ในเดือนกันยายน 2026 ภาคเทคโนโลยีของจีนเข้าสู่ช่วงกิจกรรมด้านนวัตกรรมที่หนาแน่น โดยเดือนแห่งการเผยแพร่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ภายใต้แนวคิด “เทคโนโลยีเปลี่ยนชีวิต นวัตกรรมชนะอนาคต” เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 1 กันยายน ขณะเดียวกัน งานมหกรรมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศของจีน ครั้งที่ 26 (CIFIT) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-11 กันยายน ที่เมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน เป็นเวทีจัดแสดงความสำเร็จด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เศรษฐกิจระดับความสูงต่ำ และเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานรูปแบบใหม่ ดึงดูดคณะผู้แทนภาครัฐและภาคธุรกิจกว่า 1,200 คณะ จาก 129 ประเทศและเขตปกครอง และองค์กรระหว่างประเทศ 30 แห่ง ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ สถาบันยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีนได้เผยแพร่รายงานล่าสุดในการประชุมฟอรัมนวัตกรรมผู่เจียง 2026 ระบุว่าเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เจียงซู กวางตุ้ง เจ้อเจียง และเทียนจิน ยังคงเป็นหกมณฑล/เทศบาลที่มีระดับนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยรวมสูงสุดของประเทศ ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนถึงยุทธศาสตร์ของจีนที่เร่งผสานนวัตกรรมทางเทคโนโลยีกับนวัตกรรมทางอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน
ตามการแถลงอย่างเป็นทางการ เดือนแห่งการเผยแพร่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ปี 2026 จัดขึ้นทั่วประเทศเป็นเวลาหนึ่งเดือนตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ภายใต้แนวคิด “เทคโนโลยีเปลี่ยนชีวิต นวัตกรรมชนะอนาคต” กิจกรรมแบ่งออกเป็นหกด้านหลัก ครอบคลุมกิจกรรมหลักระดับประเทศ กิจกรรมเผยแพร่ความรู้สู่ระดับท้องถิ่น และเนื้อหาดิจิทัล โดยจัดกิจกรรมหลักที่ศูนย์เผยแพร่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจีน และสวนโอลิมปิก แคมเปญเผยแพร่ความรู้ระดับประเทศนี้เกิดขึ้นสอดคล้องกับงาน CIFIT ที่จัดขึ้นตามมาไม่นาน ทำให้ “นวัตกรรม” กลายเป็นคำสำคัญของปฏิทินวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจีนในเดือนกันยายน และเปิดโอกาสให้สาธารณชนเข้าใจอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์และเศรษฐกิจระดับความสูงต่ำมากขึ้น
งาน CIFIT ครั้งที่ 26 จัดโดยกระทรวงพาณิชย์ของจีน ระหว่างวันที่ 8-11 กันยายน ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนานาชาติเซี่ยเหมิน ถือเป็นงานแสดงสินค้าระดับชาติเพียงงานเดียวของจีนที่มีธีมเรื่องการลงทุนโดยเฉพาะ งานครั้งนี้มีพื้นที่จัดแสดงรวม 200,000 ตารางเมตร เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนราว 80,000 ตารางเมตร หรือเพิ่มขึ้นกว่า 60% แบ่งเป็น 14 โซนจัดแสดงเฉพาะทาง มีกิจกรรมตามธีมรวม 46 รายการ และกิจกรรมโรดโชว์โครงการ 52 ครั้ง เป็นครั้งแรกที่งานนี้ใช้รูปแบบ “ประเทศแขกกิตติมศักดิ์คู่ มณฑลแขกกิตติมศักดิ์คู่” โดยฟินแลนด์และซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศแขกกิตติมศักดิ์ ส่วนกวางตุ้งและชิงไห่เป็นมณฑลแขกกิตติมศักดิ์ ข้อมูลทางการระบุว่ามีคณะผู้แทนภาครัฐและภาคธุรกิจกว่า 1,200 คณะ จาก 129 ประเทศและเขตปกครอง และองค์กรระหว่างประเทศ 30 แห่ง เข้าร่วมงาน โดยมีผู้เข้าร่วมด้านธุรกิจในพื้นที่จัดงานรวมกว่า 100,000 คน ถือเป็นขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของงาน
จุดเด่นสำคัญของ CIFIT ครั้งนี้คือการจัดแสดงความสำเร็จล่าสุดในอุตสาหกรรมเกิดใหม่เชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ เศรษฐกิจระดับความสูงต่ำ และการกักเก็บพลังงานรูปแบบใหม่ “เศรษฐกิจระดับความสูงต่ำ” หมายถึงอุตสาหกรรมเกิดใหม่ที่อาศัยอากาศยานบินระดับต่ำ เช่น โดรน และอากาศยานไฟฟ้าขึ้นลงทางดิ่ง (eVTOL) ในการขนส่งโลจิสติกส์ การขนส่งทางอากาศในเมือง และการช่วยเหลือฉุกเฉิน งานนี้จัดโซนพิเศษแสดงแพลตฟอร์มโลจิสติกส์โดรน ต้นแบบ eVTOL สำหรับผู้โดยสาร และหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์แบบมีร่างกาย ส่วน “การกักเก็บพลังงานรูปแบบใหม่” ครอบคลุมเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานเคมีไฟฟ้ารุ่นใหม่ เช่น แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนและโซเดียมไอออน ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการเชื่อมต่อพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่เข้ากับโครงข่ายไฟฟ้าและรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า บริษัทที่เข้าร่วมงานสาธิตระบบกักเก็บพลังงานที่ทำงานร่วมกับพลังประมวลผล AI และไฟฟ้าสีเขียว นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงรถขนส่งไร้คนขับ แพลตฟอร์มคลาวด์คอมพิวติ้ง และโรงงานอัจฉริยะ ซึ่งสะท้อนแนวทางล่าสุดของ “กำลังผลิตคุณภาพใหม่” ของจีนในด้านปัญญาประดิษฐ์ เศรษฐกิจระดับความสูงต่ำ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ และการประหยัดพลังงานสีเขียว
ขนาดของการเข้าร่วมจากต่างประเทศในงาน CIFIT ครั้งนี้ถือเป็นหน้าต่างสำคัญที่สะท้อนทิศทางการเปิดประเทศของจีน จำนวนคณะผู้แทนจาก 129 ประเทศและเขตปกครอง องค์กรระหว่างประเทศ 30 แห่ง และคณะผู้แทนภาครัฐและภาคธุรกิจกว่า 1,200 คณะ ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากครั้งก่อน แสดงให้เห็นว่าแม้รูปแบบการค้าโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง หลายประเทศยังคงเห็นความน่าสนใจในตลาดและซัพพลายเชนอุตสาหกรรมของจีน นักวิเคราะห์ชี้ว่าท่ามกลางความไม่แน่นอนของสภาพแวดล้อมภายนอกที่เพิ่มขึ้น หลายประเทศเลือกใช้เวทีอย่าง CIFIT เพื่อแสวงหาความร่วมมือด้านการลงทุนและเทคโนโลยีกับจีน ซึ่งสะท้อนทั้งผลของนโยบายเปิดประเทศเชิงสถาบันของจีนที่ยังดำเนินต่อไป และความสนใจของทุนโลกที่มีต่อศักยภาพการเติบโตของอุตสาหกรรมเกิดใหม่เชิงยุทธศาสตร์ของจีน
ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับงานแสดงสินค้า ดัชนีสำคัญอีกตัวหนึ่งที่ใช้ติดตามนวัตกรรมทางเทคโนโลยีของจีนก็ถูกเผยแพร่เช่นกัน เมื่อวันที่ 11 กันยายน สถาบันยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน ได้เผยแพร่ “รายงานประเมินนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับภูมิภาคของจีน 2026” ในการประชุมฟอรัมนวัตกรรมผู่เจียง 2026 ทั้งนี้ต้องระบุให้ชัดเจนว่าหน่วยงานที่เผยแพร่รายงานฉบับนี้คือสถาบันดังกล่าวซึ่งอยู่ภายใต้ระบบบริหารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติของจีน มิใช่หน่วยงานภายใต้สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (Chinese Academy of Sciences) ตามที่บางแหล่งข่าวระบุไว้ รายงานระบุว่าคะแนนระดับนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยรวมของจีนอยู่ที่ 81.13 คะแนน เพิ่มขึ้น 0.93 คะแนนจากปีก่อน โดยสภาพแวดล้อม การลงทุน ผลผลิต และอุตสาหกรรมไฮเทคด้านนวัตกรรมยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากการประเมิน 31 มณฑล เขตปกครองตนเอง และเทศบาลนคร (ไม่รวมฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน) เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เจียงซู กวางตุ้ง เจ้อเจียง และเทียนจิน จัดอยู่ใน “กลุ่มแนวหน้า” ที่มีระดับนวัตกรรมโดยรวมสูงสุดของประเทศต่อเนื่อง โดยเซี่ยงไฮ้ครองอันดับหนึ่งของประเทศติดต่อกันหลายปีด้วยคะแนน 91.40 คะแนน แสดงศักยภาพที่สมดุลในตัวชี้วัดหลักทั้งห้าด้าน ได้แก่ สภาพแวดล้อมด้านนวัตกรรม การลงทุน ผลผลิต อุตสาหกรรมไฮเทค และการส่งเสริมการพัฒนาด้วยนวัตกรรม ส่วนกลุ่มที่สองประกอบด้วย 23 มณฑล/เขตปกครอง เช่น หูเป่ย อันฮุย ฉงชิ่ง ส่านซี และเสฉวน ขณะที่ชิงไห่และทิเบตจัดอยู่ในกลุ่มที่สาม
เมื่อพิจารณาการจัดแสดงอุตสาหกรรมในงาน CIFIT ควบคู่กับผลการจัดอันดับในรายงานนวัตกรรมระดับภูมิภาค จะเห็นแนวทางหลักสองด้านของนโยบายเทคโนโลยีจีน ด้านแรกคือการบ่มเพาะเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ผ่านอุตสาหกรรมเกิดใหม่เชิงยุทธศาสตร์ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ เศรษฐกิจระดับความสูงต่ำ และการกักเก็บพลังงานรูปแบบใหม่ พร้อมใช้เวทีอย่าง CIFIT ดึงดูดทุนและความร่วมมือด้านเทคโนโลยีจากทั่วโลก ด้านที่สองคือการใช้ระบบประเมินนวัตกรรมระดับภูมิภาคเพื่อชี้นำทรัพยากรให้กระจุกตัวในศูนย์กลางนวัตกรรมอย่างเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เจียงซู กวางตุ้ง เจ้อเจียง และเทียนจิน พร้อมกันนั้นก็ผลักดันให้ภูมิภาคตอนกลาง ตะวันตก และตะวันออกเฉียงเหนือของจีนเร่งไล่ตามให้ทัน จนเกิดรูปแบบนวัตกรรมภูมิภาคแบบ “จุดนำพื้นที่” แนวทางทั้งสองนี้รับใช้ทิศทางนโยบายที่ทางการจีนย้ำครั้งแล้วครั้งเล่า นั่นคือการผสานนวัตกรรมทางเทคโนโลยีกับนวัตกรรมทางอุตสาหกรรมอย่างลึกซึ้ง และเป็นเบาะแสสำคัญสำหรับการทำความเข้าใจตรรกะการพัฒนาเศรษฐกิจของจีนในระยะต่อไป
จากการเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะในเดือนแห่งวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ไปจนถึงการจัดแสดงอุตสาหกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศในงาน CIFIT และการประเมินเชิงปริมาณในรายงานนวัตกรรมระดับภูมิภาค ภาคเทคโนโลยีของจีนในเดือนกันยายน 2026 แสดงให้เห็นถึงจังหวะการผลักดันนวัตกรรมที่เป็นระบบและมีหลายมิติ สำหรับผู้สังเกตการณ์ระดับนานาชาติ ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ไม่เพียงเป็นหน้าต่างที่ช่วยให้เข้าใจสถานะการพัฒนาปัจจุบันของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ เศรษฐกิจระดับความสูงต่ำ และการกักเก็บพลังงานรูปแบบใหม่ของจีน แต่ยังเป็นข้อมูลอ้างอิงสำคัญในการประเมินทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ของจีนในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมระดับโลกอีกด้วย