ข่าวด่วน
ฟิวเจอร์สเชื่อมผืนนาสู่โลก: คณะสื่อจีนโพ้นทะเลเยือนตลาดซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ต้าเหลียน  ◆  งานแสดงสินค้าเจ้อเจียงเปิดฉากที่กรุงเทพฯ ต่อเนื่องปีที่ 4 เชื่อมโยงการค้าจีน-ไทย  ◆  งานแสดงสินค้าเจ้อเจียงในกรุงเทพฯ ชูจุดแข็งพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีดิจิทัล เชื่อมโยงอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ไทย  ◆  ข่าวลือ “สีจิ้นผิงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง” ถูกพิสูจน์ว่าไม่เป็นความจริง ยังคงร่วมประชุมตามกำหนดการ  ◆  สีจิ้นผิงเสนอความร่วมมือ AI แบบเปิดที่ประชุมสุดยอดบริกส์ พร้อมเรียกร้องสันติภาพตะวันออกกลาง      ฟิวเจอร์สเชื่อมผืนนาสู่โลก: คณะสื่อจีนโพ้นทะเลเยือนตลาดซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ต้าเหลียน  ◆  งานแสดงสินค้าเจ้อเจียงเปิดฉากที่กรุงเทพฯ ต่อเนื่องปีที่ 4 เชื่อมโยงการค้าจีน-ไทย  ◆  งานแสดงสินค้าเจ้อเจียงในกรุงเทพฯ ชูจุดแข็งพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีดิจิทัล เชื่อมโยงอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ไทย  ◆  ข่าวลือ “สีจิ้นผิงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง” ถูกพิสูจน์ว่าไม่เป็นความจริง ยังคงร่วมประชุมตามกำหนดการ  ◆  สีจิ้นผิงเสนอความร่วมมือ AI แบบเปิดที่ประชุมสุดยอดบริกส์ พร้อมเรียกร้องสันติภาพตะวันออกกลาง      
欧亚时报·泰国站
欧亚时报
泰国站 · EURASIA TIMES
กลับหน้าหลัก
ต่างประเทศ
51 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย: จากการเปิดสัมพันธ์สู่จุดเริ่มต้นใหม่แห่ง “50 ปีทองคำ”
รายงานโดย 欧亚时报编辑部
วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 จีนและไทยครบรอบ 51 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 1975 นายโจวเอินไหล นายกรัฐมนตรีจีน และ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีไทย ได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทยอย่างเป็นทางการที่กรุงปักกิ่ง ทำให้ทั้งสองประเทศยุติสภาวะห่างเหินทางการทูตที่ดำเนินมาหลายสิบปีอันเป็นผลมาจากบรรยากาศสงครามเย็นในภูมิภาค และเปิดบทใหม่แห่งการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคีให้เป็นปกติ ตลอดกว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา จีนและไทยได้สร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในหลายด้าน ทั้งความไว้วางใจทางการเมือง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้า และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม จนกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ทางการเรียกว่า “จีน-ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ซึ่งถือเป็นแบบอย่างหนึ่งของความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย นายจาง เจี้ยนเว่ย ได้เผยแพร่บทความในนามของตนเองในสื่อไทยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ชื่อบทความ “ยืนอยู่บนจุดเริ่มต้นใหม่ ก้าวเดินบนเส้นทางใหม่ให้มั่นคง” โดยกำหนดให้ปี 2026 เป็นจุดเริ่มต้นของ “50 ปีทองคำ” ครั้งใหม่ของความสัมพันธ์จีน-ไทย บทความระบุว่าปี 2026 ตรงกับปีแรกของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจีนฉบับที่ 15 ซึ่งเป็นจุดที่ทั้งสองประเทศยืนอยู่บนหมุดหมายประวัติศาสตร์ครบรอบครึ่งศตวรรษของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต จำเป็นต้องกำหนดทิศทางและวางพื้นฐานที่มั่นคงสำหรับความร่วมมือในระยะต่อไป สื่อกระแสหลักของไทยก็ตีพิมพ์บทความระบุว่าความสัมพันธ์จีน-ไทยเป็น “แบบอย่างของการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศรูปแบบใหม่” ซึ่งยืนยันแนวทางการปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพซึ่งกันและกันและผลประโยชน์ที่เท่าเทียมกันระหว่างสองประเทศ และเห็นว่ารูปแบบความสัมพันธ์เช่นนี้ควรเป็นแบบอย่างให้ประเทศอื่น ๆ นำไปปรับใช้
ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้า จีนครองสถานะคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยต่อเนื่องมาหลายปี ขณะที่ไทยก็เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนสำคัญของจีนในกลุ่มอาเซียน ตามข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ มูลค่าการค้าทวิภาคีระหว่างจีนกับไทยในปี 2024 อยู่ที่ประมาณ 1.3398 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 6.1% จากปีก่อนหน้า ส่วนในปี 2025 ไทยส่งออกไปจีนมูลค่าประมาณ 3.972 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่นำเข้าจากจีนมูลค่าประมาณ 1.0762 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โครงการความร่วมมือที่เป็นสัญลักษณ์ระหว่างสองประเทศ คือ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ซึ่งเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของยุทธศาสตร์ “หนึ่งแถบหนึ่งทาง” ของจีนในประเทศไทย แม้โครงการนี้จะประสบความล่าช้าหลายครั้งในอดีต แต่ทั้งสองฝ่ายระบุว่าจะเร่งผลักดันให้เส้นทางช่วงนี้มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมภายในปี 2026 ส่วนเป้าหมายที่จะขยายเส้นทางทั้งสายไปจนถึงจังหวัดหนองคายทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยนั้น คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 2031 นอกจากนี้ จีนและไทยยังเป็นสมาชิกร่วมกันของความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2022 และได้กลายเป็นกลไกเชิงสถาบันที่ช่วยลดภาษีและขยายการเข้าถึงตลาดระหว่างสองประเทศเพิ่มเติม
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย ได้เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองฝ่ายได้ออกแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือทางยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน มุ่งสู่อนาคตและยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อผลักดันการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีน-ไทยที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนยิ่งขึ้น โดยย้ำว่าทั้งสองประเทศเป็น “เพื่อนบ้านที่ดี ญาติที่ดี และหุ้นส่วนที่ดี” ที่เคารพ ช่วยเหลือ และเข้าใจกันบนวิสัยทัศน์ร่วม พร้อมเห็นพ้องเร่งหารือ “แผนปฏิบัติการร่วมภายใต้แผนพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าจีน-ไทย ระยะ 5 ปี (2025-2029)” เพื่อกระชับความร่วมมือด้านความสามารถในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ พลังงานสะอาด เศรษฐกิจดิจิทัล และการพัฒนาสีเขียว แถลงการณ์ร่วมฉบับนี้ ประกอบกับกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตที่ตามมา ได้กลายเป็นพื้นฐานเชิงนโยบายสำคัญที่ผลักดันความสัมพันธ์จีน-ไทยเข้าสู่ระยะใหม่ในปัจจุบัน
การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมถือเป็นองค์ประกอบที่มีฐานประชาชนแน่นแฟ้นที่สุดในความสัมพันธ์จีน-ไทย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีนได้สร้างกลไกความร่วมมือระยะยาว ซึ่งในปีนี้ความร่วมมือดังกล่าวดำเนินมาครบ 22 ปี โดยฝ่ายไทยได้ผนวกงานเฉลิมฉลอง “เทศกาลตรุษจีนสุขสันต์” ปี 2026 ที่จัดขึ้นสองพื้นที่หลัก คือ กรุงเทพมหานคร และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เข้ากับการฉลองครบรอบ 51 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังประกาศแผนจัดงานอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วจากจีนมาประดิษฐานให้สักการะในประเทศไทยอีกครั้งภายในปี 2026 เพื่อสืบสานธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนทางพระพุทธศาสนาระหว่างสองประเทศ ซึ่งการอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วมาประดิษฐานในไทยแต่ละครั้งถือเป็นกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมที่ได้รับความสนใจและมีผู้เข้าร่วมสักการะเป็นจำนวนมากจากประชาชนชาวไทยเสมอมา
พื้นฐานทางความรู้สึกที่แน่นแฟ้นระหว่างประชาชนจีนกับไทยยังเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มชาวไทยเชื้อสายจีนจำนวนมากในประเทศไทย โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีประชากรเชื้อสายจีนมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการประมาณการว่าประชากรที่มีเชื้อสายจีนหรือสืบเชื้อสายจีนคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรไทยทั้งหมด ในทางประวัติศาสตร์ ผู้อพยพจากมณฑลฝูเจี้ยนและกวางตุ้งได้หลอมรวมเข้ากับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน จนก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมจีน-ไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเป็นพื้นฐานทางประวัติศาสตร์และมนุษยศาสตร์ที่ลึกซึ้งเบื้องหลังคำกล่าวที่ว่า “จีน-ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” นอกจากนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จเยือนจีนมาแล้วหลายสิบครั้งตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทรงศึกษาภาษาจีนอย่างต่อเนื่องและทรงแปลวรรณกรรมจีนหลายเรื่อง ทรงได้รับการยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์สำคัญของการแลกเปลี่ยนไมตรีทั้งในระดับราชวงศ์และระดับประชาชนระหว่างไทยกับจีน
การศึกษาและการแลกเปลี่ยนด้านภาษาถือเป็นพื้นฐานสำคัญของความร่วมมือด้านมนุษยศาสตร์ระหว่างจีนและไทย ปัจจุบันสถาบันขงจื๊อที่จัดตั้งขึ้นจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยจีนกับมหาวิทยาลัยไทยมีมากกว่า 10 แห่งกระจายอยู่ในหลายจังหวัดของไทย ดำเนินการสอนภาษาจีน จัดสอบวัดระดับภาษาจีน และจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีจำนวนสถาบันขงจื๊อมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามรายงานที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาภาษาจีนได้แทนที่ภาษาญี่ปุ่นและกลายเป็นภาษาต่างประเทศที่นักเรียนไทยเลือกเรียนมากเป็นอันดับสอง รองจากภาษาอังกฤษ ซึ่งสะท้อนถึงความกระตือรือร้นอย่างต่อเนื่องของสังคมไทยต่อการเรียนภาษาจีนและการแลกเปลี่ยนกับจีน
ด้านการท่องเที่ยว จีนเป็นตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้าอันดับหนึ่งของไทยมาอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงหลังจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยจะปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดในปี 2019 ที่ประมาณ 11 ล้านคน อันเป็นผลจากหลายปัจจัย โดยคาดการณ์ว่าปี 2025 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยประมาณ 6.5-7 ล้านคน แต่จีนก็ยังคงเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้าที่สำคัญที่สุดของไทย ในขณะเดียวกัน เมื่อการเดินทางไปมาระหว่างจีนกับไทยสะดวกสบายยิ่งขึ้น จีนก็กลายเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งที่คนไทยเลือกเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ แซงหน้าตลาดที่นิยมมาแต่เดิมอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ สะท้อนแนวโน้มการท่องเที่ยวสองทางที่มีความสมดุลมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2024 เป็นต้นมา นโยบายยกเว้นการตรวจลงตราแบบถาวรระหว่างจีนกับไทยมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ประชาชนทั้งสองประเทศที่ถือหนังสือเดินทางธรรมดาสามารถเดินทางเข้าประเทศอีกฝ่ายได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ซึ่งมาตรการอำนวยความสะดวกนี้ก็ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยเชิงสถาบันที่สำคัญที่ทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายจีนต่างพูดถึงบ่อยครั้ง ในการช่วยผลักดันการเดินทางไปมาระหว่างประชาชนและกระชับความสัมพันธ์ระดับประชาชนของทั้งสองประเทศในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ในบรรดาความสัมพันธ์ไมตรีระดับประชาชนระหว่างจีนกับไทย “การทูตแพนด้า” ถือเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดอย่างหนึ่ง ในปี 2003 จีนได้ให้ไทยยืมแพนด้ายักษ์ “ช่วงช่วง” และ “หลินฮุ่ย” ไปจัดแสดงที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ต่อมาในปี 2009 หลินฮุ่ยได้ให้กำเนิดลูกแพนด้า “หลินปิง” ซึ่งกลายเป็นที่สนใจของคนไทยทั่วประเทศในช่วงเวลานั้น และทำให้การจัดแสดงแพนด้ากลายเป็นหนึ่งในโครงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่เป็นตัวแทนความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างสองประเทศได้อย่างลึกซึ้งที่สุด ซึ่งจนถึงปัจจุบันก็ยังมักถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงโดยทางการและสื่อของทั้งสองประเทศเมื่อย้อนรำลึกถึงความสัมพันธ์จีน-ไทย
ในบรรดากิจกรรมเฉลิมฉลองมากมาย “เทศกาลดนตรีนานาชาติกำแพงเมืองจีนปักกิ่ง 2026” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-11 กันยายนที่ผ่านมาในกรุงปักกิ่ง ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ โดยมีนายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนแห่งประเทศไทย (TCCRC) เป็นหัวหน้าคณะ พร้อมด้วยคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (Thailand Philharmonic Orchestra) และคณะ นำศิลปินและนักดนตรีไทยกว่า 100 คนเดินทางไปยังบริเวณกำแพงเมืองจีนป้าต้าหลิ่ง (Badaling) ในกรุงปักกิ่งเป็นการเฉพาะ เพื่อร่วมแสดงในคอนเสิร์ต “จีน-ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” โดยนำเสนอดนตรีดั้งเดิมและสมัยใหม่ของทั้งสองประเทศบนเวทีเดียวกัน เป็นของขวัญเฉลิมฉลองครบรอบ 51 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ
นักวิเคราะห์มองว่า กิจกรรมทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ตั้งแต่การอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วมาประดิษฐาน คอนเสิร์ตที่กำแพงเมืองจีน ไปจนถึงงานเฉลิมฉลองตรุษจีน สะท้อนให้เห็นว่านอกเหนือจากกรอบความร่วมมือระดับทางการแล้ว จีนและไทยยังคงเสริมสร้างพื้นฐานทางสังคมของความสัมพันธ์ทวิภาคีอย่างต่อเนื่องผ่านการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในระดับประชาชน เมื่อความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศก้าวเข้าสู่ยุค “50 ปีทองคำ” ครั้งใหม่ ความร่วมมือระหว่างจีนและไทยในด้านเศรษฐกิจการค้า การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม มีแนวโน้มจะลึกซึ้งยิ่งขึ้นต่อไป และเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ให้ความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศพัฒนาอย่างมั่นคงในระยะยาว โดยความสัมพันธ์จีน-ไทยจะยังคงถูกทางการทั้งสองประเทศมองว่าเป็นตัวอย่างอ้างอิงสำคัญของการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป
欧亚时报·泰国站
欧亚时报·泰国站
สื่อข่าวหลายภาษาสำหรับผู้อ่านจีน-ไทย เน้นรายงานเชิงลึกและวิเคราะห์สถานการณ์
© 2026 欧亚时报·泰国站 · Eurasia Times Thailand. สงวนลิขสิทธิ์
นโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไข