กลับหน้าหลักการเมือง
จีน-ไทยฉลอง 51 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต เดินหน้าความร่วมมือเทคโนโลยีและแม่โขง-ล้านช้าง
เนื่องในโอกาสครบรอบ 51 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย ททท. เปิดฉากเฉลิมฉลองตรุษจีน ก่อนที่รัฐบาลทั้งสองประเทศจะออกแถลงการณ์ร่วมกระชับความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ อวกาศ พลังงานสะอาด และกลไกแม่โขง-ล้านช้าง
ปี 2026 ถือเป็นปีที่ 51 นับตั้งแต่จีนและไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ เนื่องในโอกาสสำคัญนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองชุด 'Amazing Thailand' ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ขณะที่ในการเยือนจีนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยที่ตามมา รัฐบาลทั้งสองประเทศได้ออกแถลงการณ์ร่วมประกาศกระชับความร่วมมือในหลายสาขาแนวหน้า อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ เศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยีอวกาศ สาธารณสุข การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และพลังงานสะอาด พร้อมทั้งย้ำจุดยืนที่จะเสริมสร้างการประสานงานอย่างใกล้ชิดภายใต้กลไกความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง และกรอบความร่วมมืออาเซียน-จีนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันสร้าง 'ประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน'
ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทยมีจุดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975) เมื่อ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีไทยในขณะนั้น และโจว เอินไหล นายกรัฐมนตรีจีน ได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตที่กรุงปักกิ่ง แถลงการณ์ร่วมฉบับนี้ซึ่งประกอบด้วยเนื้อหา 10 ข้อ ได้กำหนดจุดยืนที่ชัดเจนในประเด็นอำนาจอธิปไตยของชาติ นโยบายสัญชาติเดียว การไม่แทรกแซงกิจการภายใน และหลักการ 'จีนเดียว' โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันว่าประชาชนของแต่ละประเทศเท่านั้นที่มีสิทธิเลือกระบบการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของตนเอง โดยปราศจากการแทรกแซงจากภายนอก ในขณะนั้นไทยกำลังเผชิญแรงกดดันด้านความมั่นคงจากการเคลื่อนไหวติดอาวุธของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ขณะเดียวกันก็ยังคงมีความใกล้ชิดทางการทูตกับฝ่ายตะวันตกมาอย่างยาวนาน คึกฤทธิ์ซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลผสมเสียงข้างน้อยในขณะนั้น ได้ตัดสินใจผลักดันการสถาปนาความสัมพันธ์กับจีนท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าว ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของนโยบายต่างประเทศไทย ภายหลังการสถาปนาความสัมพันธ์ จีนได้ยุติการสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ส่งผลให้สถานการณ์ความมั่นคงภายในประเทศไทยผ่อนคลายลง และเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ
ตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ความสัมพันธ์จีน-ไทยได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์โลกมาโดยตลอด แต่ยังคงรักษาแนวโน้มการพัฒนาที่มั่นคงโดยรวม ตามการแถลงอย่างเป็นทางการของทั้งสองรัฐบาล มูลค่าการค้าทวิภาคีได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่า 6,000 เท่า นับจากช่วงแรกเริ่มของการสถาปนาความสัมพันธ์ โดยจีนยังคงเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทยติดต่อกันมาหลายปี ในปี 2022 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นประวัติศาสตร์ ซึ่งในโอกาสนั้นทั้งสองฝ่ายได้กำหนดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในการสร้าง 'ประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน' นับแต่นั้นมา การแลกเปลี่ยนระดับสูงระหว่างสองประเทศมีความถี่มากขึ้น ขณะที่ความร่วมมือได้ขยายจากด้านการค้าและการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม ไปสู่สาขาใหม่ ๆ อย่างนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัล
เนื่องในโอกาสครบรอบ 51 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ททท. ได้เปิดตัวกิจกรรม 'Amazing Thailand Chinese New Year 2026' ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ภายใต้ธีม 'ปีมะเมียทอง' ตามปฏิทินจันทรคติ พร้อมเป็นการเชิดชูมิตรภาพจีน-ไทยที่สืบเนื่องมากว่าครึ่งศตวรรษ กิจกรรมนี้จัดขึ้นในสองพื้นที่หลัก ได้แก่ กรุงเทพมหานครและอำเภอหาดใหญ่ ในกรุงเทพฯ ททท. ร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กรุงเทพมหานคร เขตสัมพันธวงศ์ สยามพารากอน และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดงานประดับไฟเฉลิมฉลองขนาดใหญ่บนถนนเยาวราช ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ถึง 1 มีนาคม ทุกคืนเวลา 18.00-23.00 น. ภายใต้ธีม 'รับโชคลาภ ร่วมสร้างอนาคต' (Ride the Fortune, Share the Future) ที่หาดใหญ่ทางภาคใต้ ททท. จัดงาน 'Amazing Thailand Chinese New Year 2026 @ HATYAI' ระหว่างวันที่ 17-20 กุมภาพันธ์ ภายใต้แนวคิด 'ความรุ่งโรจน์แห่งหาดใหญ่' (Glory of HATYAI) มีการแสดงจากมณฑลฝูเจี้ยน การเชิดสิงโต การแสดงกายกรรม และการแสดงแสงไฟยามค่ำคืน คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกว่า 50,000 คน นอกจากนี้ ขบวนแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ ที่จังหวัดนครสวรรค์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-21 กุมภาพันธ์ พร้อมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องในจังหวัดสุพรรณบุรีในช่วงเวลาเดียวกัน ททท. ยังได้เดินหน้าแคมเปญการตลาด 'จงไท่อี้เจียชิน — จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน' ควบคู่ไปกับการจับมือกับบริษัทนำเที่ยวและแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ จัดโปรโมชันร่วมกันตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคม เพื่อกระตุ้นความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนมาไทยในช่วงเทศกาลตรุษจีน
ในเดือนกรกฎาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ได้เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม ตามคำเชิญของนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งถือเป็นการเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง โดยระหว่างการเยือนได้เข้าร่วมการประชุมเวิลด์เอไอคอนเฟอเรนซ์และการประชุมระดับสูงว่าด้วยธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์โลก ประจำปี 2026 และได้พบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ภายหลังการเยือน รัฐบาลทั้งสองประเทศได้ออก 'แถลงการณ์ร่วมระหว่างรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนและรัฐบาลราชอาณาจักรไทยว่าด้วยการสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน' เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม โดยย้ำถึงพันธสัญญาที่ได้ตั้งไว้ในการเยือนไทยของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อปี 2022 ในการสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน
ตามแถลงการณ์ร่วมดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะกระชับความร่วมมือในสาขาแนวหน้า อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ยานยนต์สมัยใหม่ อาหารแห่งอนาคต เทคโนโลยีอวกาศและการบินอวกาศ เทคโนโลยีควอนตัม พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมชีวภาพ พร้อมทั้งใช้กลไกคณะกรรมการร่วมด้านความร่วมมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของทั้งสองประเทศ เพื่อประสานนโยบายด้านนวัตกรรมให้สอดคล้องกันมากขึ้น และขยายความร่วมมือในด้านสุขภาพและชีวิต ข้อมูลภูมิสารสนเทศ การใช้เทคโนโลยีเพื่อขจัดความยากจน เทคโนโลยีการเกษตร และวัสดุขั้นสูง ระหว่างการเยือน ทั้งสองฝ่ายยังได้ลงนามในเอกสารความร่วมมือครอบคลุมด้านการค้า การเกษตร ศุลกากร วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การศึกษาด้านปัญญาประดิษฐ์ การบินและอวกาศ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การป้องกันการฟอกเงิน ตลอดจนสื่อมวลชน ในแถลงการณ์ ฝ่ายไทยได้แสดงความยินดีต่อความสำเร็จของจีนในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเวิลด์เอไอคอนเฟอเรนซ์และการประชุมระดับสูงว่าด้วยธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์โลกประจำปี 2026 และยินดีต่อข้อริเริ่มของจีนในการจัดตั้ง 'องค์การความร่วมมือปัญญาประดิษฐ์โลก'
ในด้านความร่วมมือระดับภูมิภาค แถลงการณ์ร่วมยืนยันว่าจีนและไทยดำรงตำแหน่งประธานร่วมของกลไกความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (LMC) ในปัจจุบัน โดยทั้งสองฝ่ายจะประสานงานร่วมกับประเทศสมาชิกอื่น ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม เพื่อผลักดันให้มีการประชุมผู้นำ LMC ครั้งที่ 5 โดยเร็ว พร้อมทั้งกระชับความร่วมมือระดับภูมิภาคในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การเชื่อมโยงคมนาคม เศรษฐกิจชายแดน นวัตกรรมทางเทคโนโลยี และเศรษฐกิจดิจิทัล ตลอดจนร่วมกันรับมือปัญหามลพิษทางอากาศข้ามพรมแดน ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม และอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งสองฝ่ายยังให้คำมั่นที่จะผลักดันแนวเขตพัฒนาเศรษฐกิจแม่โขง-ล้านช้าง และยกระดับกลไก LMC สู่ 'เวอร์ชัน 2.0' ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองที่กรุงปักกิ่งเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี การประชุมผู้นำ LMC ครั้งแรก โดยฝ่ายจีนเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองกว่า 170 งาน ขณะที่กิจกรรม 'สัปดาห์ความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง 2026' ก็จัดขึ้นพร้อมกันในประเทศไทยเช่นกัน นอกจากนี้ แถลงการณ์ร่วมยังระบุว่าจีนและไทยจะเสริมสร้างการประสานงานในเวทีพหุภาคีต่าง ๆ อาทิ สหประชาชาติ องค์การการค้าโลก เอเปค การประชุมความร่วมมือแห่งเอเชีย (ACD) ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) และยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS)
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ปี 2026 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 51 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย เทศกาลตรุษจีน และการเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปีนี้ของนายกรัฐมนตรีไทย ทำให้สามประเด็นหลัก ได้แก่ การท่องเที่ยว การค้า และความร่วมมือด้านเทคโนโลยี มาบรรจบและเสริมกันภายในปีเดียว จากงานประดับไฟเฉลิมฉลองบนถนนเยาวราชในกรุงเทพฯ ไปจนถึงรายการความร่วมมือด้านเทคโนโลยีในแถลงการณ์ร่วมของทั้งสองรัฐบาล และความร่วมมือที่ลึกซึ้งขึ้นอย่างต่อเนื่องภายใต้กลไกแม่โขง-ล้านช้าง ความสัมพันธ์จีน-ไทยกำลังขยายตัวจากความร่วมมือด้านการค้าและการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม ไปสู่หุ้นส่วนความร่วมมือรอบด้านที่ครอบคลุมเทคโนโลยีแนวหน้า อาทิ ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีอวกาศ สำหรับประเทศไทย การกระชับความร่วมมือกับจีนอย่างต่อเนื่องไม่เพียงช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวขาเข้าและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจท้องถิ่น แต่ยังเป็นจุดยืนใหม่ให้ไทยมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นภายใต้กรอบความร่วมมือพหุภาคีในระดับภูมิภาคอีกด้วย