กลับหน้าหลักเศรษฐกิจ
CIFIT ครั้งที่ 26 เปิดฉากที่เซี่ยเหมิน ใช้ระบบประเทศแขกผู้มีเกียรติคู่ครั้งแรก
งาน CIFIT ครั้งที่ 26 เปิดฉากที่เซี่ยเหมินเมื่อวันที่ 8 กันยายน มีผู้แทนจาก 123 ประเทศและภูมิภาคเข้าร่วม นับเป็นสถิติสูงสุด ขณะที่ผลสำรวจหอการค้าอเมริกันชี้ร้อยละ 45 ของบริษัทที่ตอบแบบสอบถามจัดให้จีนเป็นเป้าหมายการลงทุนอันดับต้นของโลก
งานมหกรรมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศจีน (CIFIT) ครั้งที่ 26 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-11 กันยายน ที่เมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน นับเป็นงานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจัดมา ตามการรายงานของหน่วยงานทางการ อาทิ กระทรวงพาณิชย์จีนและสำนักข่าวซินหัว งานในปีนี้มีคณะผู้แทนจาก 123 ประเทศและภูมิภาคลงทะเบียนเข้าร่วม โดย 60 ประเทศและภูมิภาคได้จัดบูธแสดงสินค้า ถือเป็นการขยายตัวที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ นายฮั่น เจิ้ง รองประธานาธิบดีจีน เข้าร่วมและกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดงาน สะท้อนความสำคัญที่ทางการจีนให้กับเวทีส่งเสริมการลงทุนระดับชาตินี้ ในสุนทรพจน์ ฮั่น เจิ้ง ระบุว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้เน้นย้ำหลายครั้งว่าจีนจะเดินหน้าขยายการเปิดกว้างระดับสูงอย่างไม่หวั่นไหว และเดินหน้าผลักดันการเปิดเสรีและอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่าแม้ปัจจุบันโลกกำลังอยู่ในช่วงความปั่นป่วนและการเปลี่ยนแปลงระลอกใหม่ โดยมีปัจจัยความไม่แน่นอนและความไม่มั่นคงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่แนวโน้มทางประวัติศาสตร์ของการเปิดกว้างและความร่วมมือจะไม่เปลี่ยนแปลง
งานในปีนี้ยังคงใช้ธีมถาวร “ขยายการลงทุนสองทาง ส่งเสริมการพัฒนาโลกร่วมกัน” จัดวางเนื้อหาภายใต้ 3 เสาหลัก ได้แก่ “ลงทุนในจีน” “การลงทุนของจีน” และ “การลงทุนระหว่างประเทศ” งานจัดพื้นที่จัดแสดงเฉพาะทาง 14 โซน รวมพื้นที่จัดแสดงและเจรจาธุรกิจกว่า 200,000 ตารางเมตร นำเสนอพลังการผลิตคุณภาพใหม่ เครือข่ายขนส่งและโลจิสติกส์ “เส้นทางสายไหมทางทะเล” และโอกาสความร่วมมือด้านการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ พร้อมจัดสัมมนาชี้แจงนโยบาย การประชุมวิชาการเฉพาะทาง และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจหลายรายการ เพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงนักลงทุนและบริษัททั้งในและต่างประเทศ ในฐานะงานแสดงสินค้าระดับชาติแห่งเดียวของจีนที่เน้นด้านการลงทุนโดยเฉพาะ CIFIT จัดขึ้นต่อเนื่องทุกปีนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1997 มาจนถึงครั้งที่ 26 ในปีนี้ ถือเป็นหน้าต่างสำคัญในการติดตามทิศทางการดึงดูดการลงทุนต่างชาติและการลงทุนในต่างประเทศของจีน
ในสุนทรพจน์พิธีเปิด ฮั่น เจิ้ง ได้เสนอมาตรการที่เป็นรูปธรรมหลายประการเพื่อรักษาเสถียรภาพการลงทุนต่างชาติและส่งเสริมความร่วมมือในระยะต่อไป โดยระบุว่าจีนได้ดำเนินนโยบายภาษีศุลกากรเป็นศูนย์แบบฝ่ายเดียวให้กับ 63 ประเทศแล้ว ข้อจำกัดด้านการเข้าถึงการลงทุนต่างชาติในภาคการผลิตลดลงเหลือศูนย์แล้ว ขณะที่ภาคบริการอย่างโทรคมนาคมและการแพทย์ก็กำลังขยายการเปิดกว้างอย่างเป็นระบบ โดยจีนจะเดินหน้าผลักดันการเปิดกว้างด้วยตนเองต่อไป พร้อมออกมาตรการเชิงปฏิบัติเพิ่มเติมเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนต่างชาติที่มาลงทุนในจีน คำกล่าวดังกล่าวถูกมองว่าเป็นสัญญาณที่เป็นรูปธรรมของฝ่ายจีนในการตอกย้ำนโยบายรักษาเสถียรภาพการลงทุนต่างชาติและขยายการเปิดกว้าง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสภาพแวดล้อมภายนอกที่เพิ่มขึ้น และกระแสกีดกันการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในบางประเทศ
การเปลี่ยนแปลงใหม่อีกประการของงานปีนี้คือการนำระบบ “ประเทศแขกผู้มีเกียรติคู่” มาใช้เป็นครั้งแรก โดยฟินแลนด์และซาอุดีอาระเบียร่วมกันรับหน้าที่ดังกล่าว แทนที่ธรรมเนียมเดิมที่มักกำหนดประเทศแขกผู้มีเกียรติเพียงประเทศเดียว ถูกมองว่าเป็นความพยายามของ CIFIT ในการขยายความร่วมมือกับภูมิภาคนอร์ดิกและตะวันออกกลาง งานจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจโดยเน้นอุตสาหกรรมเกิดใหม่และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ปัญญาประดิษฐ์ เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ (low-altitude economy) และพลังงานสีเขียวคาร์บอนต่ำ ตัวอย่างโครงการความร่วมมือจีน-ซาอุดีอาระเบียที่โดดเด่นคือ โครงการเอทิลีนกู่เหลย จีน-ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท Saudi Basic Industries Corporation (SABIC) และกลุ่มพลังงานปิโตรเคมีฝูเจี้ยน มูลค่าการลงทุนรวม 4.48 หมื่นล้านหยวน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างอย่างเข้มข้นใกล้เมืองเซี่ยเหมิน และคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเดินเครื่องผลิตได้ภายในปีนี้ กลายเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาโครงการร่วมทุนขนาดใหญ่ที่ถูกเน้นย้ำในงานปีนี้
ข้อมูลผลสำรวจที่เผยแพร่ในช่วงจัดงานสะท้อนให้เห็นระดับความเชื่อมั่นของบริษัทต่างชาติที่มีต่อตลาดจีน ผลสำรวจประจำปี 2026 ของหอการค้าอเมริกันประจำภาคใต้ของจีน (AmCham South China) ระบุว่าร้อยละ 45 ของบริษัทที่ตอบแบบสำรวจจัดให้จีนเป็นเป้าหมายการลงทุนอันดับต้นของโลก และร้อยละ 75 วางแผนที่จะลงทุนเพิ่มในจีนภายในปี 2026 โดยบริษัทสมาชิกที่ตอบแบบสำรวจวางแผนที่จะจัดสรรเงินราว 1.379 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐจากธุรกิจในจีนเพื่อนำไปลงทุนซ้ำในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ตัวเลขดังกล่าวถูกมองว่าเป็นหลักฐานที่เป็นรูปธรรมว่า แม้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนในปัจจุบันยังคงมีความเสียดทานเชิงโครงสร้างอยู่ แต่ความเชื่อมั่นระยะยาวของบริษัทข้ามชาติที่มีต่อตลาดจีนยังคงมั่นคง ผลสำรวจของหอการค้าอเมริกันยังระบุด้วยว่า ความตั้งใจในการลงทุนซ้ำในธุรกิจจีนของบริษัทที่ตอบแบบสำรวจ มีความเกี่ยวโยงอย่างใกล้ชิดกับการยอมรับขนาดตลาดจีน ความสมบูรณ์ของห่วงโซ่อุปทาน และระบบนิเวศนวัตกรรมของจีน แม้บางบริษัทจะแสดงความกังวลต่อความไม่แน่นอนภายนอก เช่น นโยบายภาษีศุลกากรและมาตรการควบคุมการส่งออก แต่บริษัทที่ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่ยังคงมองว่าจีนเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ในการวางแผนธุรกิจระดับโลกของตน มิใช่เพียงฐานการผลิตที่สามารถทดแทนได้ง่าย
งานในปีนี้ยังสะท้อนความเปลี่ยนแปลงล่าสุดของภาพรวมการลงทุนข้ามพรมแดนทั่วโลก ตามรายงานการลงทุนโลก (World Investment Report) ฉบับปี 2026 ระบุว่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทั่วโลกเติบโตร้อยละ 6 ในปี 2025 มีมูลค่ารวม 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่ลดลงต่อเนื่องสองปีก่อนหน้า แต่การฟื้นตัวนี้ยังคงเปราะบางและกระจายตัวไม่ทั่วถึง โดย 20 จุดหมายปลายทางการลงทุนอันดับต้นดูดซับ FDI ทั่วโลกไปมากกว่าร้อยละ 80 ขณะที่อุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์ เช่น โครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ แร่ธาตุสำคัญ และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 44 ของมูลค่าโครงการลงทุนใหม่ (greenfield investment) ทั่วโลก สะท้อนให้เห็นว่าเงินทุนโลกกำลังกระจุกตัวไปยังประเทศและสาขาเทคโนโลยีขั้นสูงจำนวนน้อยรายมากขึ้นเรื่อย ๆ ภายใต้บริบทดังกล่าว การที่จีนจะสามารถรักษาสถานะการเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทาง FDI หลักของโลกต่อไปได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าจีนสามารถมอบสภาพแวดล้อมการลงทุนและระบบสนับสนุนอุตสาหกรรมที่แข่งขันได้ในสาขาอุตสาหกรรมเกิดใหม่เชิงกลยุทธ์ เช่น ปัญญาประดิษฐ์และพลังงานสีเขียวหรือไม่ ซึ่งเป็นเหตุผลเชิงลึกประการหนึ่งที่งานปีนี้กำหนดให้ปัญญาประดิษฐ์ เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ และพลังงานสีเขียวคาร์บอนต่ำ เป็นทิศทางสำคัญของการจับคู่ธุรกิจ
นักวิเคราะห์ระบุว่า ภายใต้บริบทดังกล่าว การที่จีนยังคงส่งสัญญาณขยายการเปิดกว้างและต้อนรับการลงทุนต่างชาติผ่านเวทีอย่าง CIFIT อย่างต่อเนื่อง พร้อมใช้ข้อมูลจากบุคคลที่สาม เช่น ผลสำรวจของหอการค้าอเมริกัน มายืนยันความเชื่อมั่นของบริษัทต่างชาติต่อการลงทุนในจีนนั้น มีความหมายในเชิงปฏิบัติไม่น้อย ด้านหนึ่ง จีนกำลังพยายามรักษาสถานะของตนในแผนที่การลงทุนข้ามพรมแดนโลก เพื่อไม่ให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในกระแสที่เงินทุนกำลังกระจุกตัวไปยังอุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์และจุดหมายปลายทางเพียงไม่กี่แห่ง อีกด้านหนึ่ง การที่งานเน้นธีมอย่างพลังการผลิตคุณภาพใหม่ เส้นทางสายไหมทางทะเล และเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ ก็สะท้อนว่าจีนกำลังพยายามดึงดูดโครงการลงทุนต่างชาติที่มีคุณภาพสูงขึ้นผ่านการยกระดับอุตสาหกรรมและการเชื่อมโยงในภูมิภาค มากกว่าจะมุ่งเน้นเพียงการขยายปริมาณเงินลงทุนที่ไหลเข้าประเทศ
ในฐานะเมืองเจ้าภาพถาวรของ CIFIT เซี่ยเหมินได้จัดงานแสดงสินค้าส่งเสริมการลงทุนระดับชาตินี้ต่อเนื่องมาแล้ว 26 ปี สั่งสมประสบการณ์ด้านการส่งเสริมการลงทุนและการจัดงานแสดงสินค้าไว้อย่างมาก และยังใช้เวทีนี้ยกระดับชื่อเสียงระดับนานาชาติในฐานะเมืองยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมโยงสองฝั่งช่องแคบไต้หวันและเส้นทางสายไหมทางทะเลอย่างต่อเนื่อง งานในปีนี้ปิดฉากลงเมื่อวันที่ 11 กันยายน โดยข้อตกลงการลงทุนที่เป็นรูปธรรมและผลลัพธ์จากการจับคู่ธุรกิจในทิศทางสำคัญ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ และพลังงานสีเขียวคาร์บอนต่ำ คาดว่าจะทยอยถูกนำไปปฏิบัติจริงและเปิดเผยรายละเอียดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ผู้สังเกตการณ์มองว่า ไม่ว่าจะเป็นการนำระบบประเทศแขกผู้มีเกียรติคู่มาใช้ หรือการจัดโซนจัดแสดงที่เน้นอุตสาหกรรมเกิดใหม่ ล้วนสะท้อนว่า CIFIT กำลังพยายามยกระดับตนเองจากเวทีส่งเสริมการลงทุนแบบเดิม ๆ ไปสู่เวทีความร่วมมือด้านการลงทุนแบบครบวงจรที่ผสมผสานทั้งการสื่อสารนโยบาย การจับคู่อุตสาหกรรม และการเจรจากติการะหว่างประเทศเข้าไว้ด้วยกัน