งเน้นเพียงขนาดของการจัดแสดงเพียงอย่างเดียว
การประชุมสุดยอดการค้าบริการโลก ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเช้าวันที่ 9 กันยายน จะเป็นครั้งแรกที่จัดร่วมโดยการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) และองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์จีนและรัฐบาลกรุงปักกิ่ง ซึ่งการยกระดับนี้ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญของการเพิ่มระดับความเป็นสากลของงานในปีนี้ นอกจากการประชุมสุดยอดแล้ว งานยังจะมีการจัดฟอรัมหัวข้อเฉพาะอีก 15 เวที แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ การผสานความเปิดกว้าง ความร่วมมือแบบวิน-วิน นวัตกรรมดิจิทัล และการพัฒนาสีเขียว รวมถึงการประชุมและฟอรัมอีกราว 100 ครั้ง และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจกว่า 100 ครั้ง ซึ่งในจำนวนนี้มีการจับคู่ธุรกิจเฉพาะทาง 33 ครั้ง แบ่งเป็นการจับคู่รายประเทศ 16 ครั้ง รายมณฑล 6 ครั้ง และรายอุตสาหกรรม 11 ครั้ง ซึ่งความหนาแน่นของตารางกิจกรรมจับคู่ธุรกิจในระดับนี้ถือว่าไม่ค่อยพบเห็นในงานปีก่อนๆ
ผู้จัดงานระบุว่า จะมีบริษัทและหน่วยงานกว่า 80 แห่งเปิดตัวผลงานนวัตกรรมกว่า 180 รายการ ครอบคลุมปัญญาประดิษฐ์ สุขภาพ การส่งออกทางวัฒนธรรม และเทคโนโลยีสีเขียวคาร์บอนต่ำ โดยผลงานที่เกี่ยวข้องกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (AI) และเอเจนต์อัจฉริยะคิดเป็นสัดส่วนเกือบร้อยละ 40 ของผลงานทั้งหมด บริษัทข้ามชาติหลายแห่งยืนยันเข้าร่วมงาน อาทิ วอลมาร์ท ซีเมนส์ อีไล ลิลลี จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน อาลีบาบา ชไนเดอร์ อิเล็คทริค และจีอี เฮลธ์แคร์ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่เคยนำไปใช้งานตามสถานที่สำคัญบางแห่งในกรุงปักกิ่งแล้ว เช่น หุ่นยนต์ซีรีส์ “แคปซูลอวกาศ” ของบริษัท Galaxy General ก็มีแผนจะจัดแสดงผลงานการใช้งานเชิงพาณิชย์เพิ่มเติมภายในงานด้วย นอกจากนี้ ในช่วงงานยังจะมีการเผยแพร่รายงานอุตสาหกรรมหลายฉบับ อาทิ รายงานการพัฒนาการค้าบริการของจีน 2025 รายงานการพัฒนาและความร่วมมือด้านการค้าดิจิทัล 2026 ดัชนีอัจฉริยะดิจิทัลการค้าบริการโลก 2026 และรายงานการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวโลก (2025-2026)
ในภาพรวมเชิงมหภาค มูลค่าการค้าบริการนำเข้า-ส่งออกของจีนในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 3.8 ล้านล้านหยวน (ราว 5.604 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.3 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยการส่งออกบริการขยายตัวถึงร้อยละ 17.6 กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตทางการค้าต่างประเทศโดยรวม CIFTIS ถือเป็นหนึ่งในสามเวทีการค้าเพื่อการเปิดกว้างที่สำคัญที่สุดของจีน และทางการยังได้เชื่อมโยงงานในปีนี้อย่างชัดเจนกับเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 (2026-2030) ที่มุ่งผลักดันให้การค้าสินค้าและการค้าบริการมีน้ำหนักทัดเทียมกันมากขึ้น โดยถูกมองว่าเป็นหน้าต่างสำคัญที่จีนใช้แสดงความมุ่งมั่นในการเปิดกว้างภาคบริการเพิ่มเติม ท่ามกลางกระแสกีดกันทางการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนเดินหน้าผลักดันโครงการนำร่องแบบครบวงจรเพื่อขยายการเปิดกว้างภาคบริการ รวมถึงการปฏิรูปรูปแบบการบริหารจัดการบัญชีรายการข้อห้าม (negative list) สำหรับการค้าบริการข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่นำร่อง อาทิ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และไห่หนาน ได้ทยอยดำเนินมาตรการทดลองที่เกี่ยวข้อง งาน CIFTIS จึงถูกมองว่าเป็นหน้าต่างสำคัญสำหรับติดตามผลของการปฏิรูปดังกล่าว