ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 20 ซึ่งจัดขึ้นที่จังหวัดไอจิและเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ทัพนักกีฬาจีนโชว์ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมในหลายด้าน โดยเฉพาะในกีฬาที่เป็นจุดแข็งดั้งเดิมอย่างเทเบิลเทนนิส วิ่งผลัด และระบำใต้น้ำ (อาร์ทิสติกสวิมมิ่ง) จุดที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ หลิน สือตง นักปิงปองดาวรุ่งวัย 21 ปี ซึ่งลงแข่งใน 4 รายการของเกมส์นี้ ได้แก่ ชายเดี่ยว ชายคู่ คู่ผสม และทีมชาย โดยเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศครบทุกรายการ และคว้ามาได้ 3 เหรียญทองกับ 1 เหรียญเงิน ทำให้เขาเป็นนักกีฬาที่คว้าเหรียญทองมากที่สุดของทีมปิงปองจีนในเกมส์นี้ และเป็นผลงานที่โดดเด่นสำหรับการลงแข่งเอเชียนเกมส์ครั้งแรกของเขา นอกจากนี้ ทัพนักกีฬาจีนยังกวาดเหรียญทองวิ่งผลัด 4x100 เมตรทั้งชายและหญิง ขณะที่ทีมระบำใต้น้ำก็ยังคงครองความเหนือชั้นต่อเนื่อง
หลิน สือตง เกิดเมื่อวันที่ 18 เมษายน ค.ศ. 2005 ที่เมืองตานโจว มณฑลไห่หนาน ปัจจุบันอายุ 21 ปี เป็นหนึ่งในนักกีฬาแกนหลักของทีมปิงปองจีนยุคนี้ เขาเคยขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกประเภทชายเดี่ยวตามการจัดอันดับของสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ (ITTF) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 นับเป็นหนึ่งในนักกีฬารุ่นใหม่ของทีมชายจีนที่ก้าวขึ้นมาเร็วที่สุด ในรอบชิงชนะเลิศชายเดี่ยวเมื่อวันที่ 28 กันยายน หลิน สือตง เอาชนะ หวัง ฉู่ฉิน เพื่อนร่วมทีมและแชมป์เก่า ไปด้วยสกอร์ขาดลอย 4-0 คว้าเหรียญทองชายเดี่ยวเอเชียนเกมส์เป็นครั้งแรกในชีวิต หลังการแข่งขันเขากล่าวว่า “ผมไม่คิดว่าจะเอาชนะได้ 4-0 การรุกและการเชื่อมเกมทำได้ค่อนข้างดี” และกล่าวเสริมว่า “นี่เป็นเอเชียนเกมส์ครั้งแรกของผม มีความไม่แน่นอนอยู่มาก ความเข้มข้นของการแข่งขันสูงมาก ความกดดันก็มาก และคู่แข่งทุกคนก็แข็งแกร่ง สิ่งที่ผมทำได้คือจดจ่อกับตัวเอง เก็บแต้มไปทีละแต้ม การที่ผมฝ่าฟันการแข่งขันที่ยากลำบากเหล่านี้มาได้มีความหมายกับผมมาก หวังว่าหลังจากเอเชียนเกมส์นี้ ผมจะสามารถพัฒนาต่อไปอีกขั้น”
นอกจากเหรียญทองชายเดี่ยวแล้ว หลิน สือตง ยังทำผลงานได้ดีในรายการคู่ด้วย ในรอบชิงชนะเลิศคู่ผสม เขาจับคู่กับไคว้ มั่น เอาชนะคู่ของหวัง ฉู่ฉิน และซุน อิงซา ไปด้วยสกอร์ 4-0 คว้าเหรียญทอง ส่วนในรอบชิงชนะเลิศชายคู่ เขาจับคู่กับหวง โย่วเจิ้ง แม้จะเสียสองเกมแรกแต่สามารถไล่ตีเสมอและกลับมาเอาชนะคู่ของญี่ปุ่น โทโมคาซึ ฮาริโมโตะ และฮิโรโตะ ชิโนซึกะ ไปด้วยสกอร์ 4-2 คว้าเหรียญทองชายคู่ ความผิดหวังเพียงหนึ่งเดียวของหลิน สือตง เกิดขึ้นในรายการทีมชาย เมื่อทีมจีนพ่ายให้กับทีมญี่ปุ่นไปด้วยสกอร์ 2-3 ในรอบชิงชนะเลิศที่สูสีถึง 5 คู่ พลาดโอกาสป้องกันแชมป์ ทำให้เขาได้เพียงเหรียญเงินจากรายการนี้ ซึ่งเป็นรายการที่ 4 ที่เขาลงแข่งในเกมส์นี้
หากมองภาพรวม การแข่งขันเทเบิลเทนนิสในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้มีเหรียญทองทั้งหมด 7 รายการ โดยจีนคว้าไปได้ 6 เหรียญทอง เหรียญทองรายการเดียวที่จีนพลาดคือทีมชาย ในรอบชิงชนะเลิศหญิงเดี่ยวซึ่งเป็นการพบกันเองของนักกีฬาจีน หวัง มั่นอวี้ เอาชนะซุน อิงซา ไปด้วยสกอร์ 4-2 คว้าเหรียญทอง ส่วนรอบชิงชนะเลิศหญิงคู่ คู่ของหวัง มั่นอวี้ และไคว้ มั่น เอาชนะคู่ของญี่ปุ่น มิวะ ฮาริโมโตะ และฮินะ ฮายาตะ ไปด้วยสกอร์ 4-0 ป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ และในรอบชิงชนะเลิศทีมหญิง ทีมจีนเอาชนะทีมญี่ปุ่นไปด้วยสกอร์ 3-0 ป้องกันเหรียญทองได้เช่นกัน ผลการแข่งขันที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือรอบชิงชนะเลิศทีมชาย ซึ่งทีมญี่ปุ่นพลิกกลับมาเอาชนะทีมจีนไปด้วยสกอร์ 3-2 ยุติสถิติแชมป์ 8 สมัยติดต่อกันของจีนในรายการนี้ โทโมคาซึ ฮาริโมโตะ นักกีฬาญี่ปุ่นกล่าวหลังการแข่งขันว่าชัยชนะครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของ “ยุคใหม่” ของปิงปองญี่ปุ่น หวัง ห่าว หัวหน้าโค้ชทีมชายจีน กล่าวหลังการแข่งขันว่าการจัดตัวผู้เล่นชุดที่ลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศเป็นการตัดสินใจของทีมโค้ชที่พิจารณาอย่างรอบคอบ โดยมีเป้าหมายให้นักกีฬารุ่นใหม่ได้สั่งสมประสบการณ์ในการแข่งขันระดับใหญ่ ขณะที่หม่า หลิน หัวหน้าโค้ชทีมหญิงจีน ยอมรับว่าไม่คาดคิดว่าทีมชายจะพ่ายแพ้ แม้จะเจอผลการแข่งขันที่ไม่คาดฝัน แต่ทีมปิงปองจีนยังคว้าได้ 6 เหรียญทองและ 1 เหรียญเงินจากทั้ง 7 รายการ ตอกย้ำความเหนือชั้นของจีนในวงการปิงปองเอเชียโดยรวม
ในสนามกรีฑา ทีมจีนยังคงเดินหน้าทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่งในรายการที่เป็นจุดแข็ง ในรอบชิงชนะเลิศวิ่งผลัด 4x100 เมตรชาย เมื่อวันที่ 28 กันยายน ทีมจีนซึ่งประกอบด้วยเฉิน จิ่นเฟิง เจิง เค่อหลี่ หวัง เซิ่งเจี๋ย และเซี่ย เจิ้นเยี่ย คว้าเหรียญทองด้วยเวลา 38.17 วินาที ป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ โดยจีนไทเปได้เหรียญเงินและเกาหลีใต้ได้เหรียญทองแดง นี่เป็นเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 3 ติดต่อกันที่เซี่ย เจิ้นเยี่ย เป็นส่วนหนึ่งของทีมที่คว้าแชมป์รายการนี้ โดยนอกจากเซี่ย เจิ้นเยี่ยแล้ว นักวิ่งอีก 3 คนที่เหลือล้วนเป็นนักกีฬารุ่นใหม่ที่เกิดหลังปี 2000 สะท้อนการผสมผสานระหว่างรุ่นเก๋าและรุ่นใหม่ ส่วนรอบชิงชนะเลิศวิ่งผลัด 4x100 เมตรหญิงที่จัดขึ้นในวันเดียวกัน ทีมจีนซึ่งประกอบด้วยเหลียง เสี่ยวจิง หลิว กว๋ออี๋ หลิว เสียจวิน และเฉิน อวี๋เจี๋ย คว้าเหรียญทองด้วยเวลา 42.96 วินาที ป้องกันแชมป์ได้เช่นกัน โดยทีมไทยได้เหรียญเงินและทีมญี่ปุ่นได้เหรียญทองแดง เฉิน อวี๋เจี๋ย นักกีฬาสาววัยเพียง 17 ปี คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรหญิงและเหรียญเงินวิ่ง 200 เมตรหญิงมาก่อนแล้วในเกมส์นี้ เหรียญทองวิ่งผลัดครั้งนี้จึงเป็นเหรียญทองที่ 2 และเหรียญที่ 3 โดยรวมของเธอในเกมส์นี้ การที่ทัพนักกีฬาจีนกวาดเหรียญทองวิ่งผลัด 4x100 เมตรทั้งชายและหญิงในเกมส์นี้ สะท้อนถึงพัฒนาการโดยรวมของนักวิ่งระยะสั้นจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สำหรับแฟนกีฬาไทย เหรียญเงินวิ่งผลัดหญิงก็ถือเป็นผลงานที่น่าจับตาของทีมกรีฑาไทยในเกมส์นี้ ซึ่งสะท้อนว่ามาตรฐานวิ่งระยะสั้นในภูมิภาคกำลังพัฒนาขึ้นโดยรวม
ในกีฬาระบำใต้น้ำ (อาร์ทิสติกสวิมมิ่ง) ทีมจีนยังคงครองความเหนือชั้นในเอเชียนเกมส์อย่างต่อเนื่อง โดยรายการทีมในปีนี้ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ทีคนิคัลรูทีน ฟรีรูทีน และอะโครแบติกรูทีน ซึ่งทีมจีนทำคะแนนได้ 246.0977, 312.1990 และ 299.2117 คะแนนตามลำดับ รวมเป็น 857.5084 คะแนน คว้าเหรียญทองรายการทีม โดยทำคะแนนนำทีมญี่ปุ่นที่ได้อันดับ 2 อยู่ 35.7680 คะแนน นับเป็นเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 6 ติดต่อกันที่จีนคว้าเหรียญทองรายการทีมในกีฬาระบำใต้น้ำ นับตั้งแต่เอเชียนเกมส์โดฮาปี 2006 ที่จีนทำลายการครองความเหนือชั้นระยะยาวของญี่ปุ่นได้เป็นครั้งแรก ด้วยการกวาดเหรียญทองทั้งรายการคู่และรายการทีม ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เหรียญทองเอเชียนเกมส์ในรายการนี้ตกเป็นของจีนมาโดยตลอด จาง เสี่ยวฮวน หัวหน้าโค้ชทีมจีน กล่าวหลังการแข่งขันว่า “ฉันรู้สึกดีใจมาก นักกีฬาได้แสดงผลของการฝึกซ้อมที่สั่งสมมาออกมาบนเวทีเอเชียนเกมส์อย่างแท้จริง ความก้าวหน้าของระบำใต้น้ำจีนเกิดจากความพยายามอย่างไม่ย่อท้อของนักกีฬาและโค้ชรุ่นต่อรุ่น การส่งต่อสิ่งนี้จะต้องดำเนินต่อไป” นอกจากนี้ คู่ของหลิน เยี่ยนจวิน และสวี ฮุ่ยเยี่ยน ยังคว้าเหรียญทองรายการคู่ด้วยคะแนนรวม 640.3576 คะแนน ทำให้ทีมระบำใต้น้ำจีนครองแชมป์เอเชียนเกมส์รายการคู่ครบ 6 สมัยติดต่อกันเช่นเดียวกัน
เมื่อมองภาพรวม ทัพนักกีฬาจีนยังคงรักษาสถานะมหาอำนาจกีฬาอันดับหนึ่งของเอเชียไว้ได้ในเอเชียนเกมส์ไอจิ-นาโกย่าครั้งนี้ โดยจบการแข่งขันด้วยตำแหน่งอันดับ 1 ทั้งตารางเหรียญทองและตารางเหรียญรวม ด้วยผลงาน 119 เหรียญทอง 48 เหรียญเงิน 38 เหรียญทองแดง รวม 205 เหรียญ ขณะที่ญี่ปุ่นซึ่งเป็นเจ้าภาพได้อันดับ 2 ด้วย 37 เหรียญทอง ผลงานที่มั่นคงในกีฬาจุดแข็งดั้งเดิมอย่างเทเบิลเทนนิส วิ่งผลัด และระบำใต้น้ำ เป็นแรงหนุนสำคัญของผลงานโดยรวมของทัพนักกีฬาจีน ขณะที่การก้าวขึ้นมาอย่างโดดเด่นของหลิน สือตง และการพ่ายแพ้อย่างเหนือความคาดหมายของทีมปิงปองชายให้กับญี่ปุ่น ถือเป็นสองประเด็นข่าวที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของทีมปิงปองจีนในเกมส์นี้ และยังสะท้อนว่าทีมปิงปองจีนกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญระหว่างรุ่นเก๋ากับรุ่นใหม่
ความพ่ายแพ้ในรายการทีมชายยังเป็นสัญญาณเตือนสำหรับทีมปิงปองจีนด้วย มีรายงานว่าในรอบชิงชนะเลิศทีมชาย จีนจัดตัวผู้เล่นในรูปแบบ “รุ่นเก๋าหนึ่งคนนำรุ่นใหม่สี่คน” โดยมีเพียงหวัง ฉู่ฉิน เท่านั้นที่มีประสบการณ์ลงเล่นรอบชิงชนะเลิศเอเชียนเกมส์มาก่อน ส่วนผู้เล่นที่เหลือล้วนลงแข่งในระดับนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งสะท้อนว่าความลึกของทีมในระดับรองยังมีช่องว่างให้พัฒนา นักวิเคราะห์มองว่า ด้วยการก้าวขึ้นมาของนักกีฬารุ่นใหม่อย่างหลิน สือตง ทีมปิงปองจีนกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของการเปลี่ยนผ่านรุ่น และการรักษาความเหนือชั้นโดยรวมไปพร้อมกับการเร่งพัฒนานักกีฬารุ่นใหม่ จะเป็นประเด็นสำคัญในการเตรียมทีมสำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งต่อไป
สำหรับนักกีฬารุ่นใหม่อย่างหลิน สือตง การคว้า 3 เหรียญทองและ 1 เหรียญเงินจากการลงแข่งเอเชียนเกมส์ครั้งแรก ไม่เพียงเป็นก้าวสำคัญในเส้นทางอาชีพส่วนตัว แต่ยังถูกมองว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกของการเปลี่ยนผ่านรุ่นในทีมปิงปองจีน ในขณะเดียวกัน ความเหนือชั้นที่ต่อเนื่องของทีมวิ่งผลัดและทีมระบำใต้น้ำ ก็แสดงให้เห็นว่าความแข็งแกร่งเชิงลึกของทัพนักกีฬาจีนในกีฬาจุดแข็งดั้งเดิมยังไม่ลดลงตามกาลเวลา โค้ชจีนหลายคนกล่าวในการให้สัมภาษณ์หลังการแข่งขันว่า ประสบการณ์และความมั่นใจที่ได้สั่งสมจากเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ จะเป็นข้อมูลอ้างอิงสำคัญในการเตรียมทีมสำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติในอนาคต