ข่าวด่วน
ไทย-จีนกระชับความร่วมมือท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจีนโตสวนตลาดกว่า 16% แต่ยังต่ำกว่าช่วงก่อนโควิด  ◆  จีนกำหนดประชุมเต็มคณะครั้งที่ 5 ของคณะกรรมการกลางชุดที่ 20 วันที่ 26-29 ต.ค. ที่ปักกิ่ง เน้นวาระปกครองพรรคอย่างเข้มงวด  ◆  จากสัปดาห์หนังจีนที่กัวลาลัมเปอร์ถึงงานมหกรรมวัฒนธรรมเซินเจิ้น: สินค้าวัฒนธรรมจีนบุกตลาดอาเซียนเร่งตัว  ◆  การค้าต่างประเทศจีนทำสถิติใหม่ 39.94 ล้านล้านหยวนในสามไตรมาสแรกปี 2026 โต 18.8%  ◆  งานแสดงสินค้าแคนตันครบ 70 ปี: งานครั้งที่ 140 เปิดฉาก หลี่เฉียงลั่นเพิ่มนำเข้าสินค้าคุณภาพสูง      ไทย-จีนกระชับความร่วมมือท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจีนโตสวนตลาดกว่า 16% แต่ยังต่ำกว่าช่วงก่อนโควิด  ◆  จีนกำหนดประชุมเต็มคณะครั้งที่ 5 ของคณะกรรมการกลางชุดที่ 20 วันที่ 26-29 ต.ค. ที่ปักกิ่ง เน้นวาระปกครองพรรคอย่างเข้มงวด  ◆  จากสัปดาห์หนังจีนที่กัวลาลัมเปอร์ถึงงานมหกรรมวัฒนธรรมเซินเจิ้น: สินค้าวัฒนธรรมจีนบุกตลาดอาเซียนเร่งตัว  ◆  การค้าต่างประเทศจีนทำสถิติใหม่ 39.94 ล้านล้านหยวนในสามไตรมาสแรกปี 2026 โต 18.8%  ◆  งานแสดงสินค้าแคนตันครบ 70 ปี: งานครั้งที่ 140 เปิดฉาก หลี่เฉียงลั่นเพิ่มนำเข้าสินค้าคุณภาพสูง      
欧亚时报
泰国站 · EURASIA TIMES
กลับหน้าหลัก
เศรษฐกิจ
คาดนักท่องเที่ยวจีน 2.5 แสนคนเที่ยวไทยช่วงไหว้พระจันทร์-วันชาติจีน ทำรายได้ 1.15 หมื่นล้านบาท
รายงานโดย 欧亚时报编辑部
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์และวันหยุดยาววันชาติจีนปีนี้ (25 กันยายน-7 ตุลาคม รวม 13 วัน) จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยประมาณ 250,000 คน สร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวให้ไทยราว 11,500 ล้านบาท ตามรายงานของสื่อไทย อาทิ Bangkok Post และ The Star ที่อ้างอิงข้อมูลจาก ททท. ตัวเลขคาดการณ์นี้หมายถึงจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 24 และรายได้เพิ่มขึ้นราวร้อยละ 37 เมื่อเทียบปีต่อปี ถือเป็นการเติบโตที่ค่อนข้างสูง และถูกมองว่าเป็นสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจนของตลาดนักท่องเที่ยวจีน หลังจากซบเซามาระยะหนึ่ง ทาง ททท. ระบุว่าจะใช้โอกาสช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์และวันชาติจีนนี้ เร่งทำการตลาดในตลาดจีนอย่างเข้มข้น เพื่อขยายจำนวนนักท่องเที่ยวจีนในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวสูงสุดครึ่งปีหลัง และกระตุ้นให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ค้าปลีก และการขนส่ง ได้รับประโยชน์ไปพร้อมกัน
ย้อนไปในช่วงกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ความต้องการเดินทางมาไทยของนักท่องเที่ยวจีนเคยอ่อนแรงลงอย่างชัดเจน ตามรายงานก่อนหน้านี้ของสำนักข่าว Nikkei ฉบับภาษาจีนและสื่ออื่น ๆ ระบุว่าในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2025 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาไทยลดลงราวร้อยละ 30 เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมทั้งปีก็ลดลงราวร้อยละ 5 เช่นกัน ภาคอุตสาหกรรมโดยทั่วไปมองว่าเป็นผลจากหลายปัจจัยประกอบกัน ปัจจัยแรกคือ “คดีหวังซิง” ที่เกิดขึ้นต้นปีนี้ ซึ่งนักแสดงจีน หวังซิง ถูกล่อลวงไปบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา และถูกบังคับให้ทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงออนไลน์ เมื่อข่าวนี้ถูกรายงานอย่างแพร่หลาย ก็ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีนที่มีต่อสถานการณ์ความปลอดภัยในไทย จนความกังวลด้านความปลอดภัยกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ฉุดรั้งความต้องการเดินทางมาไทยของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงเวลาหนึ่ง ปัจจัยที่สองคือการที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ ประกอบกับค่าตั๋วเครื่องบินเส้นทางจีน-ไทยและค่าที่พักโรงแรมที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงความได้เปรียบด้านขนาดของทัวร์กรุ๊ปที่ลดลง ยิ่งผลักดันให้ต้นทุนการเดินทางมาไทยที่แท้จริงสูงขึ้นไปอีก ปัจจัยลบเหล่านี้ประกอบกันทำให้ตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้าของไทยต้องเผชิญช่วงซบเซาที่ยาวนานผิดปกติในรอบหลายปี
เทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ตรงกับวันที่ 25-27 กันยายน ซึ่งห่างจากวันหยุดยาววันชาติจีนวันที่ 1-7 ตุลาคมเพียง 3 วันทำการ ทำให้นักท่องเที่ยวจีนจำนวนไม่น้อยเลือกใช้วิธี “ลาเพิ่ม 3 วัน ได้หยุดยาว 13 วัน” เชื่อมสองเทศกาลดั้งเดิมเข้าด้วยกัน ขยายช่วงเวลาการเดินทางออกไปอย่างมาก จากการวิเคราะห์คาดว่าระยะเวลาพำนักเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวจีนในไทยอาจขยายจากเดิมราว 8 วัน เป็นประมาณ 13 วัน เมื่อวันหยุดยาวนานขึ้น การใช้จ่ายและประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวในพื้นที่ก็คาดว่าจะเต็มอิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการกระตุ้นผลประกอบการช่วงไฮซีซันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่พึ่งพาการท่องเที่ยว การช้อปปิ้ง และการรับประทานอาหารเป็นหลัก
การที่เงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินหยวน เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญเบื้องหลังการคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวจีนจะฟื้นตัว มีรายงานว่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับหยวนราวร้อยละ 9.8 เหลืออยู่ที่ราว 4.93 บาทต่อหยวน ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของไทยสำหรับนักท่องเที่ยวจีน และลดต้นทุนโดยเปรียบเทียบของการเดินทาง การช้อปปิ้ง และการใช้จ่ายในไทย ขณะเดียวกัน เที่ยวบินตรงระหว่างจีน-ไทยก็ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง มีรายงานว่าในฤดูกาลบินฤดูหนาวปี 2025-2026 การบินไทยเพิ่มการลงทุนในตลาดจีน โดยกลับมาเปิดเส้นทางบินสู่ฉางซา ฉงชิ่ง และเซี่ยเหมิน เมืองละ 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ส่วนอู่ฮั่นและเซินเจิ้นถูกบรรจุเข้าเครือข่ายเส้นทางบินของการบินไทยเป็นครั้งแรก การเพิ่มขีดความสามารถด้านเที่ยวบินนี้ช่วยรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงวันหยุดยาว นอกจากการบินไทยแล้ว สายการบินหลายแห่งของจีนก็กำลังขยายเส้นทางบินจีน-ไทยอย่างแข็งขันเช่นกัน โดยเที่ยวบินเส้นทางเซินเจิ้น-ภูเก็ต เพิ่มขึ้นเป็น 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์แล้ว สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการในตลาดการบินระหว่างจีน-ไทยกำลังฟื้นตัวและขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป วางรากฐานสำหรับการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวถัดไปและตลอดทั้งปี
เพื่อคว้าโอกาสจากกระแสความต้องการเดินทางในช่วงวันหยุดยาวนี้ ททท. ได้เปิดตัวแคมเปญการตลาดภายใต้ธีม “Amazing Thailand, Mid-Autumn ‘Nihao Month’ 2026” พร้อมมาตรการเรือธงหลายรายการ เพื่อกระตุ้นความสนใจของนักท่องเที่ยวจีนในการเดินทางมาไทยช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์และวันชาติจีนให้มากยิ่งขึ้น ที่น่าสนใจคือ ในช่วงวันหยุดตรุษจีนก่อนหน้านี้ของปีนี้ (15-23 กุมภาพันธ์ รวม 9 วัน) ไทยก็เคยต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนราว 250,000 คนเช่นกัน และจีนครองอันดับตลาดนักท่องเที่ยวใหญ่ที่สุดในช่วงนั้น ซึ่งใกล้เคียงกับจำนวนที่คาดการณ์ไว้สำหรับช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์และวันชาติจีนครั้งนี้ แต่เนื่องจากวันหยุดครั้งนี้ยาวถึง 13 วัน ยาวกว่าช่วงตรุษจีนราวหนึ่งเท่าครึ่ง จึงคาดว่าระยะเวลาพำนักเฉลี่ยและช่องว่างการใช้จ่ายต่อคนจะเต็มอิ่มกว่าเดิม ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อัตราการเติบโตของรายได้ที่คาดการณ์ไว้ (ร้อยละ 37) สูงกว่าอัตราการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยว (ร้อยละ 24) อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้าของไทยในปีนี้ยังไม่ได้ง่ายดายนัก ข้อมูลทางการของไทยระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 29 สิงหาคมปีนี้ ไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมประมาณ 20.81 ล้านคน ลดลงราวร้อยละ 2.97 เมื่อเทียบปีต่อปี แต่รายได้จากการท่องเที่ยวในช่วงเดียวกันยังคงสูงถึงประมาณ 1.007 ล้านล้านบาท สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ “อัตราการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวชะลอตัวลง แต่คุณภาพการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น” โดยในช่วงเวลาเดียวกันนี้ นักท่องเที่ยวจีนซึ่งมีจำนวนราว 3.52 ล้านคน ยังคงครองอันดับตลาดนักท่องเที่ยวใหญ่ที่สุดของไทยอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำว่าความสำคัญของตลาดจีนต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยไม่ได้ลดน้อยลงแต่อย่างใด และยังเป็นเครื่องยืนยันว่าการคาดการณ์การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์และวันชาติจีนครั้งนี้มีพื้นฐานความเป็นจริงรองรับ มิใช่เพียงตัวเลขจากการประชาสัมพันธ์การตลาดเท่านั้น
นักวิเคราะห์ชี้ว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในปีนี้ยังต้องเผชิญปัจจัยลบหลายด้านพร้อมกัน ทั้งเงินบาทที่เคยแข็งค่าขึ้นในบางช่วง ข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา และน้ำท่วมในบางพื้นที่ ซึ่งล้วนมีส่วนทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมลดลงในระดับที่ไม่ค่อยพบเห็นในรอบหลายปี การที่ความต้องการเดินทางในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์และวันชาติจีนถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเข้มข้นในครั้งนี้ ประกอบกับความได้เปรียบด้านราคาจากเงินบาทที่อ่อนค่าลงและขีดความสามารถเที่ยวบินตรงที่เพิ่มขึ้น อาจช่วยให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวได้ในระดับหนึ่งในช่วงครึ่งปีหลัง หากตัวเลขคาดการณ์นักท่องเที่ยวราว 250,000 คนและรายได้ 11,500 ล้านบาทเป็นจริง ก็จะช่วยพยุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่กำลังเผชิญแรงกดดันได้อย่างมาก และยังตอกย้ำสถานะของจีนในฐานะตลาดนักท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของไทยให้มั่นคงยิ่งขึ้น ปีนี้ยังตรงกับวาระครบรอบ 51 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ซึ่งเป็นช่วงที่กิจกรรมแลกเปลี่ยนระดับประชาชนด้านวัฒนธรรม การศึกษา และเศรษฐกิจการค้าระหว่างสองประเทศเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การท่องเที่ยวในฐานะสายสัมพันธ์ที่จับต้องได้ที่สุดระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ การฟื้นตัวของภาคนี้จึงถูกมองอย่างกว้างขวางว่าเป็นดัชนีชี้วัด “อุณหภูมิ” ความสัมพันธ์ไทย-จีนที่สำคัญ นักวิเคราะห์ยังระบุเพิ่มเติมว่า หากไทยสามารถใช้โอกาสจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวนี้ เพื่อปรับปรุงภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง รักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน และคงการเติบโตของขีดความสามารถเที่ยวบินไว้ได้ ก็มีแนวโน้มที่จะผลักดันให้ตลาดนักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัวได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้นทั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้และปีหน้า ซึ่งจะช่วยหนุนการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าและการไปมาหาสู่ของประชาชนทั้งสองประเทศให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แต่หากเกิดเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยในลักษณะเดียวกับ “คดีหวังซิง” ขึ้นอีก แนวโน้มการฟื้นตัวรอบนี้ก็อาจสะดุดลงอีกครั้ง ทำให้ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยยังคงมองสถานการณ์นี้ด้วยความหวังอย่างระมัดระวัง
欧亚时报·泰国站
สื่อข่าวหลายภาษาสำหรับผู้อ่านจีน-ไทย เน้นรายงานเชิงลึกและวิเคราะห์สถานการณ์
© 2026 欧亚时报·泰国站 · Eurasia Times Thailand. สงวนลิขสิทธิ์
นโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไข