ข่าวด่วน
ไทยปรับกฎยกเว้นวีซ่าหลายชาติ 15 ก.ย. นี้ ยันสิทธิยกเว้นวีซ่า 30 วันของจีนยังคงเดิม  ◆  ทีเส็บบุกเซินเจิ้น เปิดงาน MEET Thai Plus 2026 หวังดึงเม็ดเงินจีนพันล้านบาท  ◆  ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าไทยร่วงหนัก หลังมาตรการอุดหนุนลดลง กระทบผู้ผลิตจีนในตลาดไทย  ◆  นายกฯ อนุทิน ย้ำไทย-จีน "เหมือนครอบครัวเดียวกัน" พร้อมเร่งขจัดอุปสรรคการลงทุน  ◆  ศิลปินไทยร่วมร้อยชีวิตบินลัดฟ้าสู่ปักกิ่ง ร่วมคอนเสิร์ตนานาชาติที่กำแพงเมืองจีน ฉลอง 51 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน      ไทยปรับกฎยกเว้นวีซ่าหลายชาติ 15 ก.ย. นี้ ยันสิทธิยกเว้นวีซ่า 30 วันของจีนยังคงเดิม  ◆  ทีเส็บบุกเซินเจิ้น เปิดงาน MEET Thai Plus 2026 หวังดึงเม็ดเงินจีนพันล้านบาท  ◆  ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าไทยร่วงหนัก หลังมาตรการอุดหนุนลดลง กระทบผู้ผลิตจีนในตลาดไทย  ◆  นายกฯ อนุทิน ย้ำไทย-จีน "เหมือนครอบครัวเดียวกัน" พร้อมเร่งขจัดอุปสรรคการลงทุน  ◆  ศิลปินไทยร่วมร้อยชีวิตบินลัดฟ้าสู่ปักกิ่ง ร่วมคอนเสิร์ตนานาชาติที่กำแพงเมืองจีน ฉลอง 51 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน      
欧亚时报·泰国站
欧亚时报
泰国站 · EURASIA TIMES
กลับหน้าหลัก
ต่างประเทศ
งานมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียนครั้งที่ 23 เปิดฉาก 17 กันยายน ที่หนานหนิง ชูเขตการค้าเสรี 3.0 และกระแส AI
欧亚时报编辑部·7 วัน· 5 นาที
งานมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียนครั้งที่ 23 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-21 กันยายนที่หนานหนิง กว่างซี ตรงกับวาระครบรอบ 5 ปีความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านจีน-อาเซียน หลังมูลค่าการค้าทวิภาคีทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกในปี 2025
งานมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (China-ASEAN Expo หรือ CAEXPO) ครั้งที่ 23 และการประชุมสุดยอดธุรกิจและการลงทุนจีน-อาเซียน จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-21 กันยายน 2026 ที่นครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง โดยการประชุมสุดยอดธุรกิจและการลงทุนจัดขึ้นวันที่ 17-18 กันยายน ส่วนวันเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมงานคือวันที่ 20-21 กันยายน งานในปีนี้ใช้หัวข้อหลักว่า “ร่วมแบ่งปันโอกาสจากเขตการค้าเสรี 3.0 ร่วมสร้างชีวิตที่ดีงาม” มีพื้นที่จัดแสดงรวมประมาณ 170,000 ตารางเมตร เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนราว 10,000 ตารางเมตร และเป็นครั้งแรกที่แบ่งพื้นที่จัดงานออกเป็นสามส่วนหลัก ได้แก่ ศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาตินครหนานหนิง พื้นที่ชุมชนหนานเอ (South A Community) แห่งใหม่ และศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาติกุ้ยหลิน โดยฟิลิปปินส์ได้รับเกียรติเป็น “ประเทศธีมหลัก” ของงานปีนี้ ขณะที่นครฉางชุน มณฑลจี๋หลิน ได้รับการยกย่องเป็น “นครแห่งเสน่ห์” ของจีนประจำปีนี้
งาน CAEXPO ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2004 และจัดต่อเนื่องมาแล้ว 22 ครั้ง เป็นกลไกความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าพหุภาคีขนาดใหญ่ที่จีนและ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนผลัดกันเป็นเจ้าภาพร่วม โดยมีจีนเป็นเจ้าภาพถาวรที่นครหนานหนิง ถือเป็นหน้าต่างสำคัญในการสังเกตทิศทางความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าจีน-อาเซียน ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา งาน CAEXPO เป็นประจักษ์พยานของกระบวนการก่อตั้ง สร้างเสร็จ และยกระดับอย่างต่อเนื่องของเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน (CAFTA) ดึงดูดบริษัทจีนและต่างชาติเข้าร่วมงานสะสมนับแสนราย ผลักดันความร่วมมือจำนวนมากในด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรมการผลิต โครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจดิจิทัล จนได้รับการยกย่องว่าเป็น “ช่องทางหนานหนิง” ของจีนในการเปิดกว้างและร่วมมือกับอาเซียน
ในด้านขนาดของงาน คาดว่าจำนวนบริษัทที่เข้าร่วมจัดแสดงในงาน CAEXPO ครั้งที่ 23 จะเกิน 3,000 ราย และคาดว่าจะมีผู้ซื้อเข้าร่วมงานมากกว่า 30,000 คน จำนวนบริษัทติดอันดับ Fortune Global 500 ที่ยืนยันเข้าร่วมงานเพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนราวร้อยละ 30 รวมถึงบริษัท China Datang Corporation ธนาคารแห่งประเทศจีน (Bank of China) และบริษัทน้ำมันแห่งชาติอินโดนีเซีย (Pertamina) นอกจากนี้ยังมีบริษัท DJI และ Maiyue Technology รวมถึงกลุ่ม “บริษัทกาเซล” “ยูนิคอร์น” และวิสาหกิจขนาดกลางและย่อมที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางกว่า 70 รายเข้าร่วมเป็นครั้งแรก ผู้จัดงานระบุว่ามีบริษัทจากประเทศอาเซียนและประเทศนอกภูมิภาคยืนยันเข้าร่วมงานแล้วเกือบ 500 ราย และมีบริษัทจากประเทศนอกภูมิภาคอีกราว 25 ประเทศที่แสดงความสนใจสมัครเข้าร่วม สะท้อนว่างานปีนี้มีขอบเขตประเทศที่เข้าร่วมกว้างขึ้น ระดับบริษัทสูงขึ้น และความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิม
ในแง่เนื้อหาการจัดแสดง งาน CAEXPO ครั้งที่ 23 มีความ “ครั้งแรก” หลายประการ ได้แก่ การจัดตั้ง “เขตแสดงความต้องการของประเทศอาเซียน” เป็นครั้งแรก โดยประเทศอาเซียนจะเป็นฝ่าย “ตั้งโจทย์” ในด้านปัญญาประดิษฐ์ เมืองอัจฉริยะ การพัฒนานิคมอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ให้บริษัทจีน “แก้โจทย์” ในพื้นที่จัดงาน เพื่อทดลองรูปแบบใหม่ในการจับคู่ความต้องการด้านอุตสาหกรรมอย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังมีรูปแบบ “บริษัทแกนนำพาบริษัทเล็กร่วมเข้างาน” เป็นครั้งแรก และการจัดตั้ง “AI Supermarket” เป็นครั้งแรกเช่นกัน การจัดแสดงด้าน AI ได้รับการยกระดับอย่างรอบด้าน โดยใช้รูปแบบ “สองสถานที่ ความแตกต่างเฉพาะทาง” กล่าวคือ ศูนย์ประชุมนานาชาตินครหนานหนิงจะเน้นจัดแสดงโมเดลภาษาขนาดใหญ่และชิป AI ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหลัก โดยมีบริษัทชั้นนำอย่างหัวเว่ย (Huawei) และ iFlytek เข้าร่วม ขณะที่พื้นที่ชุมชนหนานเอจะเน้นการประยุกต์ใช้ AI ร่วมกับภาคการผลิต การบริหารเมือง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการศึกษา งานนี้ยังจัดพื้นที่เฉพาะสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมสีเขียวคาร์บอนต่ำ โดยคาดว่าจะมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ใหม่ 300 รายการ และเทคโนโลยีใหม่ 200 รายการ ครอบคลุมเทคโนโลยีดิจิทัล การผลิตอัจฉริยะ และอุตสาหกรรมสีเขียวคาร์บอนต่ำ
งาน CAEXPO ครั้งนี้จัดขึ้นในช่วงเวลาที่ตรงกับวาระครบรอบ 5 ปีการสถาปนาความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างจีนกับอาเซียนเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2021 ขณะที่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าทวิภาคีกำลังก้าวเข้าสู่ระยะใหม่ของการยกระดับคุณภาพ ตามข้อมูลทางการของจีน มูลค่าการค้าทวิภาคีระหว่างจีนกับอาเซียนในปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 1.05 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.4 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นับเป็นครั้งแรกที่มูลค่าการค้าทวิภาคีทะลุหลัก 1 ล้านล้านดอลลาร์ โดยจีนครองตำแหน่งคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอาเซียนต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 ขณะที่อาเซียนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของจีนต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ มูลค่าการค้ารวมระหว่างจีนกับอาเซียนเพิ่มขึ้นเป็น 744,410 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 24.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 21.8 ของมูลค่าการค้าต่างประเทศรวมของจีนในช่วงเวลาเดียวกัน นักวิเคราะห์มองว่าการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการค้าทวิภาคีสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับงาน CAEXPO และการประชุมสุดยอดธุรกิจและการลงทุนในครั้งนี้ อีกทั้งยังสะท้อนแนวโน้มการหลอมรวมห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ในระดับกลไกความร่วมมือระดับภูมิภาค งาน CAEXPO และการประชุมสุดยอดในปีนี้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการนำเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน (CAFTA) ฉบับ 3.0 มาบังคับใช้จริง การเจรจายกระดับ CAFTA เวอร์ชัน 3.0 ได้ยุติลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 และทั้งสองฝ่ายได้ดำเนินงานด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องเสร็จสิ้นทั้งหมดในเดือนพฤษภาคม 2025 ก่อนจะลงนามในพิธีสารยกระดับเขตการค้าเสรีเวอร์ชัน 3.0 ซึ่งครอบคลุมสาขาความร่วมมือใหม่ ๆ อาทิ เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน พร้อมลดกำแพงภาษีและมาตรการที่มิใช่ภาษีลงอีก ในขณะเดียวกัน ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งเป็นข้อตกลงการค้าเสรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2022 และดำเนินมาแล้วกว่า 3 ปี โดยในปี 2024 มูลค่าการค้ารวมภายในกลุ่มประเทศสมาชิก RCEP สูงถึงราว 5.70 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังคงปลดปล่อยประโยชน์จากการลดภาษีอย่างต่อเนื่อง ผู้เชี่ยวชาญในวงการส่วนใหญ่มองว่า CAFTA เวอร์ชัน 3.0 กับ RCEP เกื้อหนุนและเสริมกันไปในทิศทางเดียวกัน กล่าวคือ ฉบับแรกมุ่งเน้นการยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างจีนกับอาเซียนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ส่วนฉบับหลังเป็นเวทีกฎกติการะดับภูมิภาคที่กว้างขวางกว่า ทั้งสองกลไกร่วมกันเป็นเสมือน “สองล้อ” ที่ขับเคลื่อนการรวมตัวทางเศรษฐกิจของเอเชียตะวันออกและเอเชียแปซิฟิก และเป็นบริบทที่แท้จริงเบื้องหลังหัวข้อหลักของงาน CAEXPO ปีนี้ที่ว่า “ร่วมแบ่งปันโอกาสจากเขตการค้าเสรี 3.0”
สำหรับประเทศไทย ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าจีน-อาเซียนที่ลึกซึ้งขึ้นต่อเนื่องมีความหมายที่เกี่ยวข้องโดยตรง จีนครองตำแหน่งคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทยและตลาดส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่ที่สุดของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 ตามข้อมูลสถิติของฝ่ายไทย มูลค่าการค้าทวิภาคีไทย-จีนในไตรมาสแรกของปี 2026 สูงกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สินค้าเอกลักษณ์ของไทย เช่น ข้าวหอมมะลิ ทุเรียน และเครื่องสำอาง ได้อาศัยเวที CAEXPO เป็นช่องทางเข้าสู่ตลาดจีนมาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นสินค้ายอดนิยมที่ผู้บริโภคชาวจีนคุ้นเคยเป็นอย่างดี ในปีนี้ผู้ประกอบการไทยจะรวมตัวกันเป็นคณะเข้าร่วมงาน CAEXPO เพื่อผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าไทย-จีนให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ก่อนหน้างาน CAEXPO ครั้งนี้ไม่นาน งาน “มหกรรมความร่วมมือไทย-จีน 2026” ที่จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ก็ดึงดูดบริษัทไทยและจีนเข้าร่วมเกือบ 270 ราย โดยเน้นความร่วมมือด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี การค้าการลงทุน พลังงานสีเขียว และยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานด้วยตนเอง และกล่าวว่าความสัมพันธ์ไทย-จีนในขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการเปิด “บทใหม่แห่งยุคทอง 50 ปี” ร่วมกัน
โดยสรุปแล้ว งานมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียนครั้งที่ 23 นี้ไม่เพียงเป็นหน้าต่างสำคัญในการสังเกตวัฏจักรใหม่ 5 ปีของความร่วมมือจีน-อาเซียนเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของการเร่งหลอมรวมห่วงโซ่อุตสาหกรรม ห่วงโซ่อุปทาน และห่วงโซ่นวัตกรรมในภูมิภาค ภายใต้บริบทของการบังคับใช้เขตการค้าเสรีเวอร์ชัน 3.0 และการดำเนินการ RCEP ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เมื่ออุตสาหกรรมเกิดใหม่อย่างปัญญาประดิษฐ์และพลังงานสีเขียวกลายเป็นไฮไลต์ใหม่ของงาน ประกอบกับการนำรูปแบบใหม่ ๆ อย่างเขตแสดงความต้องการของประเทศอาเซียนมาใช้ คาดว่างาน CAEXPO ครั้งนี้จะมอบโอกาสในการจับคู่ความร่วมมือที่แม่นยำยิ่งขึ้นให้แก่ผู้ประกอบการจากประเทศอาเซียน รวมถึงประเทศไทย และจะเป็นตัวกำหนดทิศทางใหม่ให้กับความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าจีน-อาเซียนในอีก 5 ปีข้างหน้า
จดหมายข่าว
รับข่าวเด่นทุกเช้า
สรุปข่าวสำคัญวันละครั้ง ฟรี ไม่มีสแปม
欧亚时报·泰国站
欧亚时报·泰国站
สื่อข่าวหลายภาษาสำหรับผู้อ่านจีน-ไทย เน้นรายงานเชิงลึกและวิเคราะห์สถานการณ์
© 2026 欧亚时报·泰国站 · Eurasia Times Thailand. สงวนลิขสิทธิ์
นโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไข