การแข่งขันเทนนิสไชน่าโอเพ่น 2026 ปิดฉากลงที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ทัวร์นาเมนต์นี้ก่อตั้งขึ้นในปี 2004 และปัจจุบันจัดเป็นรายการ ATP 500 ฝ่ายชาย ควบคู่กับรายการ WTA 1000 ฝ่ายหญิง โดยปีนี้มีผู้ชมเข้าชมเป็นจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ ตามรายงานของสำนักข่าว CGTN ยอดผู้ชมรวมตลอดทัวร์นาเมนต์ทะลุ 450,000 คน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่ของรายการ การแข่งขันครั้งนี้รวมนักเทนนิสชั้นนำของโลกไว้มากมาย ทั้งยังเป็นเวทีที่นักเทนนิสระดับตำนานยืนยันความยิ่งใหญ่ในฝ่ายชาย และเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่เมื่อนักเทนนิสจีนคว้าแชมป์ประเภทหญิงเดี่ยวในบ้านเกิดได้เป็นครั้งแรก
ในฝ่ายชาย แทบไม่มีความลุ้นระทึกสำหรับตำแหน่งแชมป์ โนวัค ยอโควิช นักเทนนิสชาวเซอร์เบีย คว้าแชมป์ไชน่าโอเพ่นได้อีกครั้งในรอบ 11 ปี นับเป็นแชมป์สมัยที่ 7 ของเขาในรายการนี้ ซึ่งหมายความว่าเขาคว้าแชมป์ได้ในทุกครั้งที่ลงแข่งขันรายการนี้มาตลอด 7 ครั้ง และถ้วยนี้ยังเป็นแชมป์เดี่ยวรายการที่ 102 ในอาชีพของเขาด้วย ในรอบชิงชนะเลิศวันที่ 6 ตุลาคม ยอโควิชคว้าเซตแรกจากการไทเบรกสูสีไปด้วยคะแนน 7-6(7/3) ก่อนที่ อเล็กซ์ เดอ มิเนอร์ นักเทนนิสชาวออสเตรเลีย จะขอสละสิทธิ์ในเซตที่สองขณะตามหลังอยู่ 0-1 เกม เนื่องจากอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อหุบขาด้านซ้าย โดยเขากล่าวกับผู้ชมในสนามหลังจบการแข่งขันว่า “ผมรู้สึกไม่ค่อยดีนัก” ส่งผลให้ยอโควิชคว้าแชมป์ไปครอง
เส้นทางสู่แชมป์ของยอโควิชไม่ได้ราบรื่นนัก ในรอบสอง เขาต้องเจอกับ บู หยุนเฉาเค่อเท่อ นักเทนนิสเจ้าถิ่นวัย 24 ปีจากมณฑลเจ้อเจียงที่ได้สิทธิ์ไวลด์การ์ด และเสียเซตแรกไปก่อน ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2013 ที่ยอโควิชเสียเซตในรายการไชน่าโอเพ่น ก่อนจะพลิกกลับมาคว้าชัยชนะไปด้วยสกอร์ 4-6, 7-6(2), 6-2 ซึ่งภายหลังยอโควิชยังชื่นชมฝีมือการเสิร์ฟและการตีลูกพื้นสนามของคู่แข่งรายนี้ด้วย จากนั้นเขาเอาชนะ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ส่วนในรอบรองชนะเลิศ ดานีล เมดเวเดฟ มือวางอันดับ 3 ถูกปรับแพ้ฟาวล์หลังลูกที่ตีไปโดนผู้ชมข้างสนามโดยไม่ได้ตั้งใจ ขณะนำอยู่ 7-5, 5-3 ทำให้ยอโควิชผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศโดยอัตโนมัติ ขณะที่ เดอ มิเนอร์ คู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศ ก็ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศโดยไม่ต้องลงเล่นรอบรองชนะเลิศเช่นกัน หลังจาก ฮิวเบิร์ต ฮูร์กาช คู่แข่งของเขาขอสละสิทธิ์เนื่องจากอาการบาดเจ็บขณะแข่งขันเซตที่สอง
ในขณะที่ฝ่ายหญิงกลับมีเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นกว่ามาก ในรอบชิงชนะเลิศวันที่ 11 ตุลาคม เจิ้ง ฉินเหวิน นักเทนนิสจีน เอาชนะ มีร์รา อันเดรีวา มือวางอันดับ 4 จากรัสเซีย ไปด้วยสกอร์ 7-5, 6-4 กลายเป็นนักเทนนิสจีนคนแรกที่คว้าแชมป์ประเภทหญิงเดี่ยวนับตั้งแต่รายการนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 2004 เจิ้ง ฉินเหวิน ซึ่งขณะนั้นอยู่อันดับโลกที่ 54 ได้รับสิทธิ์ไวลด์การ์ดลงแข่งขันในครั้งนี้ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นแชมป์แรกของเธอในรอบเกือบ 2 ปี เป็นแชมป์ระดับ WTA 1000 รายการแรกในอาชีพของเธอ และเป็นแชมป์เดี่ยวรายการที่ 6 ในอาชีพ ส่วนอันเดรีวาที่หวังจะคว้าแชมป์รายการที่ 4 ของฤดูกาลนี้ ก็ต้องพลาดหวังไป
ชัยชนะครั้งนี้มีความหมายเป็นพิเศษสำหรับเจิ้ง ฉินเหวิน แชมป์โอลิมปิกรายนี้ต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บที่ข้อศอกขวาจนต้องเข้ารับการผ่าตัดในปี 2025 ซึ่งส่งผลให้อันดับและฟอร์มการเล่นของเธอตกลงอย่างมาก และในการแข่งขันไชน่าโอเพ่นเมื่อปีที่แล้ว เธอก็ต้องขอสละสิทธิ์กลางคันเนื่องจากอาการบาดเจ็บกำเริบอีกครั้ง หนึ่งปีต่อมา เธอกลับมาลงแข่งขันที่ปักกิ่งอีกครั้งด้วยสิทธิ์ไวลด์การ์ด และฝ่าฟันเข้ารอบมาได้ โดยเอาชนะ อาลีนา ชาราเอวา นักเทนนิสจากรอบคัดเลือก ไปด้วยสกอร์ 6-1, 2-6, 6-4 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ก่อนจะเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศและคว้าแชมป์ไปครอง นับเป็นการกลับมาจากอาการบาดเจ็บที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง
แชมป์ครั้งนี้ของเจิ้ง ฉินเหวิน ยังทำให้หลายฝ่ายย้อนนึกถึงผลงานของเธอในเวทีนานาชาติช่วงหลายปีที่ผ่านมาด้วย เจิ้ง ฉินเหวิน ซึ่งเกิดที่เมืองสือเอี้ยน มณฑลหูเป่ย์ เคยคว้าเหรียญทองโอลิมปิกประเภทเทนนิสหญิงเดี่ยวเหรียญแรกให้จีนได้สำเร็จในโอลิมปิกที่กรุงปารีสปี 2024 โดยเอาชนะ ดอนนา เวคิช จากโครเอเชีย ไปด้วยสกอร์ 6-2, 6-3 ในรอบชิงชนะเลิศ และกลายเป็นนักเทนนิสเอเชียคนแรกที่ขึ้นเป็นแชมป์โอลิมปิกในประเภทนี้ ก่อนหน้าแชมป์ครั้งนี้ แชมป์เดี่ยวรายการล่าสุดของเธอคือรายการที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปลายปี 2024 ดังนั้นแชมป์ไชน่าโอเพ่นครั้งนี้จึงถือเป็นแชมป์แรกของเธอในรอบเกือบ 2 ปีนับตั้งแต่ชัยชนะที่โตเกียว
ในฐานะหนึ่งในรายการสำคัญของฤดูกาลเอเชียช่วงฤดูใบไม้ร่วงของวงการเทนนิส ไชน่าโอเพ่นปีนี้ยังคงจัดเป็นรายการ ATP 500 ฝ่ายชาย ควบคู่กับ WTA 1000 ฝ่ายหญิง แต่กำหนดการแข่งขันของทั้งสองรายการแตกต่างกันเล็กน้อย โดยรายการฝ่ายชายจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 กันยายน ถึง 6 ตุลาคม มีเงินรางวัลรวมประมาณ 4.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แชมป์ประเภทชายเดี่ยวได้รับเงินรางวัลประมาณ 764,750 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนรายการฝ่ายหญิงจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 กันยายน ถึง 11 ตุลาคม มีเงินรางวัลรวมประมาณ 9.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แชมป์ประเภทหญิงเดี่ยวได้รับเงินรางวัลประมาณ 1,151,380 ดอลลาร์สหรัฐ เงินรางวัลของทั้งสองรายการถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของรายการระดับเดียวกัน สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของไชน่าโอเพ่นในวงการเทนนิสระดับนานาชาติ
จากจำนวนผู้ชมที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ ไปจนถึงการที่นักเทนนิสจีนคว้าแชมป์ประเภทหญิงเดี่ยวในบ้านเกิดได้เป็นครั้งแรก การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของพัฒนาการวงการเทนนิสจีน นับตั้งแต่ หลี่ นา เปิดศักราชแกรนด์สแลมของเทนนิสจีนเมื่อต้นทศวรรษ 2000 รายการระดับสูงที่จัดขึ้นในปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ยังคงเป็นเวทีให้นักเทนนิสจีนได้ประลองฝีมือกับนักเทนนิสชั้นนำของโลกในบ้านเกิดของตนเอง และการที่เจิ้ง ฉินเหวิน คว้าแชมป์ได้หลังฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ ก็ถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่านักเทนนิสจีนรุ่นใหม่กำลังก้าวขึ้นสู่แถวหน้าของวงการเทนนิสโลก สำหรับปักกิ่ง เมืองที่เคยเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกและงานระดับนานาชาติสำคัญหลายครั้ง การจัดไชน่าโอเพ่นอย่างต่อเนื่องยังช่วยตอกย้ำสถานะของเมืองในฐานะศูนย์กลางเทนนิสสำคัญของเอเชียอีกด้วย โดยสรุป ไชน่าโอเพ่นปีนี้เป็นรายการที่แชมป์เก่าในฝ่ายชายยืนยันความยิ่งใหญ่ต่อเนื่อง ขณะที่ฝ่ายหญิงได้แชมป์เจ้าถิ่นที่มีความหมายทางประวัติศาสตร์ ทั้งสองเรื่องราวร่วมกันช่วยยกระดับความสนใจและอิทธิพลของรายการนี้ให้มากขึ้น และช่วงเวลาประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นบนคอร์ตในปักกิ่งครั้งนี้ คาดว่าจะยังคงถูกจดจำไปอีกนาน ในฐานะหมุดหมายสำคัญของพัฒนาการไชน่าโอเพ่นและวงการเทนนิสจีนในภาพรวม